หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ยืนหยัดฟันฝ่า ทุกอุปสรรค ทุ่มเท ทำงานเพื่อรับใช้สังคม นำเสนอความจริง ผลงานก้าวสู่ปีที่ 73 เป็นเครื่องพิสูจน์ …*…
บรรยากาศการหาเสียงในช่วงเข้าโค้งสุดท้าย ดุเดือดเข้มข้นโดยไม่ต้องนัดหมาย เมื่อทุกพรรคการเมืองเหลือเวลาลงพื้นที่ ขึ้นเวทีปราศรัยกันอีกไม่กี่แม็ตช์เท่านั้น การเลือกตั้งจะมาถึงในวันที่ 14 พ.ค.66 นี้แล้ว ดังนั้นแต่ละพรรคจึงต้อง “ปรับแผนหาเสียง” โดยจะต้องนำ “ข้อมูล” ที่มีอยู่ในมือมาประมวล ไม่ว่าจะเป็น “โพลลับ” จากหน่วยสันติบาล จาก กอ.รมน. และจากมหาดไทย ควบคู่ไปกับ “โพลพรรค” ที่ทำขึ้นมา เพื่อสแกนว่าในพื้นที่ไหน เขตเลือกตั้งใด “ผู้สมัคร” ของพรรคมีโอกาส “สอบได้” หรือ “สอบตก” …*…
“พรรคเพื่อไทย” เวลานี้ แม้ “เรทติ้ง” กระแสพรรค จะมาแรง เข้าวินติดอันดับต้นๆ โพลแทบทุกสำนัก แต่ใช่ว่า “เสนาธิการ” ของพรรคจะวางใจได้ ยิ่งเมื่อได้เห็น “พรรคก้าวไกล” ที่เคยเป็นพรรคฝ่ายค้านมาด้วยกัน กำลัง “ทำแต้ม” ไล่หลังชนิดรดต้นคอ ความนิยมของ “ฝ่ายประชาธิปไตย” ถูกแบ่งออก แชร์ออกไปที่ “พรรคเพื่อไทย” กับ “พรรคก้าวไกล” ขณะเดียวกัน กระแสความนิยมเรียกร้อง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้เป็น “นายกฯคนที่ 30” กำลังไล่หลัง “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯของพรรคมาติดๆ …*…
การที่ทั้ง “พรรคเพื่อไทย” กับ “พรรคก้าวไกล” แข่งขันกันเอง ช่วงชิงคะแนนเสียงกันเองเช่นนี้น่าจะกลายเป็น “อุปสรรคใหญ่” ที่ “พรรคเพื่อไทย” จะเกิดแลนด์สไลด์ ลำพัง “เพื่อไทย” สู้กับ “พรรคฝั่งตรงข้าม” ไม่ว่าจะเป็น พรรคการเมืองของ “2 ลุง” แล้วยังเจอกับ “พรรคร่วมรัฐบาล” ทั้ง “พรรคภูมิใจไทย” และ “ประชาธิปัตย์” ก็ถือว่าหนักหนาสาหัสพอตัวอยู่แล้ว …*…
ขณะที่ “พรรคก้าวไกล” วันนี้น่าลุ้นว่า “กระแส” ที่กำลังพุ่งเป็นเส้นกร๊าฟ ตีคู่มากับ “พรรคเพื่อไทย” นั้น เมื่อถึงวันหย่อนบัตร 14 พ.ค.นี้ “คะแนนเสียง” จะลบล้างข้อครหา เสียงเยาะเย้ยว่า “พิธา” เป็นได้แค่ “นายกฯในโลกโซเชียล” เท่านั้นจริงหรือไม่ ? …*…
“จดหมายบิ๊กป้อม” กำลังพ่นพิษ กระทบไปยังหลายต่อหลายพรรค ทั้ง “ฝ่ายเดียวกันเอง” ไปจนถึง “พรรคเพื่อไทย” เพราะไม่เช่นนั้น “เศรษฐา ทวีสิน” แคนดิเดตนายกฯของพรรค คงไม่ต้องออกมาตอบคำถามซ้ำไป วนมาเรื่องที่ “เพื่อไทย” จะจับมือกับ “พรรคพลังประชารัฐ” หรือไม่ เพราะใน “จดหมายฉบับที่ 9” ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ สื่อสารออกมาในท่วงทำนองว่า “ยังไม่ปิดประตู” ว่าจะจับมือกับใครตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งหรือไม่ …*…
แต่รอบนี้ ดูเหมือนว่า “เศรษฐา ทวีสิน” ที่กำลังรับบทหนัก เพราะต้องคุมทัพตามลำพังเมื่อ อีก 2 แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย ไม่อยู่ในภาวะที่จะออกมาลุยในภาคสนาม ล่าสุดเมื่อ “เศรษฐา” ยืนยันว่าไม่จับมือกับ “พรรคพลังประชารัฐ” อย่างแน่นอน จึงโดน “สวนกลับ” จาก “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” แกนนำข้างกาย “บิ๊กป้อม” ด้วยการถามกลับว่า “เศรษฐา” มีสิทธิในการตัดสินใจอย่างนั้นหรือ ? และด้วยเงื่อมปมนี้ นี่เองที่จะกลายเป็น “เชื้อ” ทำให้ “แคนดิเดต” อย่าง “เศรษฐา” ต้องเผชิญกับ “คำถาม” ที่จะกลายเป็น “แรงเสียดทาน” ที่จะลดทอนเครดิต ตามมาในอีกไม่ช้า ! …*…
ที่มา:พันแสง (24/4/66)