จากกรณีหญิงไทยรายหนึ่ง แต่งงานกับชาวจีนโดยการแนะนำของ “แม่สื่อ” มีการจดทะเบียน  ได้เงินตอบแทน 1 แสนบาท มีข้อแม้ว่าต้องมีบุตรให้ได้ภายใน 6 เดือน โดยหญิงไทยรายดังกล่าว เคยทำหมันทำให้มีลูกไม่ได้ ภายหลังสามีชาวจีนและแม่สามีรู้เรื่องนี้ จัดการทุบตี กักขังไว้ในบ้านนาน 3 ปี ต้องหนีออกมาขอความช่วยเหลือที่สถานกงกุลเซี่ยงไฮ้ ได้รับการช่วยเหลือจากหลายๆ หน่วยงานจนได้กลับมาเมืองไทย

วันที่ 7 ก.ค. 66 รายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์ นุช (นามสมมติ) ผู้เสียหาย , แสงทอง ผู้ให้ความช่วยเหลือ , พชร พูลเจริญภักดี ประธานเครือข่ายธรรมาภิบาลไทยแห่งชาติ รวมทั้ง อ.ปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการอาวุโส สำนักงานการสอบสวน 

คุณนุชอายุเท่าไหร่?

นุช : 31 ค่ะ

ย้อนหลังกลับไปกี่ปีที่เกิดเรื่อง?

นุช : 2019 ค่ะ

สี่ปีที่แล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตเรา?

นุช : ตอนนั้นมีแม่สื่อกลุ่มนึงติดต่อไปหา บอกว่าผู้ชายจีนต้องการหญิงไทยเป็นภรรยา แต่งงานมีลูกให้เขา หลังจากนั้นติดต่อให้หนูมาดูตัวกับผู้ชายจีนค่ะ

เรารู้จักกลุ่มแม่สื่อได้ไง?

นุช : เขามี 7-8 คนได้ เราเรียกเขาว่าพี่ดา รู้จักจากน้องอีกคนนึง เพราะน้องคนนั้นรู้จักแม่สื่อกลุ่มนี้ก่อน

น้องคนนั้นรับแต่งงานด้วยเหมือนกัน น้องคนนั้นเลยบอกแม่ดาว่านุชน่าจะยังโสด ให้ลองติดต่อดู ดาติดต่อมาทางไหน?

นุช : ไลน์มาหาเราค่ะ บอกว่ามีผู้ชายจีนต้องการมีภรรยาไทยเพื่อไปมีลูกให้เขา น้องคิดว่ายังไง หนูก็เลยบอกว่าหนูขอปรึกษาครอบครัวดูก่อนนะคะ ตอนนี้หนูก็ทำงานอยู่ หลังจากนั้นหนูเดินทางไปดูตัวเขาที่อุดรฯ ตอนนั้นหนูอยู่พัทยา

แม่สื่ออุดรฯ เราเลยไปหาแม่ดาดูตัว เราตกลงกับครอบครัวแล้วว่าเราจะทำ จะรับงาน ใช้คำว่ารับงานได้มั้ย?

นุช : ไปดูตัวก่อนค่ะ เราก็คิดว่าถ้าเราได้แต่งงาน ไปอยู่ต่างประเทศ อย่างน้อยก็ได้ช่วยจุนเจือครอบครัวด้วยส่วนนึงค่ะ

ความจนมันน่ากลัว พอไปถึงอุดรฯ แม่ดาว่ายังไง?

นุช : เขาก็พาไปเจอผู้ชาย

ผู้ชายคนนั้นเป็นชาวจีน จากนั้นยังไงต่อ?

นุช : พอดูตัวเสร็จก็ตกลงกันว่าจะลองพูดคุยศึกษากันดู ถูกคอไม่ถูกคอ ได้ไม่ได้ค่อยว่ากันอีกที จากนั้นคุยกันแม่ดาก็เร่งรัดมาว่าคุยกันเป็นยังไงบ้าง ถ้าตกลงจะคบจะแต่งงานก็ให้จัดงานแต่งงานไปเลย

ข้อตกลงแม่ดา คือหนึ่งแต่งงานไปดูแลสามีที่เมืองจีนเท่านั้น หรือแต่งงานเพื่อมีลูกเท่านั้น?

นุช : แต่งงานเพื่อมีลูกค่ะ

จุดประสงค์ของเขาคือคุณแต่งงานครั้งนี้ต้องมีลูกให้เขาเท่านั้น พอเขาบอกแบบนั้น คุณได้คุยกับแม่ดามั้ยว่าอยากไปหรือไม่อยากไป?

นุช : พอเขาบอกว่าต้องแต่งงานมีลูก หนูก็บอกว่าหนูไม่สามารถมีลูกให้เขาได้นะคะ เพราะหนูทำหมันไปแล้ว

บอกชาวจีนไปมั้ย?

นุช : พอหนูบอกแม่ดา แม่ดาบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเรื่องนี้ค่อยไปแก้ปัญหากันทีหลัง

ทำหมันเพราะอะไร?

