ปากกาขนนก/สกุล บุณยทัต

“ความมั่งมีในชีวิต คือต้นเค้าของความมั่งคั่งแห่งการดำรงอยู่ มันเกิดจากศักยภาพของตัวเองในการสั่งสมความร่ำรวย ด้วยจิตวิญญาณอันกระตือรือร้นขึ้นมา...นั่นคือความสำคัญที่โดดเด่นของชีวิตในแต่ละชีวิต ที่จะแสวงหาผลลัพธ์อันเป็นคุณประโยชน์ต่อการผูกร้อยอนาคต ด้วยความหวังอันเรืองโรจน์ของปัจจุบัน ถ้าเราใส่ใจ กับกลไกของการมีชีวิตอยู่อย่างมีรายละเอียด เราก็จะได้สัมผัสกับความลับหลายๆประการที่จะสรรค์สร้าง...ความสุขจากความมั่งคั่งมั่งมีขึ้นมา..เป็นเนืองนิจ...”

ความรู้สึกมั่งมี...เริ่มต้นเมื่อเราจดจ่อกับความคิดที่ว่า...ตอนนี้ฉันมีเงิน แม้จะมีแค่บาทเดียวก็ตาม/เราสามารถรู้สึกถึงความสุขได้ แม้แต่ตอนที่ไม่มีเงิน/ความรู้สึกมั่งมีก็คืออารมณ์ ก็คือความรู้สึกมั่งมีที่ฉันมีอารมณ์อยู่ในตอนนี้/กุญแจสู่การเปลี่ยนแปลงฐานะคือ...อารมณ์มิใช่ความคิด/ความสุขนำพาความสำเร็จ มากกว่าความสำเร็จนำพาความสุขมาให้/โลกจะดูแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง..เมื่อเราเปลี่ยนมุมมอง/เราต้องประทับความรู้สึกมั่งมีลงไปในจิตไร้สำนึก และจิตไร้สำนึกจะ...เก็บเกี่ยวผลของความมั่งคั่งเมื่อถึงเวลา/การร่วมทุกข์ร่วมสุขคือวิธีที่แน่นอนที่สุด...ในการทวีพลังของความรู้สึกมั่งมี/บิลล์ เกตส์ และ วอร์เร็น บัฟเฟตต์ ทวีคูณของความรู้สึกมั่งมี  ผ่านการร่วมทุกข์ร่วมสุข พวกเขาเกื้อกูลกันและกัน รวมทั้งแบ่งปันในทางบวกให้แก่โลก/...และท้ายสุด..ความรู้สึกมั่งมี ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้ หาใช่เมื่อฉันจะต้องเป็นผู้ให้ทั้งในอดีตกาล หรือ ในอนาคตแต่อย่างใดไม่..! “ฉันจะเป็นผู้ให้ก่อน หรือฉันจะให้มากกว่าที่รับ”

นี่คือ..หนังสือที่มีค่ายิ่งต่อการอ่านที่ต้องใช้กระบวนการขบคิด/ทั้งลึกซึ้งและเจิดกระจ่างทางปัญญา ซึ่งเขียนโดย.. “ฮงยูจุน” นักข่าวสาวผู้มุ่งมั่นออกตามหากุญแจของความมั่งคั่ง จนได้ประสบพบเจอกับ “ลีซอยุน” ซึ่งเป็นกูรูทางด้านความร่ำรวยและเป็นที่ปรึกษาและนับถือของผู้นำทางสังคม..หนังสือเล่มนี้จึงเป็นหนังสือขายดีเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายในเกาหลีใต้.....

สาระสำคัญของผู้เขียนที่เน้นย้ำไว้หนังสือเล่มนี้/เริ่มต้นด้วยประเด็นสำคัญยิ่งที่ว่า..ความร่ำรวยนั้น เริ่มต้นที่ “ความรู้สึกธรรมดา” อันนิยามเปรียบเปรยถึงความมั่งมี ซึ่งหมายถึงว่า..

