วันที่ 23 มีนาคม 2566 พระสมุทรวชรโสภณ หรือท่านเจ้าคุณริมน้ำ เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหารอดีตเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม ฝ่ายมหานิกาย กล่าวว่า เนื่องจากอุโบสถหลังเดิม ที่เป็นที่ประดิษฐ์ฐานหลวงพ่อบ้านแหลมพระพุทธรูปศักดิ์สิทธ์ ที่สำคัญของจังหวัดสมุทรสงคราม มีปัญหาน้ำท่วม ทุกครั้งที่น้ำทะเลหนุนสูง จนไม่สามารถใช้ในภารกิจของพระภิกษุ และกิจกรรมของชาวพุทธ ที่เข้าไปมนัสการหลวงพ่อบ้านแหลม เพราะน้ำท่วมประมาณ 1-2 ฟุต ท่วมนานประมาณ 1-2 ชั่วโมง ถ้าเกิดฝนตกลงมาด้วย น้ำยิ่งท่วมมากขึ้น เพราะน้ำไหลลงท่อเทศบาลไม่ทัน ปัญหานี้เกิดติดต่อกันมา เกิน 20 ปี ทางวัดเพชรสมุทรวรวิหาร จึง ดำริที่จะสร้างโบสถ์หลังใหม่เพื่อใช้ในกิจกรรม ทางศาสนา ส่วนโบสถ์หลังเก่า จะปรับปรุงให้เป็นพระวิหาร ขององค์หลวงพ่อบ้านแหลม ตามที่ทางกรมศิลปกร กำหนดมา
โดยทางวัดเพชรได้ใช้พื้นที่ บริเวณโรงเรียนมัธยมศรัทธาสมุทร เป็นโรงเรียนมัธยมหลังแรกของจังหวัดสมุทรสงคราม เดิมเป็นโรงเรียนประถม ตอนที่เปิดสอนระดับมัธยม รับนักเรียนชายล้วนๆ ส่วนโรงเรียนมัธยมสตรี เริ่มการสอนที่ โรงเรียนประถม วัดธรรมนิมิต ต่อมาย้ายไปสร้าง หลังศาลากลางจังหวัด สมุทรสงคราม ชื่อโรงเรียนถาวรานุกูล รับแต่นักเรียนสตรี ต่อมาเปิดเป็นสหการศึกษา เรียนได้ทั้งหญิงทั้งชาย แต่โรงเรียนศรัทธาสมุทร ย้ายไปอยู่ที่ตำบลลาดใหญ่ ใกล้กับศูนย์ข้าราชการของจังหวัดสมุทรสงคราม
สำหรับโรงเรียนศรัทธาสมุทร หลังแรก สร้างโดย พระมหาสิทธิการทอง อดีตเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร รูปที่ 5 สร้างในบริเวณเดียวกับที่กำลังสร้างโบสถ์หลังใหม่อยู่ในขณะนี้ ตอนที่ทางวัดทุบทิ้งโรงเรียนมัธยมศรัทธาสมุทรหลังแรก มีศิษย์เก่า หลายรุ่น ที่เสียดาย เพราะสภาพยังดีอยู่ ชั้นบนเป็นที่พระภิกษุจำวัด ส่วนชั้นล่าง เป็นโรงเรียนสอนนักธรรม สำหรับ ภิกษุและสามเณร เมื่อตึกถูกทุบทิ้ง โรงเรียนปริยัติ ก็ย้ายไปอยู่ อาคารหลังใหม่ด้านหลัง ส่วนพระภิกษุสามเณร ที่จำวัดอยู่ ก็ย้ายแยกกันไปจำวัดที่อาคารอื่น ๆ
ช่วงที่ผ่านมามีการวิจารณ์ เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทร อย่างหนัก เรื่องทุบอาคารเรียนที่มีอายุเกิน 100 ปี คนที่จบโรงเรียนศรัทธาสมุทรหลังแรก เรียนจบเป็น แพทย์ ผู้พิพากษา พยาบาล ทหาร ตำรวจ และข้าราชการ ทุกหน่วยงาน ทุกกระทรวง ทบวง กรม จบวิศว สาจาอาชีพต่าง ๆที่ สำคัญคือ เป็นนักการเมือง เป็นรัฐมนตรี เป็น สส. สว หลายคนที่เรียนจบ จากโรงเรียนศรัทสมุทร หลังที่ทุบทิ้งไปแล้ว และทางวัดได้ใช้พื้นที่ ของโรงเรียนศรัทธาสมุทร เดิม สร้าง อุโบสถหลังใหม่ ที่มูลค่าเป็น ร้อยๆล้าน