นุช : หนูมีลูกแล้ว 2 คนค่ะ

เราบอกดาว่าไม่ได้ เพราะไม่สามารถมีลูกให้ได้ ขอถอนตัว หลังจากนั้นคุณบอกทำหมันมาเรียบร้อย แม่ดาบอกไม่เป็นไร เดี๋ยวไปแก้ปัญหาเอา เขาบอกมั้ยจะแก้ยังไง?

นุช : เขาบอกว่าอยู่ๆ กับเขาไปก่อน ถ้าเขาต้องการมีลูกจริงๆ เราค่อยไปแก้หมันกัน

แม่ดาชักจูงยังไง ทำให้เรายอม การการปัญหาคือยังไง?

นุช : เขาบอกเอาเงินส่วนนี้ไปก่อน 1 แสนบาท คนจีนให้แม่ดา แม่ดาก็เอามาให้หนูค่ะ

แม่ดาหักเงินเรามั้ย?

นุช : หนูได้ยินมาว่าเขาได้มาล้านนึง ตอนแรกเราไม่รู้ 1 แสนบาทเขาให้เราไม่หักเลยค่ะ ก็คิดว่าใจดี

แม่ดาเรียกเงินกับชาวจีน 1 ล้าน หรือบางทีอาจไม่เรียกก็ได้ แต่เขาให้มาเอง 1 ล้าน เงินมาถึงเราแค่แสนเดียว หรือเราก็ไม่รู้ว่าล้านนึงให้ใคร คุณคิดว่า 1 ล้านเขาให้ใคร?

นุช : ให้พี่ดาค่ะ

เขาจ้างดาล้านนึงให้หา เป็นไปได้เหรอ?

แสงทอง :   ถ้าแง่ที่เขาต้องการจะมีลูกจริงๆ ก็น่าจะเป็นไปได้

เงิน 1 ล้านจะให้ดาหรือให้นุช?

แสงทอง : ความตั้งใจเขาน่าจะเป็นค่าสินสอด แต่เรื่องที่ไปผ่านอีกคนนึง เพราะคนนั้นเป็นผู้สื่อให้รู้ น้องที่แต่งงานด้วยอาจไม่ได้ภาษา แต่คนนั้นอาจรู้ภาษา ก็อาจเป็นล่าม กระบวนการไม่แน่ใจว่าเขาเป็นมายังไง

เงิน 1 ล้าน เราเข้าใจว่าชาวจีนน่าจะให้ดาเพื่อเป็นค่าสินสอด แต่ปรากฏว่าค่าสินสอดที่ดาเอามาให้แค่แสนเดียว ผมว่าน่าจะเป็นค่าสินสอด แล้วดาหัก 9 แสน เอามาให้ทางนี้ 1 แสน ผมคิดแบบนั้น แต่ข้อเท็จจริงเป็นยังไงไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆ มีงานแต่งเกิดขึ้นจริงๆ ก่อนแต่งงานนับเงิน 1 แสน ณ วันนั้นก็ไม่รู้ว่าดาได้มา 1 ล้าน เราคุยกันนานมั้ยถึงตกลงแต่งงานกับชายชาวจีน?

นุช : อาทิตย์นึงค่ะ

เจ็ดวันเท่านั้น เขาเจอเราเขาถูกอกถูกใจมั้ย?

นุช : ถูกอกถูกใจค่ะ ทางพี่ดาก็เลยเร่งให้จัดงานแต่ง

ตอนนั้นกังวลใจมั้ยเราเป็นหมัน โจทย์ที่ไปต้องมีลูกให้เขา ถ้าเขารู้ว่าเราไม่ได้เป็นหมันล่ะ?

นุช : กังวลใจค่ะ ถึงได้บอกความจริงกับพี่ดาไป แต่พี่ดาบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยแก้ปัญหากันทีหลัง

คุณก็ฟังดา?

นุช : เอาง่ายๆ รับเงินเขามาแล้ว จัดงานแต่งแล้ว เขาบอกว่าถ้าเธอไม่ไปตามสัญญา จากแสนนึงที่ต้องคืนเขา เราต้องคืน 2 แสน สัญญาระบุแบบนั้นค่ะ

คุณบอกก่อนแต่งอีกว่าเป็นหมัน แต่ดาไม่ยอม ดาบอกยังไงก็ต้องแต่ง แล้วถ้าไม่ทำตามสัญญา ก็ต้องจ่ายคืน 2 แสน คุณก็ต้องไป?

นุช :   ใช่ค่ะ เพราะไม่มีเงินคืนเขาแน่นอน

เหมือนถูกมัดมือชกเหมือนกัน แต่เป็นสัญญาที่น้องทำกับแม่ดา ไม่ใช่ชาวจีน ในนั้นบอกว่าต้องมีลูกให้หนุ่มจีนภายใน 6 เดือน ถ้าถอนสัญญาหรือคืนสัญญา จาก 1 แสนโดนปรับเป็น 2 แสน ข้อนี้เป็นสัญญาทาส พอนุชเห็นสัญญาก็บอกว่าแม่ดาหนูไปไม่ได้แล้ว หนูเป็นหมัน แม่ดาบอกว่าไม่ได้ เซ็นสัญญาไปแล้ว ยังไงก็ต้องไป ถ้าไม่ไปโดน 2 แสน นี่ก็บอกว่าไม่มีตังค์ให้ ดาบอกไปก่อนเดี๋ยวค่อยแก้ปัญหา 6 เดือนไม่มีลูกเดี๋ยวเขาส่งมาเอง เราหลงเชื่อแบบนี้ จากนั้นยังไงต่อ?