“ผู้คนมากมายหรือแม้แต่เราทุกคน สามารถสร้างเงินล้านได้ด้วยกันทั้งนั้น/ขอให้เรารู้จักหรือรู้สึก...ฝึกถึงความั่งมี” และมีอารมณ์ร่วมในการใช้เงินไปด้วยในแต่ละครั้ง/เพียงเปลี่ยนอารมณ์ที่มีต่อการใช้เงิน/และทวีคูณคุณค่าในการใช้เงินในแต่ละครั้ง นั่นคือวิธีการแห่งข้อตระหนักรู้ซึ่งที่สุด ก็สามารถจะทบทวีเงินที่หามาได้ ให้เพิ่มปริมาณแก่ชีวิตของการดำรงอยู่มากขึ้นเรื่อยๆ..

   ในความหมายของชีวิต..เงินอาจไม่ใช่สิ่งคอขาดบาดตายนักหรอกต่อปรัชญาของการมีชีวิตอยู่/มันอาจจำเป็นเมื่อถึงคราวจำเป็น แต่มันหาใช่ปัจจัยที่จะชี้เป็นชี้ตายให้แก่ชีวิต..

ความลับในการมีอยู่ของมัน จึงอยู่ที่ข้อวินิจฉัยที่ล้วนเกิดขึ้นภายใน ว่าจะยอมรับการมีอยู่อย่างลึกซึ้งของสิ่งไหนกันแน่?...

 “ความร่ำรวยคือนัยของสิ่งใด เมื่อเทียบกับค่าความหมายของชีวิต...ซึ่งแท้จริง มันจะค่อยเป็นค่อยไปในครรลองแห่งความเป็นไปและเป็นอยู่อันซับซ้อนและคลี่คลายของมันสลับกันไป..."

เราจำเป็นต้องค้นหาความลับในการมีชีวิตอยู่ด้วยกันทั้งสิ้นในยุคสมัยนี้...ค้นหาวิธีสะสมทรัพย์สินทางโภคทรัพย์และพัฒนาการดำรงอยู่ด้วยตัวตนอันชัดแจ้ง...ทุกสิ่งก่อเกิดขึ้นด้วยแรงสถิตจากปัญญาญาณที่ค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่วงจรของการค้นพบและนัยแห่งความสุขสำเร็จ...อันถาวร..

“จินดารัตน์ ธรรมรงค์วุทย์” แปลหนังสือขายดีมากเล่มนี้ ออกมาอย่างเข้าใจและเปี่ยมเต็มไปด้วยพลังความคิด และ..พลังแห่งการกระทำที่รับรู้ได้...อย่างเด่นชัดไม่ว่าจะเป็น..การพยายามเปลี่ยนอารมณ์ที่มีต่อเงิน...ซึ่งที่สุดมันจะเป็นบันไดที่นำไปสู่ความเข้าใจต่อการสัมฤทธิผลในชีวิต หรือแม้แต่...สิ่งต่างๆที่มีอยู่หรือติดค้างในชีวิตเรา ก็ล้วนเป็นต้นทุนให้เราสามารถขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้าอย่างมีกำไรและมีความหมายได้เสมอ..

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้..อย่างมีความสุขและความรู้ในรอบด้าน..ตราบใดที่เราใคร่ครวญถึงปรารถนาจากบทเรียนแห่งการใช้ชีวิต ที่ควรจะมีและควรจะเป็น  "ความลับของความมั่งคั่ง" ก็จะอุบัติขึ้นข้ามผ่าน...ความเพียรพยายายามที่จะปลูกสร้างและก่อเกื้อชีวิตให้เป็นศรัทธาของการมีอยู่อย่างถึงที่สุด ..มันคือความภาคภูมิใจอันเปี่ยมล้นและสำคัญ...ยิ่งยวด"

“เราสามารถรับรู้ถึงความสุขได้...แม้แต่ตอนที่ไม่มีเงิน/ความรู้สึกมั่งมี ต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้...ไม่ใช่อนาคต..แต่เป็นปัจจุบัน.."