นาย จตุพร พรหมพันธ์ แกนนำคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการ ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "ร่องรอย?" โดยระบุถึงพรรคเพื่อไทยเปิดเกมแย่งชิงตำแหน่งประธานสภาจากพรรคก้าวไกลนั้น จะเป็นร่องรอยความฉิxหายทางการเมืองที่พรรคนี้ไปรวมมือตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในอนาคต เพราะประชาชนไม่พอใจสันดานนักการเมืองเอาแต่ทรยศหักหลังซ้ำซาก

นายจตุพร กล่าวว่า ความจริงทางการเมืองที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือ สันดานนักการเมือง ยิ่งพฤติกรรมของนายอดิศร เพียงเกษ ส.ส.พรรคเพื่อไทย พูดด้อยค่าพรรคก้าวไกล เปรียบเป็นแค่สามเณรหรือพระบวชใหม่จะมาเป็นเจ้าอาวาส (ประธานสภา) ไม่ได้ ยิ่งแสดงให้เห็นสันดานพวกแก่พรรษาทางการเมืองที่ไม่เคยเปลี่ยน

นอกจากนี้ นายอดิศร ได้ให้สัมภาษณ์รายการหนึ่งเมื่อวานนี้ (22 มิ.ย.) ว่า ไม่ให้ค่า เมื่อออกจากเพื่อไทยแล้วก็อย่ามายุ่งกับพรรค โดยนายจตุพร ตอบโต้ว่า นายอดิศร เป็นนักการเมืองย้ายพรรคมามากแทบทุกสมัย จนแทบจำชื่อพรรคไม่ได้แล้ว ดังนั้น จึงไม่มีแบบอย่างทางการเมืองอะไรเลย การที่บอกว่า รู้เรื่องของตนมากนั้น ก็พูดออกมา จะได้ฉิบหายกันไปข้างหนึ่ง

"คุณอดิศร ความจริงแล้วคุณแขวะผมก่อนตั้งแต่ผมมีเรื่องกับทักษิณ ชินวัตร แต่วันนี้คุณเป็นนักการเมือง เป็นคนสาธารณะ เป็นนักเลือกตั้ง เมื่อคุณวิจารณ์คนอื่นได้ ประชาชนก็มีสิทธิวิจารณ์คุณได้ คุณมีอะไรดีจึงให้คนอื่นแตะต้องไม่ได้ ดังนั้น คำว่าไม่ให้ค่านั้น คุณมีค่าอะไรนักหนา"
นายจตุพร โต้ว่า นายอดิศร อย่าอวดดี ตัวเองมีพฤติกรรมแย่กว่าพรรคอื่นอีก ขณะที่พวกพระบวชใหม่อย่างพรรคก้าวไกลกลับนิ่งเงียบ ไม่ตอบโต้ ดังนั้น ทางการเมืองไม่มีใครเก่งกว่าใคร อยู่ที่ใครจะหน้าด้านกว่าใครเท่านั้นเอง

พร้อมทั้งกล่าวว่า ในทางการเมืองแล้ว พรรคเพื่อไทยและนายอดิศร ควรตรงไปตรงมากับตำแหน่งประธานสภา เมื่อไม่ชัดเจนจึงต้องแพ้ภัยตัวเองมาตั้งแต่มีคำถามก่อนเลือกตั้งแล้วว่า พรรคเพื่อไทยจะจับมือกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ พปชร. หรือไม่ แต่เพื่อไทยกลับอ้ำอึ้ง ไม่ตอบชัดเจนจึงแพ้เลือกตั้ง ทำให้พรรคก้าวไกลชนะมาอันดับหนึ่ง

 

 

ขอบคุณรายการ :ประเทศไทยต้องมาก่อน