รศ.วิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การบริหารจัดการน้ำปีนี้น่าจะดีขึ้น เริ่มตั้งแต่การเตรียมการล่วงหน้า ในครั้งนี้เราปรับระบบและเพิ่มระบบเยอะขึ้น การพยากรณ์อากาศดีขึ้น การติดตั้งเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำท่วมในผิวถนนเพิ่มขึ้นเพื่อเตือนภัยล่วงหน้า พร้อมทั้งขุดลอกท่อระบายน้ำ ขุดลอกคลอง ปรับปรุงสถานีสูบน้ำ ทั้งระหว่างทางและปลายทาง ทั้งหมดนี้น่าจะทำให้การระบายน้ำดีขึ้น แต่ต้องขอความร่วมมือประชาชนเหมือนเดิมทุกปีที่ผ่านมา คือ หลีกเลี่ยงการทิ้งขยะลงที่สาธารณะ เพราะขยะเป็นตัวสำคัญที่ทำให้น้ำจากผิวจราจรลงท่อได้ยาก หากเราช่วยกันเชื่อว่าระบบการระบายน้ำทั้งหมด จะสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตามที่เตรียมการไว้

การเตรียมความพร้อมการระบายน้ำในพื้นที่กทม.ในช่วงฤดูฝนปี 2566 กทม.ได้ถอดบทเรียนภาพรวมปัญหาน้ำท่วมเมื่อปี 65 ที่ผ่านมา พบว่าในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีปัญหาน้ำท่วม รวม 737 จุด แบ่งเป็น ปัญหาน้ำท่วมจากน้ำเหนือน้ำหนุน 120 จุด และปัญหาน้ำท่วมจากน้ำฝน 617 จุด ในปีนี้กทม. โดย สำนักการระบายน้ำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง สำหรับการแก้ปัญหาจากน้ำเหนือน้ำหนุน  120 จุด ดำเนินการแก้ไขแล้วเสร็จ 29 จุด ดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีนี้  41 จุด(ได้รับงบประมาณแล้ว) อยู่ระหว่างสำรวจออกแบบ 31 จุด และอยู่ระหว่างประสานเอกชนและหน่วยงานราชการ 19 จุด โดยมีมาตรการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วนในการรับมือน้ำเหนือและน้ำหนุน โดยทำการเรียงกระสอบทราย 68 จุด ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 1 จุด สร้างรางระบายน้ำ 1 จุด ปรับปรุงคันดิน (JET MIX) 18 จุด ปรับปรุงบ่อสูบน้ำ 1 จุด  ปรับปรุงบ่อสูบน้ำ+JET MIX 1 จุด ยังไม่ได้รับความยินยอม 1 จุด

ส่วนการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังจากน้ำฝน  617 จุด แบ่งเป็นการแก้ไขปัญหาของสำนักระบายน้ำ 144 จุด แก้ไขแล้วเสร็จ  61 จุด แก้ไขแล้วเสร็จภายในปีนี้ 40 จุด (ได้รับงบประมาณแล้ว) อยู่ระหว่างสำรวจออกแบบ 43 จุด และการแก้ไขปัญหาของสำนักงานเขต 473 จุด เขตอยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง 21 จุด เขตได้รับงบแล้ว 79 จุด เขตจะขอจัดสรรงบประมาณอีก 69 จุด อยู่ในโครงการของสำนักการระบายน้ำ 68 จุด อยู่ในโครงการของสำนักการโยธา 3 จุด ถนนส่วนบุคคล 24 จุด อยู่ระหว่างสำรวจออกแบบ 209 จุด โดยมีมาตรการแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 224 จุด ล้างทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 40 จุด เรียงกระสอบทราย 97 จุด ขุดลอกคลอง 17 จุด เสริมผิวจราจร 24 จุด

