นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าฯกทม. เปิดเผยว่า สถานีสูบน้ำพระโขนงเป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำท่วมในกทม. ทำหน้าที่กั้นน้ำและระบายน้ำทั้งหมดในกรุงเทพมหานครก่อนปล่อยสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย ปั้มน้ำ 45 ตัว มีกำลังระบายน้ำ 155 ลบ.ม.ต่อวินาที และอุโมงค์ระบายน้ำอัตรากำลัง 60 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมมีอัตรากำลังระบายน้ำถึง 215 ลบ.ม.ต่อวินาที รับน้ำจากคลองพระโขนง คลองประเวศฯ คลองแสนแสบ ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา(+40ซม.) สูงกว่าระดับน้ำในประตูระบายน้ำพระโขนง(-80ซม.) 1.20 เมตร เป็นด่านสำคัญในการป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยากรณีขึ้นสูงกว่าระดับพื้นดินในกรุงเทพมหานคร ซึ่งต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในฤดูฝน เช่น จัดการขยะที่ไหลจากคลองต่างๆ มารวมกันบริเวณนี้ เพิ่มปั้มน้ำกรณีมวลน้ำมากเกินกำลังรับไหว รวมถึง กรณีปั้มสูบน้ำเสียต้องรีบดำเนินการเปลี่ยนทันที

โดยในการบริหารจัดการน้ำท่วมปีนี้ ได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำดูแลบำรุงรักษาปั้มน้ำ 45 ตัวให้พร้อมใช้งาน พร้อมติดตั้งปั้มเพิ่มในอัตรากำลัง 9 ลบ.ม.ต่อวินาที นอกจากนี้ ยังเตรียมของบประมาณ 300 ล้านบาท ผ่านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อปรับปรุงระบบรับน้ำ และเพิ่มคุณภาพคลองพระโขนง และเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำจากฝั่งตะวันออกของกทม. ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ ต้องรอรัฐบาลใหม่อนุมัติ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายจังหวัดใกล้เคียง เช่น คลองประเวศฯ คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต หากไม่ผันน้ำเข้ากรุงเทพฯ ต้องผันออกจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยประสานกับกรมชลประทาน โดยโครงการดังกล่าวมีการสัญญากับรัฐบาลไว้แล้ว และหวังว่ารัฐบาลใหม่จะเร่งดำเนินการให้ต่อเนื่อง เพราะเป็นโครงการหลายจังหวัดร่วมกัน

นายชัชชาติ กล่าวว่า ปัจจุบันที่สถานีสูบน้ำพระโขนงมีการเตรียมพร่องน้ำออกเพื่อรองรับฝนที่จะมาถึง โดยหลักการ เริ่มที่เส้นเลือดฝอยคือการขุดลอกท่อ เพื่อลำเรียงน้ำลงสู่คลอง จากนั้นส่งต่อยังประตูระบายน้ำหรืออุโมงค์ระบายน้ำซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ ก่อนสูบออกแม่น้ำเจ้าพระยา จึงต้องเตรียมพร้อมทั้งเส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอยควบคู่กัน อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ทุกหน่วยคำนึงถึงบทเรียนปีที่แล้ว และเตรียมพร้อมดูแลสถานีสูบน้ำพระโขนงอย่างเข้มงวด เพราะหากจุดนี้มีปัญหาน้ำทะลักเข้าไปได้จะท่วมทั้งกรุงเทพฯฝั่งตะวันออก