นาย จตุพร พรหมพันธ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการ ประเทศไทยต้องมาก่อน เมื่อวันที่ 3 ก.ค.66 "ท่านประธาน!!" โดยระบุว่า เมื่อ 4 ก.ค. 2566 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "ท่านประธาน!!" โดยระบุว่า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานสภาที่ทุกฝ่ายยอมรับการทำหน้าที่ อีกทั้งเชื่อว่า จะเปิดโอกาสให้นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ชิงตำแหน่งนายกฯ เพียงคนเดียวจนกว่าจะสิ้นสงสัยต่อการไม่ได้รับเสียงจาก ส.ว. 64 เสียงมาผ่านด่าน 376 เสียง จึงไม่ได้เป็นนายกฯ
นายจตุพร กล่าวว่า การเลือกตำแหน่งประธานสภาสิ้นสุดลงแล้วด้วยความเรียบร้อย (เมื่อ 4 ก.ค.) โดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้รับเลือกด้วยเสียงเอกฉันท์ เพราะไม่มีผู้แข่งขัน เมื่อผลลัพธ์ออกมาเช่นนี้จึงทำให้ไม่มีฝ่ายใดได้หรือเสียประโยชน์ ส่วนพรรคเพื่อไทยแม้โชว์ความเขี้ยวลากดินทางการเมือง ปรับเปลี่ยนท่าทีกลับไปกลับมา แต่ไม่ได้ตำแหน่งประธานสภาตามความต้องการเช่นกัน
อีกทั้ง กล่าวว่า เกมตำแหน่งประธานสภา เริ่มเห็นร่องรอยการเปลี่ยนมาสู่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เนื่องจากนายคชาภา ตันเจริญ หรือมดดำ หลังจากไปคุยนายสุชาติ ตันเจริญ ผู้เป็นพ่อ แล้วโพสต์ว่าพ่อเชื่อฟังลูกเพื่อเห็นแก่ประชาธิปไตย จึงแสดงถึงการเปลี่ยนเกมแล้ว
“เมื่อนายสุชาติ ไม่รับเป็นประธานสภา หวยจึงมาออกที่นายวันนอร์ มะทา ซึ่งทุกฝ่ายล้วนยินดี และไม่มีฝ่ายไหนเสียสักคน แต่ได้กันทุกฝ่าย ดังนั้นเสียงของสภาจึงออกมาเป็นเอกฉันท์”
นายจตุพร กล่าวว่า การเลือกประธานสภา เป็นเพียงเกมยกที่หนึ่งเท่านั้น ส่วนหนทางข้างหน้าเป็นการเลือกนายกฯ จะพิสูจน์ความจริงใจและเอกภาพของ 8 พรรค 312 เสียง ซึ่งยากอย่างยิ่งที่จะหาเสียงมาเติมให้ครบ 376 เสียง เพื่อนายพิธา จะได้เป็นนายกฯ แต่ทั้งหมดต้องลุ้นในวันเลือกนายกฯ
อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญ พรรคเพื่อไทยเริ่มส่งสัญญาณไม่เป็นเอกภาพ 312 เสียงเสียแล้ว โดยนายสุทิน คลังแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย เกิดไม่ชอบใจเนื้อหาแถลงความร่วมมือเสนอนายวันนอร์ มะทา เป็นประธานสภาของฝ่าย 8 พรรค ดังนั้น จะมีผลกระทบต่อเอกภาพเสียง 312 หรือไม่ นอกจากนี้ด่านสำคัญคือ จะนำเสียง 64 ของ ส.ว.มาจากไหนเพื่อให้นายกฯ จากฝ่าย 8 พรรคได้เสียงถึง 376
ขอบคุณ:รายการประเทศไทยต้องมาก่อน