นอกจากนี้กทม.ยังได้ดำเนินการขุดลอกและทำความสะอาดท่อระบายน้ำ ความยาวท่อระบายน้ำทั้งหมด 6,441 กม. ในปี 2565 ขุดลอก 3,356.9 กม. ส่วนปี 2566 มีแผนขุดลอก 3,758.5 กม. ขุดลอกแล้ว 1,948.1 กม. (51.83%) แบ่งเป็น แรงงาน/รถดูดเลน 781.5 กม. จ้างเหมากรมราชทัณฑ์ 1,055.9 กม. จ้างเหมาเอกชน 110.7 กม. และอยู่ระหว่างดำเนินการ 1,810.4 กม. (48.17%) คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน มิ.ย.66 ส่วนการขุดลอกคลองเพื่อรองรับฤดูฝน กรุงเทพมหานครมีคลอง 1,980 คลอง  ความยาว 2,744,923 เมตร ในปี 2565 ดำเนินการลอกคลอง 67 คลอง ความยาว 132,747 เมตร ปี 2566 มีแผนลอกคลอง 182 คลอง ความยาว 202,704 เมตร ปัจจุบันผลงานที่ทำได้ 142,000 เมตร (70%) คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน มิ.ย.66

นายวิศณุ กล่าวถึงโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กทม.ว่า  โครงการดังกล่าวมีอุโมงค์ระบายน้ำทั้งสิ้น 12 แห่ง ก่อสร้างแล้วเสร็จ  4 แห่ง ประกอบด้วย 1.อุโมงค์ประชาราษฎร์ สาย 2 แก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ เขตบางซื่อ จตุจักร หลักสี่ และดอนเมือง 2. อุโมงค์บึงมักกะสัน แก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ เขตวัฒนา ปทุมวัน ราชเทวี พญาไท ห้วยขวาง และดินแดง 3. อุโมงค์คลองแสนแสบแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ เขตห้วยขวาง บางกะปิ บึงกุ่ม วัฒนา วังทองหลาง และลาดพร้าว 4. อุโมงค์คลองบางซื่อ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ เขตห้วยขวาง ดินแดง พญาไท จตุจักร ลาดพร้าว วังทองหลาง บางซื่อ และดุสิต ซึ่งอุโมงค์ระบายน้ำ 4 แห่ง ดำเนินการบำรุงรักษาแล้วเสร็จ 3 แห่ง โดยอยู่ระหว่างดำเนินการ 1 แห่ง ที่อุโมงค์บางชื่อ จะแล้วเสร็จในช่วงกลางเดือน พ.ค. 66 อยู่ระหว่างก่อสร้าง อีก 4 แห่ง 1.อุโมงค์หนองบอน 2.อุโมงค์คลองเปรมประชากร 3.อุโมงค์คลองแสนแสบส่วนต่อขยาย 4.อุโมงค์คลองทวีวัฒนา และอุโมงค์ระบายน้ำที่จะก่อสร้างในอนาคต จำนวน 4 แห่ง ประกอบด้วย 1. อุโมงค์คลองพระยาราชมนตรี 2. อุโมงค์คลองบางซื่อส่วนต่อขยาย 3. อุโมงค์ถนนพิษณุโลก 4. อุโมงค์คลองประเวศ

จะพัฒนาระบบพยากรณ์และการตรวจกลุ่มฝน ด้วยระบบพยากรณ์ Al-Nowcasting ซึ่งสามารถให้ข้อมูลการคาดการณ์ฝนล่วงหน้าได้ 3 ชั่วโมง นอกจากนี้มี การติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดสภาพอากาศ กล้องเพื่อดูสภาพอากาศและกลุ่มเมฆ จำนวน 6 แห่งและติดตั้ง จำนวน 3 แห่ง ติดตั้งเสร็จแล้วที่ อาคารสำนักการระบายน้ำ ประตูระบายน้ำหลวงแพ่ง และประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนา คงเหลือที่ประตูระบายน้ำคลองพระยาราชมนตรี อาคารศูนย์ป้องกันน้ำท่วมหนองบอน และอาคารสำนักงานเขตลาดพร้าว รวมทั้งติดตั้ง eagle radar (เรดาร์ชนิด X band) จะทำให้ได้ข้อมูลการคาดการณ์ฝนที่มีความละเอียดมากขึ้น เนื่องจากมีการนำเข้าข้อมูลสภาพอากาศเข้ามาร่วมวิเคราะห์ ทำให้สามารถตรวจวัดฝนได้แม่นยำขึ้น