การแย่งชิงอำนาจทางการเมืองทำให้ “พี่น้อง 3 ป.” ต้องแตกแยกแยกทางแยกพรรคกันแล้ว ยังทำให้ กองหนุน ต้องแตกแยกกันด้วย

ทั้งทีมนายทหารฝ่าย เสนาธิการของทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แห่งพรรครวมไทยสร้างชาติ และของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

โดยเฉพาะเตรียมทหารรุ่น 20 ที่ส่วนใหญ่เป็นทีมงานของ พล.อ.ประวิตร นำโดย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ  อดีตปลัดกลาโหม  พร้อมด้วย “บิ๊กตู่” พล.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา อดีตรองปลัดกลาโหม พล.อ.นภนต์ สร้างสมวงษ์ อดีตรองปลัดกลาโหม

ขณะที่เป็นที่รู้กันดีว่าฝั่ง พล.อ.ประยุทธ์ ก็มี “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. แกนนำเตรียมทหาร 20 ที่สนิทสนมกับ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น เป็นกองหนุน

ไม่แค่นั้นยังทำให้ 2 เพื่อนรักเตรียมทหารรุ่น 25 อย่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า  แกนนำพรรคพลังประชารัฐ และ “เสธ.หิ” ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ผู้ประสานงานพรรครวมไทยสร้างชาติ ต้องแยกทางเดินแยกพรรคการเมืองและจนที่สุด ก็ต้องมาสู้กันเอง

หลังจาก ร.อ.ธรรมนัส ออกมาอ้างมีการใช้กำลังทหารข่มขู่หัวคะแนน ผู้นำท้องถิ่นของพรรคพลังประชารัฐ ในพื้นที่จังหวัดพะเยา

โดยพาดพิงไปที่ทหารในพื้นที่ที่ชื่อว่า “เสธ.น.” ที่นำทีมทหารลงพื้นที่ไปข่มขู่เพื่อให้กำนันผู้ใหญ่บ้านช่วยสนับสนุน ผู้สมัครของอีกพรรคหนึ่งที่พะเยา โดยระบุว่าเป็นลูกน้องของ “เสธ.นอกราชการคนดัง” ที่มีการระบุกันภายในพรรคว่าชื่อ “เสธ.ห.”

“ขอเตือนพี่น้องทหารทั้งหลายรีบ กลับกรมกองต้นสังกัดด่วน ก่อนที่อนาคตรับราชการจะหมดไป ผมมีรายชื่อและต้นสังกัดของพวกท่านหมดแล้ว และจะนำหลักฐานส่งให้ผู้บังคับบัญชา ผมให้โอกาสพี่น้องทหารทั้งหลายนะครับแต่หากไม่เชื่อคำแนะนำผมก็อย่ามาโทษกันภายหลัง พวกเราคนพะเยา จะไม่ยอมให้ไอ้อีผู้ใดชักศึกเข้าบ้าน” คำขู่จาก ร.อ.ธรรมนัส

การที่ ร.อ.ธรรมนัส โพสต์ แชร์เรื่องนี้ และพรรคพลังประชารัฐก็รับลูกข่าวนี้ต่อ ส่งผลให้กองทัพโดยเฉพาะกองทัพบกถูกจับตามองอีกครั้ง และถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนทหารที่ไปช่วยฝ่ายตรงข้าม เพราะในขณะที่กองทัพบกก็ถูกจับจ้องและวิพากษ์วิจารณ์จากเรื่องแฮดเกอร์ทหารที่เจาะข้อมูลคนไทย 55 ล้าน และมีเรื่องทหารวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมืองจน “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. สั่งย้ายเข้ากรุไปแล้ว

เมื่อมาเกิดเรื่องนี้ก็ทำให้กองทัพบก สะเทือนไปด้วย และทหารที่ถูก ร.อ.ธรรมนัส พาดพิง คือ “เสธ.น” ก็อาจจะถูกผู้บังคับบัญชาตักเตือนถือว่า เป็นการป้องปรามการออกอาวุธของฝ่ายตรงข้ามในอีกทางหนึ่ง

กรณีนี้มีข่าวสะพัดในพรรคพลังประชารัฐว่า ร.อ.ธรรมนัส ได้โทรหา “เสธ.หิมาลัย” เพื่อสอบถาม และเตือนใน ฐานะเพื่อน เพราะ “เสธ. หิมาลัย” รับผิดชอบดูแลพื้นที่ภาคเหนือแต่ “เสธ หิมาลัย” ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง 