นุช : บินไปอยู่ที่จีนกับเขาค่ะ อยู่ได้ 2 เดือนก็เกิดการลงไม้ลงมือเกิดขึ้น

เขาลงไม้ลงมือเพราะอะไร?

นุช : เพราะเขารู้ว่าเราทำหมันแล้ว เขารู้เพราะเราอยู่กันมานาน เขาถามว่าทำไมหนูไม่มีลูกสักที หนูก็เลยตัดสินใจบอกความจริงไปว่าหนูทำหมันแล้ว เขาก็เลยบอกว่าทำไมฉันไม่รู้มาก่อนว่าเธอทำหมัน หนูก็บอกว่าแต่ฉันได้บอกทางแม่ดาไปแล้วว่าฉันทำหมันแล้ว มีลูกให้เธอไม่ได้ เขาบอกทำไมไม่บอกเขาด้วยตัวเอง เราก็บอกว่าทางแม่ดาไม่ให้บอกคุณ เขาไม่ให้พูดอะไร เพราะจะคุยให้ ทีนี้ก็เกิดการลงไม้ลงมือเกิดขึ้น เขาทุบตี ยึดโทรศัพท์มือถือ ยึดเอกสารอะไรที่เกี่ยวกับตัวหนูทุกอย่าง

คุณไปตั้งแต่ปี 19 แล้วคุณถูกทุบตีตั้งแต่สองเดือนแรก สี่ปีคุณกลับมา คุณไปอยู่ไหนมา?

นุช : อยู่บ้านเขานั่นแหละค่ะ โดนทำร้ายร่างกายมาตลอด

สถานภาพไหน?

นุช : สามีภรรยาปกติเลยค่ะ โดนทำร้ายร่างกายตลอด โดนทุบตีตลอด ไม่ให้ติดต่อครอบครัวมา 3 ปี เพื่อนคนไทยที่จะไปเยี่ยมก็เข้าไม่ได้เลยค่ะ ไม่ให้ใครเข้าไปหาหนูได้เลย

จากนั้นยังไงต่อ?

นุช : เลยพยายามติดต่อหาแม่ หยิบโทรศัพท์เขาช่วงเขาไม่อยู่ เพื่อติดต่อหาแม่ ให้แม่หาคนมาช่วย เหมือนมารู้เรื่องอีกทีตอนแม่เดินเรื่องจากไทยส่งไปหน่วยงานที่จีนเพื่อให้กระทรวงต่างประเทศเข้าไปหาหนูที่หมู่บ้าน ว่าทำไมติดต่อผู้หญิงคนนี้ไมได้ พอไปถึงหมู่บ้านแฟน เขาก็ถามว่าทำไมครอบครัวหนูถึงติดต่อหนูไม่ได้ เขาเลยบอกว่าไม่มีอะไร ผู้หญิงคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ ยังอยู่เหมือนเดิม ทางนั้นก็บอกว่าก็ต้องให้หนูติดต่อหาครอบครัว เขาเลยยอมคืนโทรศัพท์ให้หนูติดต่อหาพ่อแม่ค่ะ

ใครทำร้ายร่างกายคุณบ้าง?

นุช : ทั้งสามีและแม่สามี

เขาให้เราทำอะไรบ้างไปอยู่ที่โน่น?

นุช : เขาให้ทำอะไรเราก็ต้องทำทุกอย่าง เขาพาไปรับจ้างก็ทำกับเขา ได้เงินมาก็ให้เขาหมดทุกบาทค่ะ เรารับจ้างเก็บข้าวโพดที่แห้งแก่แล้วค่ะ แล้วก็เก็บกระสอบนึงก็ได้หยวนนึง เก็บเยอะได้ตังค์เยอะ ได้เท่าไหร่ก็ให้เขาหมด เป็นไร่คนอื่นค่ะ

เหมือนต้องคืนเงิน 1 แสนให้เขาหรือเปล่า?

นุช : เหมือนเขาไม่ยอมให้หนูมีอะไรติดต่อค่ะ แม้แต่เงิน หรือโทรศัพท์

สี่ปีเต็มๆ อยู่แบบนั้น เราออกมาได้ยังไง?

นุช : พอทางครอบครัวที่ไทยเดินเรื่องไป มีเจ้าหน้าที่เข้าไป เขาก็ยอมให้ติดต่อครอบครัว เขาเหมือนปล่อยให้หนูออกไปทำงานข้างนอกในหมู่บ้านคนเดียว หนูก็เลยหาจังหวะ ที่เราอยู่เป็นเหมือนหมู่บ้านเป็นชนบท บ้านเขาเป็นบ้านเดี่ยวค่ะ เวลาไปไหนเขาต้องไปกับเราด้วย

จนวันนึงเจ้าหน้าที่ประสานเข้าไป เขาก็เริ่มปล่อยให้คุณไปไหนมาไหนคนเดียวแล้ว เพราะอะไรเขาถึงปล่อยคุณไปไหนมาไหนคนเดียว?

