วันที่ 4 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี ตร.สภ.ดงเย็น อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายที่บ้านป่าเป้าน้อย ต.ดงเย็น อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (3 มิ.ย.66) เบื้องต้นทราบว่า หลานชายทะเลาะกับน้าใช้มีดปักอกตัดขั้วหัวใจจนเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย ตร.ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างเมธาธรรมจุดบริการบ้านดุง,แพทย์เวร รพ.สมเด็จพระยุพราชบ้านดุง ที่เกิดเหตุบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้าน พบศพคนตายทราบชื่อคือนายเกียรติชัย (ขอสงวนนามสกุล) หรือ เซียง อายุ 48 ปี ชาวบ้านบ้านป่าเป้าน้อย นอนเสียชีวิตอยู่บ้าน สภาพศพจมกองเลือดไม่สวมเสื้อ บริเวณหน้าอกซ้ายมีรอยถูกของคมถูกแทงเลือดไหลทะลัก ข้างๆ ศพมีมีดปลอกผลไม้ความยาว 20 ซม. ตกที่เกิดเหตุ ขณะที่ชาวบ้านไทยมุงเดินทางมาเห็นแล้วพากันตกใจ และบอกว่า คนร้ายน่าจะเป็นนายเทิดทูล (ขอสงวนนามสกุล) หรือ กุ้ง อายุ 37 ปี ชาว จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นหลานชายคนตายทำงานด้วยกัน หลังก่อเหตุได้ขี่จักรยานหลบหนีไป ส่วนสาเหตุคาดว่าจะมีเรื่องทะเลาะกันในวงเหล้าเพราะน้าชายและหลานมักดื่มเหล้าด้วยกันมีเรื่องทะเลาะกันประจำ ขณะเดียวกัน ตร.ชุดสืบสวนสภ.ดงเย็น ได้ติดตามนายกุ้งได้ ขณะกำลังนอนหลับภายในกระท่อมกับของญาติพี่น้องที่บ้านมีชัย ต.บ้านตาด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ซึ่งห่างจากบ้านเกิดเหตุประมาณ 15 กม. เมื่อนายกุ้ง เห็น ตร.ถึงกับตกใจ บอกว่า "น้าทำร้ายผมก่อน ผมจึงป้องกันตัว เพราะโดนน้าชายถือมีดจะเข้ามาทำร้ายก่อน"

ต่อมาวันนี้ (4 มิ.ย.66) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเกิดเหตุอีกครั้ง พบญาติๆ ได้นำศพมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านและเตรียมฌาปนกิจศพในวันพรุ่งนี้ที่วัดป่าในหมู่บ้าน บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าโศกเสียใจไม่คิดจะมีเหตุการณ์น้าหลานทะเลาะกันถึงขั้นเอากันตายแบบนี้ ขณะเดียวกันนายมรกต (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ญาติทั้งสองฝ่ายผู้อยู่ในเหตุการณ์ พาผู้สื่อข่าวไปดูที่เกิดเหตุ พบร่องรอยญาตินำน้ำมันมาจุดไฟเผาที่พบศพของนายเซียงตามความเชื่อที่ว่าไล่วิญญาณออกจากที่เกิดเหตุและให้ไปสุขคติภพสวรรค์

นายมรกต ญาติทั้งสองฝ่ายผู้อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า  เมื่อวาน (3 มิ.ย.66) ก่อนเกิดเหตุที่บ้านไฟดับผู้เสียชีวิตได้ไปเรียกให้ตนมาช่วยเช็คไฟในบ้าน พอต่อไฟกันเสร็จก็ชวนกันนั่งดื่มโดยมีการชักชวนผู้ก่อเหตุมาร่วมวงดื่มด้วย เมื่อดื่มกันสักพักเหล้าหมดผู้เสียชีวิตจึงใช้ให้นายกุ้งผู้ก่อเหตุออกไปซื้อเหล้า แต่นายกุ้ง ไปซื้อเหล้านาน ผู้เสียชีวิตจึงออกไปซื้อเองโดยไปเจอกันที่ร้านค้าและมีปากเสียงกันที่ร้านค้า สักพักก็กลับมาบ้านตอนนั้นตนยังอยู่ที่บ้านของผู้เสียชีวิต เมื่อผู้ก่อเหตุมาถึงก็ตะโกนท้าทายผู้เสียชีวิตฝั่งผู้ชีวิตก็ท้าทายกลับ จากนั้นผู้ก่อเหตุก็เดินมาหาพร้อมอาวุธปืนแก๊ปและมีดท้าดวลกันเลย ส่วนฝั่งผู้เสียชีวิตกำลังนั่งปลอกมะม่วง และถือมืดไปด้วยไปแล้วทั้ง 2 ก็สู้กัน เมื่อต่อสู้กันผู้เสียชีวิตก็ถูกฟันที่หน้าอกจนเสียชีวิต ภายหลังก่อเหตุผู้เสียชีวิตก็เดินไปขอยืมรถจักรยานจากชาวบ้าน และทราบต่อมาว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ในเวลาต่อมาที่บ้านของญาติ

ส่วนตัวแล้วรู้สึกเสียใจเนื่องจากตนรู้จักทั้งสองคน นายเซียง มักจะชอบดุด่าและสั่งสอนนายกุ้งซึ่งเป็นหลานอยู่ประจำ เรื่องอยากให้มีงานทำเป็นหลักแหล่ง แต่คำพูดคำพาจะพูดแรงไปหน่อย ด่าก็ด่าหนัก จริงๆแล้วผู้ก่อเหตุก็เป็นคนนิสัยดีเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตนมีสัมมาคารวะ ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นก็เป็นคนชอบพูดรุนแรงพูดตรงๆ สาเหตุการเสียชีวิตตอนนี้คาดว่าน่าจะเกิดจากความกดดันของผู้ก่อเหตุซึ่งถูกคำพูดดูหมิ่นดูถูกเหยียดหยามบ่อยๆ จึงก่อเหตุ

ทางด้านนางละไม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี พี่สาวผู้ตาย เปิดเผยว่า ครอบครัวเรามีพี่น้องร่วมกัน 6 คน ผู้เสียชีวิตเป็นน้องคนสุดท้อง โดยผู้เสียชีวิตครอบครัวก็ไม่ค่อยสมบูรณ์แบบ หลังจากเลิกรากับภรรยาก็ดื่มเหล้าประจำ ลูกก็ไปทำงานต่างประเทศ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นส่วนตัวแล้วตนก็รู้สึกเสียใจ ในฐานะพี่สาวทางนั้นก็เป็นลูกพี่สาวและเป็นหลาน ทางฝั่งผู้เสียชีวิตก็เป็นน้องชาย ซึ่งทั้งสองคนตนก็รัก ระหว่างเขาอยู่ด้วยกันก็ชอบมีปากเสียงชอบทะเลาะกันตลอดแต่ก็ไม่เคยถึงขั้นลงไม้ลงมือหนัก ยอมรับว่าผู้เสียชีวิตนั้นน้องชายเป็นคนที่มีนิสัยหุนหันพลันแล่น สาเหตุจริงๆแล้วตนก็ไม่รู้เพราะตนอยู่บ้านอีกหลัง และการที่น้าชอบด่าหลานทุกวันก็อาจมีส่วนที่ทำให้หลานทำแบบนี้จุกอกจนพูดอะไรไม่ออก แต่ก็ทำใจไว้แล้วเห็นทะเลาะกันบ่อยๆ สักวันคงมีคนตาย สุดท้ายก็เป็นจริง พี่สาวกล่าวตอนท้ายด้วยความเศร้าใจ