หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ขายข่าวขายความจริงให้ประชาชนคนไทยได้อ่านมาอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประเทศไทยฉบับนี้ ประจำวันพุธที่ 26 เมษายน พ.ศ.2566 ท่ามกลางการเมืองที่ร้อนแรงพอๆกับความร้อนแรงของอากาศ ...*...

ร้อนเกินกว่าคำบรรยาย คือ อุณหภูมิความร้อน ของ ประเทศไทย ยามนี้ที่ พุ่งสูงเกินกว่า 40 องศา ทำให้ ดัชนีความร้อนพุ่งขึ้นไปมากกว่า 50 องศาเซลเซียส ความร้อนมากขนาดนี้ มีอันตรายต่อสุขภาพ ถึงขั้น เสียชีวิตได้ เกิดจาก ร่างกายขาดน้ำไม่รู้ตัว โดยเฉพาะ ส.ว. ผู้สูงวัย ควร หมั่นจิบน้ำบ่อยๆ ไม่ต้องปล่อยให้เกิดความรู้สึกกระหายน้ำแล้วค่อยดื่ม ถึงตอนนั้นอาจจะสายไป เพราะ ความรู้สึกกระหายน้ำของผู้สูงวัยจะค่อยๆลดลงไปตามอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้ สูงวัยบางคนถึงขั้นไม่มีความรู้สึกอยากจะดื่มน้ำ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายครับผม ...*...

ร้อนแรงไม่แพ้กัน คือ การห่ำหั่นทางการเมือง ในสนามเลือกตั้ง ต่างฝ่ายต่างโจมตีกันทุกรูปแบบ ตั้งแต่ โจมตีกันบนเวทีหาเสียง และ ปล่อยข่าวเท็จข่าวลวงในสื่อโซเซียลทุกช่องทาง ไม่เว้นแม้กระทั่ง 2 พรรคการเมือง คือ เพื่อไทย และ ก้าวไกล ที่อยู่ฝ่ายเสรีนิยมด้วยกัน ยังกล่าวหากันในสื่อโซเชียลเฟซบุ๊ก ...*...

เฟซบุ๊ก ล่าสุดของ ภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย หนึ่งในคนสำคัญ ของ ทีมนักรบห้องแอร์  ออกมาแหย่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล หลงกระแสไอโอ ในขณะที่ พรรคเพื่อไทยเป็นกระแสจริง อดรนทนไม่ไหว “หมาแก่” ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ สื่อนักประชาธิปไตยจัดๆ ถึงกับประกาศกลางรายการ ห้ามทัพสองพรรคฝ่ายค้านใหญ่ อย่าทะเลาะกันเลย ศึกข้างหน้าใหญ่หลวงนัก ...*...

ขนาดแกนนำคนสำคัญเพื่อไทย ยี่ห้อ ภูมิธรรม เวชยชัย ถึงกับลงทุน ออกโรงเอง ภาษาเซียนมวยเรียกว่า มวยออกอาการ เพราะ กระแสเพื่อไทยถอยหลัง ในขณะที่ กระแสก้าวไกลเริ่มแรง บางสำนักโพล ให้ก้าวไกลแซงหน้าเพื่อไทย  ในเมื่อ เป็นฐานเสียงเดียวกัน นั่นหมายความว่า คะแนนเสียงก้าวไกลขัดขวางแลนด์สไลด์เพื่อไทย ทำให้ความหวัง จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลพังทลายลงทันที ...*...

ถึงบรรทัดนี้ บารอน มองการเมือง หลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคมนี้ ร้อนแรงไม่แพ้คลื่นความร้อนแน่นอน เพราะ เป็นสงครามครั้งสุดท้าย ของคนแดนไกล ทักษิณ ชินวัตร เจ้าของพรรคเพื่อไทยตัวจริงเสียงจริง ถึงขนาดใช้ไพ่ใบสุดท้าย คือ ลูกสาวสุดที่รัก “ลูกอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ลงสนามการเมือง เป็นแคนดิเดทนายกฯลำดับที่หนึ่ง ซึ่งสื่อความหมายว่า แพ้ไม่ได้ ก็ได้แต่ สวดมนต์ขอพร อ้อนวอน พระสยามเทวาธิราช ขอได้โปรด คุ้มครองประเทศไทยด้วยเถิด ขออย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เลือกตั้งแพ้คนไม่แพ้อีกเลย สาธุ ...*...