นุช : เหมือนเขากลัวจะโดนข้อหากักขังค่ะ

กินนอนยังไง?

นุช : กินกับเขาค่ะ นอนก็เหมือนใช้ชีวิตสามีภรรยากันตามปกติค่ะ

แต่ความรักไม่มีทั้งคู่ เขาก็ไม่ได้รักเรา เราก็ไม่ได้รักเขา?

นุช :   ใช่ค่ะ

แล้วเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น?

นุช : พอหนูไปทำงาน ก็หาจังหวะนั้นแหละค่ะ เพราะคิดว่าอยู่แบบนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า

เราก็เลยหนี?

นุช : ใช่ค่ะ หนีออกจากบ้านแล้วเรียกแท็กซี่เพื่อไปกงสุลเซี่ยงไฮ้ เพื่อไปขอความช่วยเหลือที่นั่น จากนั้นตม.เซี่ยงไฮ้บอกว่าไม่สามารถทำวีซ่าให้ได้ที่นี่เพราะมันคนละเขตปกครอง ยังไงคุณต้องกลับไปทำวีซ่าที่ปักกิ่ง จากนั้นกงสุลเซี่ยงไฮ้ก็ส่งหนูมาที่กงสุลปักกิ่ง กงสุลปักกิ่งพาหนูไปทำเรื่องที่ตม. แต่ก็ยังทำไม่ได้อีก ต้องส่งหนังสือไปที่ตม.เขตเหอเป่ย เพื่อถามเขาว่าเคสนี้จะเอายังไง จะส่งกลับไทยได้มั้ย ต้องรอหนังสือจากเหอเป่ย พอได้หนังสือจากเหอเป่ยว่าให้ปักกิ่งทำวีซ่าให้ ก็เลยได้กลับมาค่ะ

เห็นว่าติดต่อประสานไปที่พี่เอกและพี่แสงทอง?

พชร :   คุณแสงทองมาประสานว่าญาติถูกทำร้ายที่ต่างประเทศ เราประสานทุกหน่วยงานเพื่อถามข้อกฎหมายว่าเขาแต่งงานจะทำยังไง เขาบอกมีทางเดียวต้องประสานด้วยวาจา ก็ทำหนังสือกราบเรียนนายกฯ มี.ค. ก็ติดอีก ก็ต้องใช้เทคนิค เอาหนังสือกราบเรียนนายกฯ ส่งแอปพลิเคชั่นไปกระทรวงต่างประเทศ ส่งทางไลน์กงสุลประเทศจีน จึงเกิดการวางแผนว่าให้ใช้จิตวิทยา ให้ตร.ไปกดดันให้ปล่อยออกมา ไม่งั้นเขาจะถูกดำเนินคดี อันนี้คือครั้งแรก

พอเขาหนีกลับมาก็ประสานกับทางนี้ต่อ?

พชร : เขาประสานต่อ แต่ผมอยู่รพ. เพิ่งออกวันนี้ และจะไปวันพรุ่งนี้ พอคุณหนุ่มติดต่อมา ตอนเช้าผมก็ทำเรื่องไปสำนักนายกฯ เพราะไม่รู้ข้อกฎหมาย คุณหนุ่มบอกว่าท่านจะมา (อ.ปรเมศวร์) ก็เลยรอปรึกษาท่านเลย

แสงทอง : ช่วงแรกที่น้องเงียบไป แม่ของน้องโทรหา บอกว่ามีคนแนะนำว่าคุณแสงทองเคยช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในหลายๆ ด้าน ตอนนั้นประสานไปมูลนิธิที่ช่วยเหลือชาวบ้าน ทางมูลนิธิก็ทำเรื่องประสานไปหลายๆ ส่วน ทั้งต่างประเทศทั้งอะไร สรุปคือตอนประสานไป น้องเขาได้ใช้โทรศัพท์แล้ว แม่เขาก็ให้เฟซบุ๊ก ก็ได้คุยกัน แต่สุดท้ายมูลนิธิเขาไม่สามารถช่วยได้ เพราะเขามีทะเบียนสมรส มันผิดเงื่อนไขที่มูลนิธิวางไว้ ก็เงียบไปนาน ช่วงมูลนิธิเข้าไปก็เป็นช่วงโควิดระบาดด้วย มูลนิธิเขาทำงานยาก ก็ไม่รู้จะช่วยน้องยังไงแล้ว พอดีพี่เอกบอกว่าเงียบไปตั้งนานแล้ว ไม่ใช่หลานเธอตายแล้วเหรอ ทำไมไม่ติดต่อ แล้วจะปล่อยให้เขาเป็นแบบนั้นเหรอ พี่เอกเลยยื่นมือเข้ามา ประสานไปหลายๆ ส่วน ยังไงก็ขอบคุณพี่เอกด้วยค่ะ

พชร : คนที่ช่วยจริงๆ เป็นกงสุลต่างๆ ที่ให้ไวไฟเขาโทรมาหาผม

หลังจากเราหนีมา เขาตามเรามั้ย?

