นายสามารถ เจนชัยจิตวนิช อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรม โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กระบุว่า…การที่นาย ปิยบุตรเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญมาตรา 272 เพื่อไม่ให้สว.มาโหวตนายกก่อนแล้วค่อยมาโหวตพิธากันใหม่ ถ้าไม่ได้ค่อยถอยไปเป็นฝ่ายค้าน ผมเองไม่เข้าใจว่าที่ นายปิยบุตรพูดเหมือนไม่รู้ว่า การแก้รัฐธรรมนูญที่ นาย ปิยบุตรเสนอนั้น มันต้องใช้เสียง สว.84 เสียงและใช้เสียงฝ่ายค้าน 20%
การโหวตให้นาย พิธาเมื่อวานต้องใช้เสียงสว.แค่ 65เสียงยังหาไม่ได้ เวลานี้จะไปหาเสียงสว.84เสียงมาจากไหนเพื่อมาแก้รัฐธรรมนูญเพื่อให้เป้าหมายปลายทางที่จะได้นายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีและอีกทั้งในเวลานี้ สภาผู้แทนราษฎรตอนนี้ยังไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เพราะตั้งรัฐบาลยังไม่ได้ แล้วจะไปเอาเสียงใครมาเป็นฝ่ายค้านอีก20% ตามกฏหมาย
อีกอย่างในข้อเสนอก็คือถอยไปเป็นฝ่ายค้าน โดยไม่มีสมการที่จะอยู่ร่วมกับพรรคเพื่อไทยเพื่อเป็นรัฐบาลเลย...
ในขณะที่พรรคเพื่อไทยบอกตลอดว่า จับกับก้าวไกลเพราะประชาชนมัดไว้ต้องทำตาม ทั้งที่พรรคเพื่อไทยออกมาเรียงบอกว่า เป็นไข่ไก่ ไข่เป็ด บ้าง เปรียบเป็นข้าวต้มมัดบ้าง....ที่พรรคก้าวไกลอยากเป็นฝ่ายค้านเพราะเชื่อว่า ถ้าไปเป็นฝ่ายค้านแล้วเลือกตั้งครั้งหน้าตัวเองจะชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ หลายคนบอกเลือกตั้งใหม่พรุ่งนี้เลยก็ได้ จะได้ชนะกลับมาเร็วๆ ถ้าชนะแบบได้พรรคเดียว377เสียงมันก็หมดปัญหา ในรัฐธรรมนูญฉบับเดิมนี้ แต่มันจะได้จริงหรือ
ทำไมไม่หาทางหาเสียงสนับสนุนจากส.ส.จากพรรคการเมืองด้วยกัน เข้าไปเป็นรัฐบาล เข้าไปมีอำนาจก่อน อะไรที่แก้ได้ก็ทำไปก่อน แล้วไปตั้งสสร.มาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ กว่าจะร่างเสร็จสว.ชุดนี้ก็หมดวาระ ทำรัฐธรรมนูญใหม่ให้มันมีสภาผู้แทนราษฎรสภาเดียวก็ยังได้
แล้วตัวเองมีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนฯไม่มีวุฒิสภา จะแก้กฎหมายอะไรก็ทำได้ ประชาชนก็มีรัฐบาลด้วยไม่เกิดสูญญากาศ ไม่ให้รัฐบาลพลเอกประยุทธ์รักษาการลากยาวไปด้วย แบบนี้ประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์กว่าหรือ???
หาเรื่องอยากออกไปเป็นฝ่ายค้านเพื่อหวังว่าตัวเองจะชนะเลือกตั้งในครั้งหน้า โดยไม่คิดถึงว่า ประชาชนและบ้านเมืองตอนนี้จะเป็นอย่างไร
แบบนี้เรียกว่า เห็นแก่บ้านเมืองหรือเห็นแก่ตัวเอง ของนายปิยบุตร
ฝากทุกคนช่วยแชร์บอกนาบปิยบุตร ว่าชาวบ้านร้านตลาดเขาดูออก..