วันที่ 17 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเฟซบุ๊กของครูตะวัน ประทีปแห่งที่ราบสูง หรือ “ครูหน่อง” ได้โพสต์ข้อความว่า ได้รับแจ้งมีเศรษฐี วัย 72 ปี ถูกขังไว้ในบ้านนานหลายปี” ต่อมาครูหน่องได้เดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าวในเขตเทศบาลนครอุดรธานี และได้มีคลิปพูดคุยกับชายดังกล่าว ทราบชื่อคือนายเชิดชัย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 72 ปี โดยนายเชิดบอกว่า ถูกขังเอาไว้ในบ้าน มีกุญแจ 3 ลูกแต่พี่น้องยึดเอาไว้ ออกไปไหนด้วยตนเองไม่ได้ ต่อมาครูหน่องก็โพสต์อีกว่า ชายชรา วัย 72 ปี อดีตเจ้าของโรงงานผลิตใส้กรอกชื่อดัง มีอาการป่วยเส้นเลือดตีบตัน แขนขาอ่อนแรง มานาน 3 ปี แจ้ง ถูกกักขัง ห้ามพบแพทย์ ห้ามติดต่อคนภายนอก
ครูตะวัน ได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีชายชรา อายุ 72 ปี เป็นคนมีฐานะดี แต่ไม่มีครอบครัวเคยเป็นเจ้าของโรงงานผลิตใส้กรกกชื่อดัง ในอุดรธานี ป่วยด้วยโรคเส้นเลือดตีบตัน แขนขาอ่อนแรง ถูกกักขัง ในบริเวณบ้านของตนเอง ซึ่งเป็นตึก 3 ชั้น โดยญาติไม่อนุญาตให้ใครมาพบ หรือนำตัวไปพบแพทย์ นานกว่า 3 ปี โดยจะมีคนงาน ซึ่งเป็นชาวเวียตนาม สลับเปลี่ยน มาคอยดูแล ควบคุม ตลอดเวลา ครูตะวัน ได้เดินทางไปตามบ้านเป้าหมายที่ได้รับแจ้ง พบหน้าบ้านปิดประตูมิดชิดทั้งประตูรั้ว และในตัวอาคารในรั้วบ้าน พบรถยนต์และมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ ครูตะวัน ได้เรียกชื่อชายชรา คนดังกล่าว อยู่นานทั้งชื่อไทย และชื่อเวียตนาม จึงมีผู้หญิงวัยกลางคน ซึ่งเป็นชาวเวียตนาม ออกมาเปิดประตูเหล็กม้วน ครูตะวัน อ้างว่า เป็นเพื่อนกับผู้ป่วย
โดยชายคนดังกล่าว แจ้งว่า ตนเองป่วยด้วยอาการเส้นเลือดตับตัน มานานกว่า 3 ปี นับตั้งแต่ป่วย ก็ 1.ถูกยึดกุญแจ ทุกดอก 2.ถูกยึดเงินทุกบาท ทั้งเงินสด และเงินในบัญชี (หลายล้าน)3.ไม่ให้ไปพบแพทย์ หรือรับยา 4.ไม่ให้ยุคคลอื่น มาดูแล ช่วยเหลือ นอกจากชาวเวียดนาม ที่ญาติจ้างมา 5.ไม่ให้ออกไปข้างนอกตัวบ้าน 6 .ญาติเตรียมส่งตน ไปอยู่บ้านพักคนชรา ทั้งที่ตนมีบ้านส่วนตัว มีทรัพย์สินส่วนตัว ตนจึงอยากขอความช่วยเหลือ เพื่อให้ตนได้เข้ารับการรักษา ได้มีอิสระ ในการใช้ชีวิต และได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าที่รัฐ ครูตะวัน จะได้ประสานกับ ศูนย์ดำรงธรรม ในการแสวงหาข้อเท็จจริง จากผู้ร้อง จากทางญาติ เพื่อนำไปสู่การร่วมมือ ในการช่วยเหลือ ชายชรา ผู้ร้อง ให้ได้รับความเป็นธรรม ได้รับ การช่วยเหลือ ในด้านรักษาพยาบาล และอื่นๆ ภายใต้กรอบของกฏหมาย โดยด่วน ต่อไป
ต่อมาบ่ายวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสวรรญา อายุ 64 ปี น้องสาวของนายเชิดชัย ได้เดินทางพบกับ ร.ต.ท.หญิง วิภาวดี จิตผดุงวิทย์ รองสว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายเพชรสยาม และผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า ครูตะวัน ประทีปแห่งที่ราบสูง หรือ “ครูหน่อง” ที่นำเรื่องราวของพี่ชายไปโพสต์โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยน้องสาวยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