นุช : ไม่ตามเลยค่ะ กลับมาไทยวันที่ 28 มิ.ย.ค่ะ

ติดต่อหาแม่ดามั้ย?

นุช :   ติดต่อไม่ได้เลยค่ะ ติดต่อไม่ได้ตั้งแต่สองเดือนแรกที่หนูไปอยู่ที่จีนแล้วค่ะ

จากนี้เรื่องคดีความต้องยังไงต่อ?

ปรเมศวร์ : จดทะเบียนเมื่อไหร่

นุช : ก่อนไปค่ะ จดที่เมืองไทย

ปรเมศวร์ : ถือว่าจดทะเบียนเพราะถูกบังคับ เพราะถ้าไม่ไปจะต้องจ่ายเงินคืน 2 แสน เป็นการจดทะเบียนสมรสที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เราต้องไปแจ้งความเรื่องถูกบังคับ แจ้งความตามที่เล่าให้ฟัง สองไปบอกที่อำเภอขอเพิกถอนทะเบียนสมรส ซึ่งนายอำเภอต้องไต่สวนเราก่อนว่าจริงหรือไม่จริง ถ้าเขาเชื่อเราเขาก็จะถอนให้ว่าเป็นการจดทะเบียนที่ไม่ชอบ หนึ่งถูกบังคับ สองถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับเรา เราก็เอาเรื่องนี้ไปฟ้องศาลปกครองเพื่อขอเพิกถอนทะเบียนสมรส ต้องให้หลุดพ้นพันธนาการของทะเบียนสมรสซะก่อน แล้วก็แจ้งความดำเนินคดีกับแม่สื่อว่าเป็นการบังคับขู่เข็ญได้ เพราะสัญญาทาส 2 แสนเป็นฉบับเดียวกับฉบับแรกที่เราเซ็นมั้ย

นุช : ไม่ใช่ฉบับเดียวกันค่ะ ฉบับแรกเขียนแค่ว่าไป 6 เดือน ถ้าไม่มีลูกก็กลับ ถูกทำร้ายก็กลับ

ปรเมศวร์ : ฉบับที่บอกว่าปรับสองแสน มาตอนไหน

นุช : ตอนที่ไปถึงจีนแล้วค่ะ หนูก็บอกว่าพี่มันไม่ได้แล้วนะ มันอยู่กับเขานานแล้ว มันเหมือนกับเขาจะจับได้ เพราะเราไม่มีลูก หนูขอกลับก่อนได้มั้ย มันยังไม่ถึง 6 เดือน เขาบอกว่าถ้าจะกลับเธอต้องเสียตังค์มาก่อน 2 แสน

ปรเมศวร์ : พอเป็นแบบนี้จะเปลี่ยนรูปเรื่องเลยนะ กลายเป็นทะเบียนสมรสไม่ชอบ กลายเป็นว่าแม่สื่อคนนี้ต้องการหลอกชาวจีนว่ามีผู้หญิงที่สามารถตั้งครรภ์ได้ พอรู้ว่าตั้งครรภ์ไม่ได้เขาเลยทำร้ายเรา ตอนนี้เป็นปัญหาแบบนี้ หนูจะกลายเป็นสมคบคิดกับเขาว่าไปหลอกคนจีน รู้อยู่แล้วว่าท้องไม่ได้ตั้งแต่เซ็นสัญญา แต่ยังไป อันนี้จะแก้ยากหน่อย ติดอยู่นิดเดียว ก่อนเซ็นสัญญาฉบับแรกเราบอกเขามั้ยว่าเราท้องไม่ได้

นุช : บอกค่ะ

ปรเมศวร์ : แต่ไม่มีเรื่องสองแสน สองแสนไปทำที่เมืองจีน ได้เซ็นมั้ย

นุช : ไม่ได้เซ็นค่ะ แค่พูด

ปรเมศวร์ : สรุปสัญญาฉบับที่สองไม่มี แต่บอกว่าถ้าไม่อยู่ต่อขอ 2 แสน ถูกมั้ย

นุช : ค่ะ

ปรเมศวร์ :   ฉบับแรกเราบอกเขาแล้ว แต่เขายังให้เราไป เราก็ยอมไป อันนี้ต้องมองทีละตอน มันเหมือนกับเราสมคบคิดกับเขาไปหลอกคนจีน หนูอาจไม่ได้ตั้งใจหลอก แต่คิดว่าไปแล้วไม่ท้อง 6 เดือนก็กลับ แต่กลายเป็นว่าเราไปร่วมกับแม่สื่อหลอกเขา

เรื่องกลายเป็นแบบนั้นได้อาจไม่ได้ตั้งใจ อาจตกกะไดพลอยโจรสุดท้ายคนก็เข้าใจได้ว่าเหมือนเราไปร่วมมือกัน?

