วันที่ 24 มี.ค.2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า อุทยานภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) ได้มีประกาศ ปิดแหล่งท่องเที่ยวและที่พักแรม ใน อุทยานภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) เป็นการชั่วคราวเนื่องจากเกิดผลกระทบจากไฟป่า บริเวณยอดดอยภูชี้ฟ้า

โดยนายบุญส่ง ตินารี นายอำเภอเทิง ได้สรุปข้อมูลการเกิดขึ้นในพื้นที่ได้เกิดจุดความร้อนหรือฮอตสปอตในวันที่ 23 มี.ค.2566 มากถึง 11 จุด ซึ่งทางอำเภอได้สั่งการฝ่ายความมั่นคง ประสานกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชรบ.ชุดดับไฟป่า ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานทำการดับไฟป่าพบไฟได้ลุกไหม้ขึ้นใน 3 พื้นที่หลักคือ ต.งิ้ว จำนวน 4 จุด โดยอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติตรงเขตรอยต่อระหว่าง อ.เทิง อ.พญาเม็งราย และ อ.เวียงชัย และ ต.หงาว จำนวน 2 จุด พื้นที่หมู่ 1 หมู่บ้านปี้ และหมู่บ้านสันป่าบง หมู่ 11 รวมทั้งที่ป่าพื้นที่ชายแดนไทย-สปป.ลาว อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) ซึ่งเกิดขึ้น 3 จุด และป่าสงวนแห่งชาติ 2 จุด โดยจุดนี้พบว่าไฟได้ลามมาจากทุ่งหญ้าเขตแขวงอุดมไชย สปป.ลาว และกำลังจะลามเข้าสู่ฝั่งไทยแต่เจ้าหน้าที่ได้เร่งฉีดน้ำและใช้อุปกรณ์ดับจนควบคุมไม่ให้ลามเข้ามาได้แต่ยังคงต้องเฝ้าติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้พื้นที่ส่วนใหญ่เจ้าหน้าทที่สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้แต่ยังคงเหลือพื้นที่หมู่บ้านเล่าตาขาว หมู่ 21 ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งมีความสูงชันอยู่ระหว่างเข้าควบคุมไฟ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วง 2 วันนี้ได้เกิดไฟไหม้ในพื้นที่ป่าเขาในหลายพื้นที่ของ จ.เชียงราย โดยไฟป่าได้โหมลุกไหม้ในเขตอุทยานแห่งชาติลำน้ำกกพื้นที่หมู่บ้านห้วยขม หมู่ 1 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย ตั้งแต่ช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ทำให้เจ้าหน้าที่ชุดดับไฟของทางราชการได้ร่วมกับทีมดับไฟจากมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในพื้นที่ได้ระดมกำลังชาวบ้านเข้าดับไฟอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้การเข้าดับไฟเป็นไปด้วยความยากลำบากและเกิดการลุกลามเป็นวงกว้างทำให้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเข้าควบคุมสถานการณ์

นอกจากนี้ยังได้เกิดไฟป่าลุกไหม้ป่าชุมชนพื้นที่หมู่ 7 ต.แม่เปา ผู้นำหมู่บ้าน และ ชาวบ้านได้ช่วยกันดับไฟในเขตป่าชมชุนใกล้กับแหล่งน้ำประปาของหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านได้ระดมกำลังกันเข้าดับจนดับเป็นที่เรียบร้อย 

ทางด้านอำเภอแม่จัน พื้นที่ดอยจระเข้ ซึ่งเป็นเทือกเขาที่มักเกิดไฟลุกไหม้ในเขต ต.แม่จัน และ ต.ป่าตึง อ.แม่จัน พบว่าไฟยังคงโหมลุกไหม้อยู่ในเขตป่าลึกซึ่งเข้าไปถึงได้ยากตั้งแต่วันที่ 22-24 มี.ค.นี้ ล่าสุดนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่จัน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายพลเรือนและทหารกองกำลังผาเมืองรวมทั้งชาวบ้านนับ 100 คน เดินเท้าขึ้นไปดับไฟไม่ให้ลุกลามอีกครั้งแล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า นอกจากไฟป่าในเขต จ.เชียงราย แล้ว ในเขตประเทศเพื่อนบ้านทั้ง สปป.ลาว และเมียนมา ก็เกิดเหตุไฟไหม้โดยเฉพาะการเตรียมพื้นที่ทางการเกษตรจนเกิดกลุ่มควันหนาแน่น 

ล่าสุดในวันที่ 24 มี.ค.เวลา 08.00 น.กรมควบคุมมลพิษแจ้งว่าที่ ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ค่าฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM 2.5) อยู่ในระดับ 108 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และ ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย สูงถึง 286 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพ.