วันที่ 12 มิ.ย.2566 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยภายหลังหารือแนวทางแก้ไขปัญหาภาระหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว ร่วมกับ นายคีรี กาญจนพาสน์  ประธานกรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ว่า วันนี้บีทีเอสได้มาหารือเรื่องกรณีค่าจ้างการติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ (E&M) ของรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย 2 ที่ครบกำหนดชำระ ประมาณ 20,000 ล้านบาท จริงๆ แล้วกทม. ได้เตรียมตัวอยู่แล้ว เนื่องจากที่ผ่านมากระบวนการในการดำเนินการตรงนี้มีอยู่ 2 ขั้นตอนที่ต้องไปดำเนินการต่อ คือ 1. เรื่องที่กรุงเทพธนาคม (เคที) ไปจ้างบีทีเอสเดินรถ ซึ่งขณะนั้น กทม. มอบหมายให้เคทีเป็นผู้ดำเนินการ ขั้นตอนต่อไปที่จะดำเนินการได้คือต้องให้สภากทม. อนุมัติก่อน และเรื่องที่ 2 คือ หากจะชำระเงินก็ต้องเอาเงินที่เป็นสะสมจ่ายขาด ซึ่งในสภากทม. ก็ต้องพิจารณาเหมือนกันทั้ง 2  เรื่องนี้คือเรื่องที่ต้องเอาเข้าสภากทม. ที่ผ่านมาที่ดำเนินการไปได้มีการคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีรายละเอียดเยอะ คณะกรรมการวิสามัญก็ได้ศึกษาเรื่องนี้มีการประชุมแล้ว 5 ครั้ง ในเรื่องรายละเอียดต่างๆ คาดว่าเปิดการประชุมสภากทม. สมัยหน้า ก็สามารถนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของสภากทม.ได้ว่าจะดำเนินการต่ออย่างไร เรื่องการชำระเงินดังกล่าว จะปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาอย่างไรให้มันถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ด้วยความรอบคอบ

ทั้งนี้ กทม. จะดำเนินการพร้อมกันใน 2 ทาง 1. เอาเรื่องเข้าสภากทม. เกี่ยวกับการชำระหนี้คาดว่าสมัยการประชุมนี้น่าจะพร้อม เนื่องจากศึกษากันมาพอสมควร 2. ติดตามเร่งรัดทางรัฐบาลอีกทางหนึ่ง จริงๆ แล้วเราทำหนังสือไปถึงกระทรวงมหาดไทยใน หลายประเด็น ประเด็นแรก อยากให้การสนับสนุนจากรัฐบาลสําหรับโครงสร้างพื้นฐานกับค่าติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ (E&M) เนื่องจากเมื่อครั้งที่ ม.44 มอบหมายให้กรุงเทพมหานครเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ได้ให้ค่าใช้จ่ายมาด้วย เรื่องที่ 2  คือ เรื่องที่ค้างอยู่ตาม ม. 44 จริงๆ แล้วตัวมูลหนี้ของ E&M อยู่ในเงื่อนไขสัญญาสัมปทานใหม่ที่เราส่งไปให้มหาดไทยเพื่อให้ค.ร.ม.พิจารณามติมูลหนี้ ถ้าเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จะถูกหักลบด้วยสัญญาสัมปทาน ซึ่งตอนนี้เรื่องยังค้างอยู่ในค.ร.ม. ยังไม่มีข้อยุติ คงต้องสอบถามและเร่งรัดทางค.ร.ม. ด้วยว่าจะพิจารณาอย่างไร

 “เราก็เห็นใจทางเอกชนเพราะมีภาระหนี้ที่เยอะ บีทีเอสก็เป็นตัวสำคัญที่ช่วยบรรเทาเรื่องการเดินทาง แต่ว่าเป็นระเบียบปฏิบัติซึ่งทั้งฝ่ายบริหารกับทางสภากทม. ก็เข้ามาหลังจากที่มีการดำเนินการไปแล้วนั้น ทำอย่างไรให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามในกรอบระเบียบที่กำหนด” ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าว

ด้านนายคีรี กาญจนพาสน์  ประธานกรรมการ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วันนี้เป็นการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจครั้งแรก ซึ่งกทม.มีความเข้าใจมากขึ้นในภาระที่ BTS แบกรับตลอด 4 ปี โดยเรื่องที่ทำความเข้าใจกัน ประกอบด้วย 1.ค่าระบบไฟฟ้า BTS ซึ่งมีการติดตั้งระบบเรียบร้อยและใช้งานแล้ว โดย กทม.เป็นผู้ลงนามรับเรื่อง ปัจจุบันถึงเวลาชำระค่าใช้จ่ายแล้ว ต้องขอบคุณกทม.ที่พยายามนำเรื่องเข้าสภากทม.พิจารณา เพื่อชำระหนี้ดังกล่าว คาดว่าจะเปิดสภากทม.ต้นเดือนหน้า ทำให้ BTS มีความมั่นใจมากขึ้นว่าจะได้รับการชำระหนี้เบื้องต้นประมาณ 2 หมื่นกว่าล้าน 2.เรื่องการจ่ายค่ารับจ้างเดินรถกว่า 3 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันอยู่ในอำนาจ ม.44 และอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาลปัจจุบัน โดยไม่ทราบว่าจะดำเนินการอย่างไร เพราะมีการนำเข้าคณะรัฐมนตรีและนำออกหลายครั้ง เนื่องจากมีมุมมองไม่ตรงกัน เข้าใจว่าอดีตรัฐมนตรีคมนาคมในรัฐบาลปัจจุบันไม่เห็นด้วย ปัจจุบันคาดว่า กระทรวงคมนาคมจะมีความเข้าใจมากขึ้น และหวังว่ารัฐบาลปัจจุบันจะดำเนินการได้ แต่หากทำไม่ได้ต้องรอให้รัฐบาลใหม่มาดำเนินการ