เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26มิถุนายน นายรักชาติ กิริวัฒนศักดิ์ ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความคืบหน้าการดำเนินโครงการขุดแต่งโบราณสถานปราสาทบ้านบุใหญ่ ตามสัญญาที่ 128/2566 พื้นที่หลังโรงเรียนบ้านบุใหญ่ หมู่ 7 ต.สูงเนิน อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา พบบานประตูทึบปราสาทด้านที่ 3 และทับหลังชิ้นที่ 4พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ คายท่อนพวงมาลัย ร่องรอยการสลักมีความลึกและเด่นชัดแต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์โดยขุดค้นพบบริเวณด้านทิศตะวันตกของปราสาท
นายรักชาติ ประธานสภา อบจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ถือเป็นความโชคดีของชาวสูงเนิน ดินแดนอารยธรรมศิลปกรรมทวารวดี โดยขุดค้นพบโบราณวัตถุอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีองค์ประกอบของปราสาทค่อนข้างสมบูรณ์ ประกอบด้วยทับหลังครบทั้ง 4 ด้าน ล่าสุดการดำเนินขุดแต่งมีความคืบหน้ากว่า 60 % พบโบราณวัตถุชิ้นเด่นเช่น ศิวลิงค์สภาพสมบูรณ์ ส่วนล่างเป็นฐานสี่เหลี่ยม (พรหมภาค ) ส่วนกลางเป็นรูปแปดเหลี่ยม (วิษณุภาค) ส่วนบนเป็นรูปทรงกระบอกมน (รุทรภาค) ปัจจุบันถูกเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิมาย ,ชิ้นส่วนบันแถลง สลักภาพบุคคลยืน สลักภาพบุคคลยืน มือขวาถืออาวุธ เศียรหักหาย สลักภาพฤาษียืน ถืออาวุธ ภายในซุ้ม สภาพไม่สมบูรณ์ ,ชิ้นส่วนทับหลัง สลักภาพบุคคลประทับนั่งในซุ้ม สภาพไม่สมบูรณ์ , โกลนทับหลัง สลักเป็นเค้าโครงภาพบุคคลนั่งเหนือหน้ากาลคายท่อนพวงมาลัย สภาพเกือบสมบูรณ์ ,เสาประดับกรอบประตู โคนเสาสลักภาพฤาษีในซุ้ม และภาพบุคคลถืออาวุธ ตัวเสาสลักลายบัวหงาย ลายลูกประคำลานวงแหวน และลายดอกสี่กลีบ ,ทับหลังสลักภาพสิงห์จับท่อนพวงมาลัย สภาพสมบูรณ์แต่ช่างฝีมือในสมัยนั้นยังสลักไม่เสร็จ ทั้งหมดล้วนเป็นศิลปะเขมรแบบบาปวน ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 หรือ 1 พันปีมาแล้ว และล่าสุดพบ พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ คายท่อนพวงมาลัย มีรอบแตกครึ่ง
ทั้งนี้ได้รายงานให้นางยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ.นครราชสีมา รับทราบ เพื่อเตรียมเสนอจัดสรรงบประมาณท้องถิ่นเข้ามาดูแลอย่างเป็นขั้นเป็นตอนนำไปสู่การพิจารณาในการสนับสนุนให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม แต่ขึ้นอยู่กับกรมศิลปากรและกระทรวงวัฒนธรรมจะมีนโยบายพัฒนาทิศทางใดในอนาคต ซึ่ง อบจ.นครราชสีมา ประสงค์ต้องการสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาบูรณะตามหลักวิชาการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เพื่อความภาคภูมิใจของคนท้องถิ่น