นอกจากทางวัดเพชรสมุทร ทุบทิ้งโรงเรียนศรัทธาสมุทรเดิม ทางวัดยังทุบโรงเรียนเด็กเล็ก หรือโรงเรียนอนุบาลวัดเพชรสมุทร อีกแห่งหนึ่งด้วย เพราะถ้าไม่ทุบโรงเรียนอนุบาลเด็กเล็กทิ้ง พื้นที่ ในการสร้างอุโบสถใหม่ไม่พอ สำหรับโรงเรียนอนุบาลเด็กเล็ก ย้ายไปเรียนที่ ใกล้กับกุฏิชี และใกล้กับ ห้องสมุดประชาชน หลังแรกของจังหวัดสมุทรสงคราม เช่นกัน ในขณะนี้ อยู่ในความดูแลของ ก.ศ.น.
ด้านข้างโบสถ์ใหม่ ด้านทิศเหนือ เฉียงใต้ ยังมี พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุ พระอริยสงฆ์ บรรจุบนเจดีย์เพชรสมุทร สำหรับ พระมหาเจดีย์แห่งนี้ อดีตเจ้าอาวาส และเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม ฝ่ายมหานิกาย ได้สร้างขึ้นมา เป็นตึกสูง 5 ชั้น แต่ยังสร้างไม่สำเร็จดี อดีตเจ้าอาวาสองค์นี้ ก็มรณภาพ ก่อน ต่อมาท่านเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ได้สร้างต่อ จนเสร็จ แล้ว เปิดให้กราบไหว้บูชา ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลสำหรับผู้มีอายุ มีลิฟต์ขึ้นลงได้
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2566 วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ได้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ พระอุโบสถหลังใหม่ พิธีบรรจุพระบรมสาริกธาตุ พิธีเปิดหอพิพิธภัณฑ์ พิธีเปิดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานอุทิศถวายบุรพาจารย์ อดีตเจ้าอาวาส วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ณ มณฑลพิธีก่อสร้างพระอุโบสถ์หลังใหม่ โดยได้รับเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จ พระมหารัชมงคลมุนี กรรมการสมาคม เจ้าคณะหนกลาง วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร เป็นองค์ประธานในพิธี ดังกล่าว มี นาย สมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส มีทั้งพระผู้ใหญ่ และฆราวาส มาร่วมพิธีกันเป็นจำนวนมาก
สำหรับผู้ที่ ต้องการเข้าชม หรือกราบไหว้ บูชา พระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุ พระอริยสงฆ์ บรรจุบนเจดีย์เพชรสมุทรแห่งนี้ พระเจดีย์ หลังนี้ สร้าง สูง 5 ชั้น ทุกชั้น จะ มีพิพิธภัณฑ์เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา เกี่ยวข้องกับจังหวัดสมุทรสงครามในอดีต ประวัติของ พระเกจิย์ อาจารย์ต่างๆ ในจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อให้คนรุ่นหลัง ได้ศึกษา หาความรู้ได้ ภายในวันเดียว