ขณะที่ “เสธ.หิมาลัย” ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่เกี่ยวข้อง เพราะ ตนเองเดินทางไปที่จังหวัดเชียงรายและนั่งรถลงพื้นที่ไปที่พะเยาเพื่อไปพบกับผู้สมัครเพียงแค่ 30 นาที ก่อนที่จะมีการดีเบต จากนั้นหลังดีเบต ก็ได้คุยกับผู้สมัครและไปที่บ้านของผู้สมัครเพื่อพูดคุย เรื่องการวางแผนหาเสียงและข้อมูลต่างๆ แล้ว ก็เดินทางกลับมานอนเชียงราย

“ผมไม่มีเวลาจะไปไหนเลย ผมจะไปขู่ใครได้  แล้วใครจะไปกล้าขู่คนของท่านร้อยเอกธรรมนัส ผมก็เป็นเพื่อนท่าน  ไม่เป็นไร ก็ปล่อยให้ท่าน ว่าไป” “เสธ.หิมาลัย” กล่าว

ทั้งนี้มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า ร.อ.ธรรมนัส และ “เสธ.หิมาลัย” เคยมีข้อตกลงกันว่า แม้จะแยกทางเดินอยู่กันคนละพรรคแต่ความสัมพันธ์ความเป็นเพื่อนยังคงเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง “เสธ.หิมาลัย” ก็ระบุว่า ทีมงานในพื้นที่ก็ถูกข่มขู่ เช่นกัน แต่ไม่ขอ บอกว่าใครเป็นใคร

สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส และ “เสธ.หิมาลัย” ถือเป็นนายทหารที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นและเคยรักใคร่สนิทสนมร่วมทีมกันมาต้องแยกทางเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร แยกพรรค

ในเมื่อ “เสธ.หิมาลัย” เป็นทหารเสือราชินี สมัยรับราชการทหาร เคยอยู่ ร.21รอ.กับ พล.อ.ประยุทธ์ มา และถือว่ามีบุญคุณ ในหลายเรื่องจึงเลือกที่จะมาช่วย พล.อ.ประยุทธ์

โดยความสัมพันธ์เริ่มห่างเหินตั้งแต่ ร.อ.ธรรมนัส ปฏิบัติการล้ม พล.อ.ประยุทธ์ จากการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ในสภาตั้งแต่ปลายปี 2564 ที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องปลด ร.อ.ธรรมนัส ออกจากรัฐมนตรี ที่มีส่วนทำให้ความสัมพันธ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร แตกร้าวมากขึ้น

จากนั้น “เสธ. หิมาลัย” ที่เคยช่วยงาน ร.อ.ธรรมนัส ในการไปเป็นทีมงานช่วย “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีตผบ.ตร. ลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กทม. ที่ในเวลานั้นรู้กันดีว่า พล.อ.ประวิตร สนับสนุน ก่อนที่ต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์จะถอนตัวจากการลงสมัคร ที่สุด “เสธ.หิมาลัย” ก็ตัดสินใจในการเลือกข้างที่จะมาอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์

เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่ว่าจะย้ายไปอยู่พรรคไหนจนที่สุดย้ายกลับมาช่วยพลังประชารัฐก็ยังถือว่าเป็นมือทำงานของ พล.อ.ประวิตร

แต่ด้วยการเป็นพรรคคู่แข่งกัน และ ร.อ.ธรรมนัส ก็เป็นส.ส.พะเยา ซึ่ง พล.อ.ประวิตร ก็มั่นใจว่าจะ พะเยา พปชร.จะได้สส.ยก จังหวัดในการเลือกตั้งครั้งนี้ จึงต้องรักษาพื้นที่และป้องกันไม่ให้ใครเจาะยาง ทำให้ ร.อ.ธรรมนัส ต้องออกมาตีกัน

การเมือง นอกจากทำให้ทหารแตกแยกขัดแย้งกันเองแล้ว ยังทำให้ เกิด ศึกสายเลือดทหาร ที่อาจจะรุนแรงกว่า ศึกของนักการเมือง พลเรือน