ปรเมศวร์ : เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าเราท้องไม่ได้ คล้ายๆ ภาษากฎหมายเราถูกใช้เป็นเครื่องมือ แล้วเครื่องมือตัวนี้ไม่ควรต้องถูกใช้ ถ้ารู้อยู่แล้วว่าไปไม่ได้ ตรงนี้เป็นปัญหา ฉะนั้นจะดำเนินคดีกับแม่สื่อก็ยาก จะไปเพิกถอนทะเบียนสมรสก็ยาก มีทางเดียวถ้าจะทำ ให้หลุดพ้นพันธนาการทะเบียนสมรส ก็ไปดูว่าคนจดทะเบียนสมรสที่เป็นสามีเรา รู้ที่อยู่ตำบลเขามั้ย

นุช : ไม่รู้เลย

พชร : แต่กงสุลรู้ครับ

ปรเมศวร์ : ถ้ารู้ก็ฟ้องศาลไทยขอฟ้องหย่า เหตุทุบตีทำร้ายก็ว่ากันไป ก็หลุดพ้นมาได้ แต่ไปเล่นงานแม่สื่อยากแล้วนะ มันเหมือนสมคบคิด แต่ดีที่มาออกรายการ

พชร : ถ้าพิสูจน์ว่าเขาถูกหลอกล่ะ

ปรเมศวร์ : แบบนี้ไม่ถูกหลอกแล้ว นี่ไม่บิดคดี เป็นข้อเท็จจริงที่คุณหนุ่มถาม และความจริงที่ปรากฏเป็นพยานหลักฐานได้ สองกลายเป็นเราไปร่วมกับเขา ทั้งที่ไม่อยากร่วม แต่พฤติการณ์คือการร่วม เพราะรู้อยู่แล้วว่าตัวเองท้องไม่ได้ ฉะนั้นฟ้องหย่าได้อย่างเดียว กับแม่สื่อดำเนินการยากมาก

ตอนอยู่ที่โน่น น้องคุยภาษาจีนกับเขายังไง?

นุช : ใช้โทรศัพท์แปลค่ะ

ตอนนี้โดนขู่จากอะไร?

นุช : จากคนที่ไปด้วยกันค่ะ

แสงทอง : เขาบอกว่าเขาทำมาหากินปกติ พอตัวเองกลับมาก็ทำให้คนที่ไปแล้วกลับมาต้องเดือดร้อน เพราะตร.ไปหา สื่อเข้าไปหา เขาเลยไม่พอใจ ไม่ให้ความร่วมมือ

มีคนอื่นๆ ที่แม่สื่อคนนี้พาไปอีกหลายคนมั้ย?

นุช :   เท่าที่รู้จักมี 3 คน

เขากลับมาหรือยัง?

นุช : กลับมาแล้วค่ะ ไม่มีลูก ไม่โดนซ้อมค่ะ

มีคนที่ไปแล้วปักหลักอยู่ที่โน่นเลย

นุช : ค่ะ

ผิดกฎหมายมั้ย?

ปรเมศวร์ : มันก็ไม่เชิง ผมเข้าใจว่าคนจีนกลุ่มหนึ่งอยากได้ลูกเป็นคนไทย มีภรรยาเป็นคนไทย ลูกจะได้เชื้อสายไทยอยู่ด้วย เป็นทางเลือกของเขา เหมือนเราบอกว่ามีกลุ่มจีนสีเทา กลุ่มจีนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในลาว ในไทย ชัดเจน น้องเขาไปก็เข้าใจว่าเขาทำแบบนี้ เพื่อนสองคนที่หาว่าเราทำให้เขาเดือดร้อน เพื่อนสองคนต้องเข้าใจนะ น้องคนนี้ทนทุกข์ทรมานอยู่ 4 ปี อย่ามองว่าน้องทำให้เขาเดือดร้อน เขาทนทุกข์ทรมานมากกว่าเพื่อนอีก อย่าไปว่ากัน แต่ถ้าเป็นคดีตั้งแต่ทีแรก สองคนนั้นไปให้การตร. เราก็สู้ไม่ได้ เพราะเขาบอกว่าเขาไปแล้วกลับไม่มีเรื่องทุกข์ทรมาน ไม่มีปรับ 2 แสน กลายเป็นว่าเราเสียเปรียบ

พชร : ที่ศึกษามาเขาอยากให้มาคลอดที่เมืองไทย ได้สัญชาติไทย แล้วหย่าตอนหลัง ให้ได้สัญชาติก่อนแล้วถึงจะหย่า

ทำเพื่ออะไร?

ปรเมศวร์ : ตัวชาวจีนก็จะได้สัญชาติไทยด้วย จะได้เข้ามาหากินในประเทศไทย เป็นกระบวนการใหญ่ ไม่งั้นเขาไม่จ้างล้านนึงหรอก เขาต้องการให้เด็กเกิดในไทย แล้วพอมีพ่อ ก็ขอสัญชาติทีหลัง

ผมอาจโง่หรือไม่รู้หรือนอนดึก คิดไม่ถึงจริงๆ ขอยอมรับ ผมเพิ่งรู้ว่าคนจีนอยากมีลูกครึ่งเป็นคนไทย โดยการมาหาเมียไทยโดยการจดทะเบียน แล้วพากันไปมีสัมพันธ์กันที่จีน แล้วกลับมาให้เมียคลอดที่ไทย เพื่อให้ลูกได้สองสัญชาติ ตัวพ่อก็จะได้สองสัญชาติ จะได้กลับมาทำงานในเมืองไทย จะได้ทำธุรกิจในเมืองไทยได้หมด โดยไม่ผิดกฎหมาย?

