ครอบครัวถึงกับต้องนิมนต์หลวงพ่อวัดดัง  ทำพิธีปัดเป่าสิ่งลี้ลับออกจากลูกสาว ที่เชื่อว่าเสียชีวิตไปแล้ว  หลังป่วยหนักนอนรักษา รพ.หลายวันไม่ดีขึ้น ล่าสุดไม่มีชีพจรร่างกายไม่ตอบสนองไม่กินข้าว แต่ยังหายใจ   เชื่อถูกผีชะมกหรือปอบสิงร่างเอาไว้ เพื่อขอส่วนบุญ   พ่อแม่สงสารลูกไม่อยากให้ทรมานวอนหมอปลาช่วย   

 นายสมจิตร    (สงวนนามสกุล)​   อายุ 68 ปี  และนางสำราญ   (สงวนนามสกุล)​อายุ 65 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้านหนองมน  ต.สะเดา   อ.นางรอง   จ.บุรีรัมย์  ได้นิมนต์พระครูสังวรธรรมโสภณ หรือหลวงพ่อวินัย     เจ้าอาวาสวัดสองพี่น้อง ตำบลสะเดา  อำเภอนางรอง  และเป็นเจ้าคณะตำบลสะเดา   มาช่วยทำพิธีปัดเป่าสิ่งลี้ลับออกจากตัวของ น.ส.ปฤษณา   (สงวนนามสกุล)​  อายุ 45 ปี   ลูกสาวซึ่งป่วยระยะสุดท้ายนอนรักษาที่ รพ.หลายวันแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น   หมอบอกให้ญาติทำใจและอนุญาตให้พาผู้ป่วยกลับมาบ้านได้   พอมาถึงบ้านทั้งครอบครัวญาติพี่น้องต่างก็พากันมาร่ำลาและขออโหสิกรรมเป็นครั้งสุดท้าย  เพราะสภาพร่างกายของ น.ส.ปฤษณา เหลืองซีดไม่รับรู้อะไรแล้ว แขนขาเขียวช้ำ  ก็เชื่อว่าเป็นอาการของคนใกล้สิ้นใจแล้ว   แต่ที่ครอบครัวแปลกใจคือตรวจไม่พบชีพจรแล้ว แต่ยังหายใจอยู่   ชาวบ้านและผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านจึงเชื่อว่า น.ส.ปฤษณา  เสียชีวิตไปแล้วแต่ที่ยังมีลมหายใจอยู่    เพราะมีผีชะมกหรือผีปอบมาสิงร่างแทนเพื่อขอส่วนบุญโดยใช้ร่างกายของ น.ส.ปฤษณา   จึงไม่ยอมให้จากไป 

     

นางสำราญ   แม่ผู้ป่วย   เล่าว่า  ลูกสาวเป็นผู้พิการทางสมองมาตั้งแต่เด็ก    แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเจ็บป่วยถึงขั้นต้องเข้า รพ.เลย  กระทั่งเมื่อวันที่ 6 พ.ค.2566 ลูกมีอาการป่วยไข้สูง จึงพาไปหาหมอที่นางรอง  นอนรักษาที่ รพ.หลายวันแต่อาการก็ทรุดลงเรื่อย   โดยหมอแจ้งกับทางญาติว่าร่างกายของลูกไม่ตอบสนองแต่อยู่ได้เพราะเครื่องช่วยหายใจ  จึงให้ญาติพูดคุยหารือกันว่าจะรักษาประคับประคองต่อไป  หรือจะนำตัวกลับบ้าน   ซึ่งญาติก็ตัดสินใจจะพาลูกสาวกลับบ้าน   ก็รับลูกออกจาก รพ.วันที่ 19 พ.ค.2566 ที่ผ่านมา   แต่พอกลับมาถึงบ้านร่างกายลูกไม่ตอบสนอง ก็ตัดสินใจถอดสายออกซิเจนออก เพื่อให้เขาจากไปตามธรรมชาติ    แต่พอถอดเครื่องช่วยหายใจออกแล้ว  ลูกสาวก็ยังหายใจ แต่ตรวจไม่พบชีพจริง  และยังมีลมหายใจถึงวันนี้  ทั้งญาติและชาวบ้านต่างก็แปลกใจ ว่าไม่มีชีพจรแล้วแต่ทำไมยังหายใจอยู่    ชาวบ้านโดยเฉพาะคนแก่ในหมู่บ้านจึงเชื่อว่าที่ยังหายใจอยู่   เพราะมีวิญญาณผีชะมก หรือปอบมาเข้าสิงร่างแทน  ไม่ใช่ตัวของ น.ส.ปฤษณา   แต่ตอนนี้ผ่านไปกว่า 10 วันแล้วลูกก็ยังนอนแน่นิ่งไม่ตอบสนองไม่กินข้าว  ป้อนได้แต่ยามากว่า 10 วันแล้ว    ก็สงสารลูกสาวมากหากลูกไม่ตอบสนองอะไรแล้ว  ก็อยากให้ลูกจากไปอย่างสงบไม่ต้องเจ็บปวดทรมาน   จึงได้นิมนต์พระมาทำพิธีให้ตามความเชื่อ   แต่หากไม่ได้ผลก็อยากจะให้หมอปลามาช่วย  เพราะไม่อยากให้ลูกนอนทรมานแบบนี้สงสารลูกมาก

       

ด้านพระครูสังวรธรรมโสภณ หรือหลวงพ่อวินัย เจ้าคณะตำบลสะเดา  บอกว่า  เมื่อญาติโยมนิมนต์ให้มาช่วย   เพราะเชื่อว่าลูกสาวตัวเองเสียชีวิตไปแล้วแต่ที่ยังหายใจอยู่เพราะมีผีมาสิงร่างแทน   หลวงพ่อก็มาช่วยดูให้   ซึ่งตั้งแต่บวชเป็นพระมาก็ไม่เคยเห็นมาก่อน  แต่เคยได้ยินเขาพูดกันมีกรณีคนที่เสียชีวิตไปแล้ว  แต่ยังมีลมหายใจอยู่เพราะมีสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็นมาสิงร่างแทน    แต่ที่หลวงพ่อมาทำพิธีวันนี้เป็นไปตามหลักเมตตาธรรม คือ องค์พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์  สวดปัดเป่าบอกกล่าวให้สิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็นออกไป และปะพรมน้ำมันเป็นความเป็นสิริมงคล   แต่ไม่ใช่ไสยศาสตร์   

 

ส่วนที่ชาวบ้านเชื่อว่าวิญญาณที่มาสิงร่างเป็นผีชะมก หรือผีปอบนั้น ก็เป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบร่ำโบราณ  ที่เขาต้องมาสิงร่างเพราะต้องการได้รับส่วนบุญผ่านร่างคนที่เชื่อว่าตายไปแล้ว ที่มาวันนี้หลวงพ่อก็ใช้หลักธรรมะช่วย  เพราะหลวงพ่อไม่ได้มีวิชาอาคมอะไร  แต่จะได้ผลหรือไม่ก็ต้องรอดู