ขณะที่พระสมุทรวชิรโสภณ หรือท่านเจ้าคุณ ริมน้ำ เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร องค์ปัจจุบัน และอดีตเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม ฝ่ายมหานิกาย กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ทางวัดเพชรสมุทรวรวิหาร สร้างอุโบสถหลังใหม่ ด้วยสาเหตุ เวลาน้ำท่วม เมื่อน้ำทะเลหนุน หรือฝนตกเป็นจำนวนมาก น้ำจะท่วม บริเวณวัดเพชรสมุทรวรวิหารยิ่งเฉพาะที่ พระอุโบสถหลังเก่า ที่มี องค์หลวงพ่อบ้านแหลม ประดิษฐาน อยู่ จะมีปัญหา น้ำท่วมเข้าถึงในโบสถ์ ทางวัดต้องใช้ถุงทราย มาร่ายล้อมพระอุโบสถ เพื่อไม่ให้ น้ำไหลท่วมในพระอุโบสถ หลวงพ่อบ้านแหลม
ซึ่งทางวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ได้ทำหนังสือถึง กรมศิลปกร เพราะพระอุโบสถหลังนี้ ขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร ขออนุญาต รื้อทุบอุโบสถ หลังนี้เพื่อสร้างใหม่ให้ สูงพ้นน้ำ แต่ทางกรมศิลปากร ตอบกลับมาว่า ห้ามรื้อถอน ทุบพระอุโบสถ หลังนี้เด็ดขาด หากสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ ให้ใช้พระอุโบสถ หลังเก่านี้ เป็นพระวิหาร ที่มีหลวงพ่อบ้านแหลม ประดิษฐาน อยู่ตามปกติ แต่ถ้าซ่อม หรือ ถมพื้นโบสถ์ ให้สูงขึ้น และซ่อมหลังคา และสิ่งที่สึกหรอ ทรุดโทรม ให้ซ่อมสร้างได้ แต่ห้ามทุบทิ้งเด็ดขาด
เมื่อทางกรมศิลปากร ตอบรับมา อย่างนั้น ทางวัดเพชรสมุทรวรวิหาร จึงต้องเตรียมโครงการ สร้างพระอุโบสถหลังใหม่ขึ้น แทนพระอุโบสถหลังเดิม และได้ประกอบพิธี วางศิลาฤกษ์ เรียบร้อยแล้ว กำลังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง เชื่อว่า คงใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 4-5 ปี เริ่มก่อสร้างปี 2566 พยายามเร่งให้สร้างเสร็จในพ.ศ.2570 หรือ 2571
ทั้งนี้ถ้าสร้างเสร็จจะใช้ในด้าน ประกอบกิจกรรมทางศาสนา เช่นงานอุปสมบท งานแห่เทียน งานทอดกฐินพระราชทาน เพราะวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เป็นพระอารามหลวง และงานพิธีต่างๆที่ต้องใช้พระอุโบสถ ในการประกอบพิธี ที่สำคัญคือ พระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ใช้ประกอบพิธี ทำวัตรเช้า ทำวัตรเย็น ไม่ต้องไปแย่งกัน เข้าโบสถ์ เหมือนดังที่ผ่านมา
โดยที่ผ่านมา พระภิกษุลงทำวัตรเช้าเย็น หรือสวดปาติโมกข์ จะต้องปิดโบสถ์ เพื่อประกอบพิธี ญาติโยมจะเข้าไปปิดทองหลวงพ่อบ้านแหลมก็เข้าไม่ได้ ต้องรอให้พระเสร็จพิธีก่อน ถ้าพระอุโบสถหลังใหม่เสร็จ หยุดการแย่งพิธีการ หลวงพ่อบ้านแหลม ยังอยู่ในวิหาร หรือโบสถ์หลังเก่าดังเดิม ส่วนโบสถ์หลังใหม่ ก็ยังมีหลวงพ่อบ้านแหลม จำลอง ให้ทุกคนได้กราบไหว้บูชา ได้เช่นกัน คนที่ตั้งใจมา จะกราบไหว้ ปิดทองหลวงพ่อบ้านแหลม สามารถกราบไหว้ได้ ทั้งในอุโบสถหลังเก่า ต่อไปจะเป็นพระวิหาร และกราบไหว้หลวงพ่อบ้านแหลมได้ ในพระอุโบสถหลังใหม่ ได้เช่นกัน