จุดความร้อนในไทยลดลงอยู่ที่ 1,786 จุด จ.น่านสูงสุดอยู่ที่ 282 จุด ขณะที่ PM2.5 ภาคเหนือยังน่าเป็นห่วง ตรวจค่ามาตรฐานพบอยู่ในระดับสีแดง
เมื่อวันที่ 4 เม.ย.66 เพจเฟซบุ๊ก GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า จุดความร้อนในไทยวานนี้ลดลงอยู่ที่ 1,786 จุด เป็นแบบนี้จริงๆ เหรอ "แพท วง Klear" เล่าแบบตรงไปตรงมา หลังเจอค่าฝุ่น 456 ไมโครกรัม ที่จ.เชียงราย
จ.เชียงราย ฝุ่น PM2.5 ยังสูงกว่า 226 ไมโครกรัม แดงทั่ว 18 อำเภอ ภาคเหนือยังน่าเป็นห่วง "เชียงราย - เชียงใหม่" ค่า PM 2.5 สูงสุดกว่า 200 ไมโครกรัม น่าน สูงสุดอยู่ที่ 282 จุด
GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของวันที่ 3 เม.ย.66 ไทยพบจุดความร้อน 1,786 จุด โดยมีเพื่อนบ้านอย่าง สปป.ลาว ขึ้นนำอยู่ที่ 5,131 จุด , พม่า 2,489 จุด ,กัมพูชา 372 จุด, เวียดนาม 352 จุด และมาเลเซีย 8 จุด
สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทยยังคงพบในพื้นป่าอนุรักษ์มากที่สุดถึง 834 จุด ตามด้วยป่าสงวนแห่งชาติ 611 จุด, พื้นที่เกษตร 172 จุด, พื้นที่เขต สปก. 93 จุด, พื้นที่ชุมชนอื่นๆ 71 จุด, และพื้นที่ริมทางหลวง 5 จุด ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด 3 อันดับ คือ น่าน 282 จุด ,แม่ฮ่องสอน 177 จุด และเชียงราย 133 จุด
ส่วนค่าฝุ่น PM2.5 วันนี้ทางภาคเหนือคงน่าเป็นห่วงมากเช่นเคย เมื่อตรวจสอบจากแอปพลิเคชัน เช็กฝุ่น แบบรายชั่วโมง เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมาพบหลายจังหวัดมีค่า PM2.5 อยู่ในระดับสีแดง และมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะที่จังหวัด #เชียงราย ที่มีค่า PM 2.5 สูงสุดกว่า 200 ไมโครกรัม ตามด้วย #แม่ฮ่องสอน #เชียงใหม่ #น่าน #พะเยา #แพร่ #ลำปาง #ลำพูน #หนองคาย #เลย ควรสวมหน้ากากอนามัย และงดกิจกรรมภายนอกอาคารสถานที่เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจที่จะตามมา ในขณะที่กรุงเทพมหานคร พบค่าคุณภาพอากาศส่วนใหญ่อยู่ในระดับดี
สิ่งหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังที่มักจะมากับเหตุการณ์ไฟป่าและจุดความร้อนคือ PM 2.5 สถานการณ์จุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลให้เกิด PM 2.5 ได้ในพื้นที่บริเวณชายแดนเนื่องจากได้รับอิทธิพลจากกระแสลมที่จะพัดผ่านเข้ามา ประกอบกับภูมิประเทศทางภาคเหนือของไทยมีลักษณะเป็นหุบเขาแอ่งกระทะ จึงมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับการพัดและการเคลื่อนตัวของกระแสลมในพื้นที่เป็นสำคัญ
ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม และสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THEOS-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำและทันท่วงที เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่