ปรเมศวร์ : ใช่ ซับซ้อนหน่อย ตั้งแต่รับจ้างคลอด รับจ้างท้อง เหมือนในภาคอีสาน ผมจำไม่ได้ว่าที่ไหนคนจีนลงทุนสร้างรพ.อย่างดีเลยเพื่อการอุ้มบุญ

แล้วจะป้องกันยังไง?

ปรเมศวร์ : เราไม่รู้หรอก บางทีนอมินีมันเข้ามา แล้วคนไทยยอมเป็นเครื่องมือ อย่างแม่สื่อรายนี้ สามคนได้สามล้าน จ่ายแค่สามแสน แฮปปี้มั้ย

แม่สื่ออิ่มเลยนะ?

ปรเมศวร์ : แล้วไม่รู้ทำมากกว่านี้มั้ยนะ ต้องมีสัญญาต่อเนื่องกันอีก คนไม่ได้แค่หาหรอก

พชร : วิธีนี้ง่ายกว่า เขาเลยกลับมาคลอดเมืองไทย

ผมรู้ว่าวิธีนี้มีมานานแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะมีวิธีแยบยลแบบนี้ ขนาดเอาเมียไทยกลับมาคลอดในไทย แล้วลงทุนจ้าง 1 ล้านบาท คลอดแล้วตัวเองได้สองสัญชาติ เรื่องนี้คิดไม่ถึงจริงๆ?

แสงทอง : ผู้หญิงที่เข้าหาก็เป็นผู้หญิงที่ฐานะไม่ค่อยดีเท่าไหร่

ถึงได้บอกความจนมันน่ากลัว พอมีคนมายื่นข้อเสนอหลักแสนหลักล้าน ผู้หญิงไทยก็ไป?

ปรเมศวร์ : แสนนึงก็ให้แม่ไป ช่วยครอบครัว

แสงทอง : อย่างน้องคิดว่าแสนนึงช่วยครอบครัว ไป 6 เดือนเดี๋ยวก็ได้กลับ ไม่คิดว่าตัวเองจะไปเจออะไรบ้าง

มิน่าจีนเทาเต็มบ้านเต็มเมือง น่ากลัวมากนะ แล้วจะแก้ยังไง?

ปรเมศวร์ : ไม่รู้เหมือนกัน ผมไปที่ลาวธุรกิจเป็นของคนจีนเกือบหมด

เราแก้กฎหมายไม่ให้สัญชาติเขาได้มั้ยล่ะ?

ปรเมศวร์ : มันมีเงื่อนไขบางตัว อยู่ประกอบอาชีพ ภรรยาเป็นคนไทย ลูกอยู่นี่ มีเงื่อนไขระยะเวลาที่มีโอกาสได้ ถึงแม้เขาบินเข้าบินออก เขาก็มีโอกาสมากขึ้น การจับตามองไม่เหมือนกัน เหมือนคนจีนเข้ามาเรียนหนังสือ เป็นอาจารย์ เรารู้ว่าการจับตามองน้อยลง นี่ยิ่งน้อยใหญ่เลย เพราะมาเยี่ยมลูกเยี่ยมเมีย

สมมติว่าผมได้เมียเกาหลี เมียท้องแล้วผมพาเมียไปคลอดที่เกาหลี ผมได้สองสัญชาติเกาหลีมั้ย?

ปรเมศวร์ : ต้องไปดูกฎหมายเกาหลี

แสดงว่าแก้ได้สิ?

ปรเมศวร์ : แก้ได้ แต่มันเหมือนพอเป็นพ่อลูก เราไม่รู้ว่าพ่อหลอกพ่อจริง พอทำทางนึงก็จะมีทางปิดอีกทาง นี่คือจุดที่มันยาก ถ้าปิดกฎหมายนั้นก็จะทำให้ชาวจีนดีๆ เสียโอกาส จริงๆ ถ้าเคสแบบนี้ หลักเกณฑ์เลยคือเราไม่ให้สัญชาติพ่อ

คนส่งมาบอกว่าทางเหนือมีเยอะมาก?

ปรเมศวร์ : มีเยอะ ทางเหนือเวลาเขาไปแล้ว บางทีไม่รู้ เขาไปอยู่บ้านชนเผ่า บ้านชาวเขา พวกนี้เป็นชื่อจีน พูดไทยไม่ชัด เราก็เจอหลายรายที่เป็นแบบนี้

เรื่องน้องไปว่าตามตัวบทกฎหมาย ติดประเด็นอย่างเดียวคือมีทะเบียนสมรสค้างอยู่ ก็ต้องไปฟ้องหย่า แต่ฝั่งโน้นจะกลับมาเล่นแง่หรือเปล่าก็ไปต่อสู้กัน?

ปรเมศวร์ : ทางจีนก็มาเล่นงานเราไม่ได้ เพราะเขาเหมือนสัญญาค้ามนุษย์ คดีไม่เดินแล้ววันนี้ มันเหลือเรื่องเดียวที่ต้องแก้ คือทะเบียนสมรส คดีอาญาไม่ต้องกลัว ไปศาลต้องมือสะอาด วันนี้สองฝั่งมือไม่สะอาดทั้งสองข้าง แล้วก็ทั้งคู่ ก็ไม่ต้องกังวลใจ มีวิธีเดียวที่แก้คือฟ้องหย่าเลิกทะเบียนสมรสซะ

ทำยังไงกับช่องว่างกฎหมาย?