ต่อมานางสวรรญาพาผู้สื่อข่าวไปที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้นในชุมชนบ้านเหล่า 2 เขตเทศบาลนครอุดรธานี เพื่อให้มาพิสูจน์ว่า ญาติพี่น้องไม่ได้ทิ้งนายเชิดชัยแต่อย่างใด พากันสลับมาดูแลเป็นอย่างดี โดยพบว่านายเชิดชัยอยู่ในห้องติดแอร์เป็นอย่างดี ภายในห้องมีการทำราวเหล็กเพื่อให้นายเชิดชัยเดินรอบๆ ห้องด้วยแต่เนื่องจากนายเชิดชัยด้วยโรคเส้นเลือดตีบตัน แขนขาอ่อนแรง จึงต้องมีแม่บ้านคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ นางสวรรญา เปิดเผยว่า จากกรณีครูคนหนึ่งนำเรื่องราวของพี่ชายของตนเองไปโพสต์ว่า เศรษฐี วัย 72 ปี ถูกขังไว้ในบ้านนานหลายปี ถูกยึดกุญแจบ้าน เงินสดอีกหลายล้านไม่ให้ออกไปไหน เขาเป็นพี่ชายพวกเรา ชื่อนายเชิดชัย อายุ 68 ปี และตนเองในฐานะน้องสาวขอชี้แจงว่า ตามครูฯ คนดังกล่าวโพสต์ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด พวกเราญาติพี่น้องฯ ไม่ได้ขังพี่ชายเอาไว้อยู่คนนเดียว ที่ผ่านมาได้พาพี่ชายออกไปทานข้าวนอกบ้านประจำ และพาไปหมอตามนัด และเมื่อ 2 วันก่อนลูกๆ ก็ซื้อรถไฟฟ้าแบบคนป่วยนั่งมาให้ด้วย
ส่วนที่ว่าทรัพย์สิน ทั้งรถ เงินสดอีกหลายล้านบาทพี่น้องยึดหมด ขอชี้แจงแบบนี้ เงินพี่ชายมีหลายล้านจริง แต่ที่ผ่านมา มีแต่พรรคพวกเพื่อนฝูงเป็นคนมาหลอกเอาเงินพี่ชายไป ใครไปหาก็ให้หมด พี่น้องเลยพากันปรึกษากัน ช่วยกันถือเงินเอาไว้ได้ เพราะเป็นห่วงพี่ชายกลัวโดนหลอก และก่อนหน้านี้ไม่นาน มีผู้หญิงคนหนึ่งมาตีสนิทพี่ชาย บอกว่าอยากจะมาดูแลให้จดทะเบียนสมรสด้วย พี่ชายจะเอาแล้วมาเล่าให้ฟัง แต่ญาติพี่น้องดูแล้วไม่ใช่อาจจะเรื่องเงินทองของพี่ชายแน่ จึงกันพี่ชายไว้ห่างๆ
"เมื่อก่อนพี่ชายเดินได้ปกติ แต่พอป่วย เมื่อ 2 ปีก่อนเครียดเพราะลูกเสียชีวิต 2 คนพวกเราญาติพี่น้องก็ดูแลเป็นอย่างดี แต่ก่อนพวกเราสลับกันช่วยกันดูแล แต่ต่างคนต่างคนมีภาระ ญาติๆ ก็เลยปรึกษากันให้จ้างแม่บ้านเดือนละ 15,000 บาท มาช่วยดูแล ส่วนเรื่องเงินหลายล้านของพี่ชาย พวกเราญาติๆ พากันค้ำบัญชีให้ แต่พวกเราเบิกไม่ได้ ต้องให้พี่ชายสแกนนิ้วมือถึงจะเบิกได้ มาว่าพวกเรากักขังหนักเหนี่ยวได้อย่างไรและแอบเอาเงินของพี่ชายไปได้อย่างไร ไม่รู้ความจริงทำไมต้องโพสต์แบบนี้ วันก่อนลูกหลานก็ส่งรถไฟฟ้ามาให้พี่ชายใช้ และพวกเราญาติๆ พาพี่ชายไปทานข้าวข้างนอกประจำ ตามที่เห็นในภาพ พวกเราไม่เคยรู้จักับครูฯ คนดังกล่าวแล้วเข้ามาบ้านของพี่ชายแล้วนำเรื่องราวไปโพสต์ทำให้ตระกูลเราเสียหาย ไม่รู้ความจริงแบบนี้ ยืนยันจะเอาเรื่องฯ ให้ถึงที่สุด ฐานหมิ่นประมาทและบุกรุกฯ"น้องสาวเศรษฐีเมืองอุดร กล่าว



