นาย จตุพร พรหมพันธ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการ ประเทศไทยต้องมาก่อน เมื่อวันที่ 14 ก.ค.66 ตอน "ควันหลงการเมืองไทย" โดยเสนอให้พรรคก้าวไกลเปิดทางหนุนนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เป็นนายกฯ เพื่อกอดคอกันแน่นไม่ทิ้งกันและที่สำคัญสามารถยุติการชุมนุมนองเลือดบนถนน
นายจตุพร กล่าวว่า พรรคก้าวไกลเสนอแก้ รธน. 2560 ในบทเฉพาะกาล ม.272 นั้น ต้องเจอสองด่านใหญ่ คือ ได้เสียง 20 % จากพรรคที่ไม่ได้เป็น ครม. ประธานสภา และรองประธานสภา พ่วงกับเสียง ส.ว.อีก 84 เสียงให้ความเห็นชอบด้วยจึงจะสำเร็จ
ส่วนการนัดโหวตนายกฯ รอบสองในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ซึ่งตรงกับวันพุธที่ ศาล รธน.ต้องประชุมกันปกติ และในวันนี้อาจจะพิจารณาคำร้องคุณสมบัติสมัคร ส.ส.ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หากศาลรับคำร้องและสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. แล้วถูกเชิญออกจากห้องประชุมสภา จึงไม่เป็นคุณกับนายพิธาเลย
“การโหวตนายกฯ ในวันที่ 19 ก.ค.จะเป็นทุกขลาภ และ ส.ว. 13 เสียงที่เคยโหวตให้นายพิธา จะอยู่ครบหรือไม่ หากหวังว่าจะมี ส.ว.มาเพิ่มเติม ยิ่งเป็นการคิดผิดที่สุด ดังนั้น การแก้ รธน. ม.272 จึงเป็นปฏิบัติการที่เป็นไปไม่ได้ และผลลัพธ์ย่อมออกมาโดย ส.ว.ไม่ยอมให้ผ่านอยู่ดี เหมือนที่เคยยื่นมาแล้ว 6 ครั้ง” นายจตุพร กล่าว พร้อมย้ำว่า การแก้ ม.272 จึงเป็นหนทางตามที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ให้ความเห็นไว้ คือเป็นประตูให้พรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้านนั่นเอง
นอกจากนี้ นายจตุพร ยังกล่าวว่า “สิ่งที่สำคัญ หากเพื่อไทยสลับขั้ว และก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน จะเกิดการชุมนุมนองเลือด ดังนั้น ข้อเสนอให้นายเศรษฐา เป็นนายกฯ เท่ากับเป็นการยุติการนองเลือด แลัวยุติสงครามทั้งปวง และบ้านเมืองก็ไม่ถึงทางตัน อีกอย่างเมื่อ 312 เสียงแยกจากกันไม่ได้ ฝ่าย 188 เสียงก็ไม่กล้าตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย”
นายจตุพร ย้ำข้อเสนอว่า เมื่อเพื่อไทยมัดแน่นกับก้าวไกล จะเกิดการเรียกร้องของประชาชนให้ตั้งรัฐบาลของประชาชนขึ้นมา เพื่อฝ่าทางตันของบ้านเมือง ซึ่งมีเพียงแนวทางนี้เท่านั้นจึงจะนับหนึ่งประเทศได้
ขอบคุณ:รายการประเทศไทยต้องมาก่อน