ปรเมศวร์ : เรื่องการได้สัญชาติอยู่ที่กระทรวงมหาดไทยจะกำหนด มันมีกฎหมายแม่ แต่มีระเบียบที่เป็นกฎกระทรวง ที่กระทรวงมหาดไทยออก วันนี้ถ้าเขานั่งฟังอยู่ก็ต้องหาทางว่าจะปิดช่องว่างตรงนี้ยังไง อาจต้องสอบสวนภรรยาไปอยู่กินกับเขาได้ยังไง อย่างที่คุณชูวิทย์พูดจีนเท่าเยอะมาก ถึงไม่ถือสองสัญชาติ เวลาเขามาเยี่ยมลูกเขาก็สบาย ไปๆ มาๆ ได้ง่าย

คนจีนลงทุนเพื่อกลับมาถอนทุนหรือเปล่า?

ปรเมศวร์ : เพื่อมาทำธุรกิจในเมืองไทย ถ้าคนจีนอยากมีลูก เอาคนจีนด้วยกันไม่ดีเหรอ ทำไมต้องมาเอาคนไทย เป็นประเด็นที่ฝ่ายบ้านเมืองต้องกลับไปคิดต่อ คุณหนุ่มแค่เปิดประเด็นให้เห็นว่ามีธุรกิจแบบนี้ ยกตัวอย่างข้ามไปเวียงจันทน์แล้วจะเห็น โรงแรมส่วนใหญ่ไม่ใช่ของคนลาว แต่เป็นของคนจีน ดินแดนบ้านเรามันดินแดนสุวรรณภูมิ เข้ามาเก็บเกี่ยวได้ทั้งนั้น

แต่คนไทยเก็บแต่อิฐ?

ปรเมศวร์ : (หัวเราะ) คนไทยมันง่าย เพราะเราเรียกพี่ป้าน้าอา เรามันพี่น้อง อัธยาศัยใจคอคนไทย ง่ายต่อการถูกหลอก

วันนี้ได้เปิดโลกทัศน์ว่ามีช่องว่างกฎหมายแบบนี้เหมือนกัน แล้วจะแก้ยังไง จะมีนโยบายไหนมา รัฐบาลใหม่ฝากด้วย เชื่อว่าต้องมีการแก้ไขเหมือนกัน?

ปรเมศวร์ : ถูก มันเป็นอีกรูปแบบนึงของการค้ามนุษย์ เมื่อก่อนหญิงไทยถูกหลอกให้ไปทำงาน สุดท้ายบังคับค้าประเวณี แต่เดี๋ยวนี้เป็นอีกแบบ พาเขาไปแต่งงานแล้วมีลูกกลับมา ไม่ฝากคนอื่น ฝากคุณชูวิทย์ไปตามต่อ

อยากฝากอะไรผู้ชม?

นุช : เตือนผู้หญิงไทยทุกคนที่คิดที่จะมีสามีต่างชาติ ไม่ว่าจะชาติไหนก็ตาม ล้วนมีคนดีไม่ดีทั้งนั้น แต่อยากให้คิดดีๆ คิดเยอะๆ ก่อนทำอะไร เพราะอนาคตเราไม่รู้หรอกว่าเราจะเจอกับอะไรบ้าง ขอบคุณค่ะ

ปรเมศวร์ : จริงๆ ผมไปต่างประเทศ ไปที่เบลเยี่ยมมา ผู้หญิงไทยมีสามีฝรั่งเยอะมาก วันที่เดินทางกลับเมื่อวันพฤหัสบดี ประชุมเสร็จก็เดินทางกลับมา ไม่น้อยกว่า 20 คน มีสามีเป็นคนเบลเยี่ยม มีลูกผสม แล้วเขากลับมาเยี่ยมบ้าน อันนั้นก็โชคดีไป เขาไม่ได้ทำงานอะไร แต่ก็แตกต่างกัน ผมว่าไม่มีที่ไหนดีกว่าเมืองไทย การที่เราไม่มีรายได้ ลองคิดใหม่ สร้างตัวเองจากรายได้ มีที่ดินก็ทำมาหากินไป ทำมาหากินที่ดินที่เมืองไทยดีกว่าไปต่างประเทศ แล้วอย่ามองแค่เงินนิดเดียวแล้วจะได้ประโยชน์ มันถูกหลอกมาไม่รู้เท่าไหร่แล้ว รายนี้คงไม่ใช่รายสุดท้าย ก็อยากให้มีน้อยหน่อยแล้วกัน ฝากไว้แค่นี้

 

แล้วบรรดาแม่สื่อ?

ปรเมศวร์ : มันจะกลายเป็นเรื่องขายชาตินะ วันนี้เรื่องเล็กนิดเดียวนะ แต่พอออกแล้วกลายเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศ ที่ต้องกลับมานั่งคิดกันใหม่ ไม่ใช่เรื่องของหนูคนเดียวแล้ว