คลื่นความร้อนยังต้องหลบ เมื่อพบกับ บิลค่าไฟฟ้าเดือนมีนาคม ที่ ต้องจ่ายในเดือนเมษายน ทำให้หนาวเสียดแทงหัวใจปี๊ดทันที ค่าไฟฟ้าแพงผิดปกติ อันเกิดจาก นโยบายผิดพลาด ตั้งแต่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ อนุมัติให้สร้างโรงไฟฟ้า ไอพีพี ที่ ใช้ระบบก๊าซผลิตไฟฟ้า ใน ปี พ.ศ. 2556 ที่มันผิดปกติตรงที่ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะ ประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ได้กำหนดนโยบาย ให้เพิ่มสำรองไฟฟ้า จากเดิม 20 %   เป็น 50  % ทำให้ ส่วนที่เกินเพิ่มขึ้นมา 30 %  คือ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยไม่มีความจำเป็น โยนภาระให้ประชาชนผู้ใช้ไฟฟ้ารับผิดชอบ ในรูปของ ค่าเอฟที ...*...

มาถึงยุค รัฐบาล คสช. สืบเนื่องมาถึง รัฐบาลลุงตู่ ในปัจจุบัน ก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ ในฐานะ ผู้บริหารประเทศไทย แม้ จะไม่สามารถไปแก้ไขสัญญา ที่ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำกับเอกชน ตาม คำวินิจฉัย ของ ศาลปกครองสูงสุด ก็ตาม แต่ในฐานะ ลุงตู่ ก็อยู่ในตำแหน่ง ประธาน กพช. เช่นกัน ทำไมไม่แก้นโยบายให้ลดการสำรองไฟฟ้าลงมาเหลือ 20 %    เท่าเดิม ง่ายๆแค่นี้ ก็ ไม่เพิ่มต้นทุนการสำรองไฟฟ้าอีกตั้ง 30 %  จะทำให้ ค่าเอฟทีลดลงไปได้ตั้งเยอะ ปัดโธ่ ลุงหนอลุง …*…

ส่วน โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก โรงละ 10 เมกะวัตต์ ที่ ลุงตู่ อนุญาต ให้เพิ่มขึ้น เรียกว่า โรงไฟฟ้า เอสพีพี ล้วนแล้วแต่ เป็นโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติ เช่น โซล่าเซลล์ หรือ พลังงานแสงอาทิตย์ แม้จะมีเป็นจำนวนมาก แต่ราคาขายให้ กฟผ.ก็แค่เมกะวัตต์ละ 2 บาทกว่าๆเท่านั้นเอง ข้อสำคัญ เป็นโรงไฟฟ้าพลังสะอาด ที่อยู่ในโครงการ ลดโลกร้อน ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ประสา บารอน ก็ไม่เข้าใจ นายคมกฤช ตันตระวณิชย์ เลขาธิการ กกพ. อมพะนำอะไรอยู่ใย ไม่ออกมาชี้แจง …*…

มองไปที่ สำนักงานคณะกรรมการกำกับตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่ นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ ก.ล.ต. กำลังจะครบวาระ 4 ปี ใน วันอาทิตย์ที่ 30 นี้ อยู่รอมร่อ แต่ 2 รายชื่อ ที่ ผ่านการสรรหาตามกติกาแล้ว คือ นางวรัชญา ศรีมาจันทร์ และ รศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล ซึ่งเป็นนอก เป็นหัวหน้าภาควิชาการธนาคารและการเงิน คณะพาณิชย์ศาสตร์ฯจุฬาฯ ยังรอ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีคลัง สั่งอนุมัติ เท่านั้น...*...

ที่นี่ บารอน ไม่รู้จักเธอทั้งสองเลยแม้แต่น้อย เพียงแต่ตั้งข้อสังเกต ว่า มีการสะกัดกั้นคนนอก คือ รศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล ว่า ขาดคุณสมบัติ เพราะ ตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาการฯ จุฬาฯ อาจไม่เข้าข่าย ต้องดำรงไม่ต่ำกว่ารองของผู้บริหารสูงสุดฯ ทั้งๆที่ ผ่านคณะกรรมการสรรหา ที่ ต้องพิจารณาคุณสมบัติมาอย่างดีแล้วนี่นา หรือว่า เป็นคนดีมีฝีมือ ถึงขนาด คนใน ก.ล.ต.ยังเกรงว่าจะแพ้ เลยหาสาเหตุคุณสมบัติมาขัดขวาง

ที่มา: บารอน (26/4/66)