สร้างความฮือฮาและเป็น “บิ๊กเซอร์ไพรส์”ไม่น้อย หลัง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ได้ส่งคนใกล้ชิดเข้าทาบทาม “บิ๊กแอ๊ด” พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เข้าร่วมงาน พร้อมยืนยันรับปาก ช่วยงานสู้ศึกเลือกตั้ง ดูแลพื้นที่อีสาน โดยเฉพาะอีสานใต้ จ.สุรินทร์ และบุรีรัมย์ ร่วมกับพล.อ.ธัญญา เกียรติสาร กรรมการบริหารพรรค ที่พล.อ.ประวิตร มอบให้รับผิดชอบดูแลงานมวลชน และขับเคลื่อนงานตามนโยบายพรรค ทั้งเรื่องบริหารจัดการน้ำ และที่ดินทำกิน มาก่อนหน้านั้น โดยพล.อ.ประวิตร จะเปิดตัวพล.อ.ธรรมรักษ์ ในวันที่ 23 มี.ค.นี้ ที่พรรค พปชร. 

 

วันนี้ “สยามรัฐออนไลน์” ขอเปิดประวัติ “บิ๊กแอ๊ด” หวนคืนสู่สนามการเมือง ดังนี้ 

พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สมัยรัฐบาลของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกสภาทหารผ่านศึก และอดีตนายทหารราชองครักษ์พิเศษ เกิดเมื่อ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2481 ที่จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นบุตรของนายเสรี อิศรางกูร ณ อยุธยา อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตราธิการ กับนางสุขใจ อิศรางกูร ณ อยุธยา เขาสมรสกับนางวนิดา อิศรางกูร ณ อยุธยา

 

จบการศึกษาชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนประชาวิทยา และโรงเรียนประจำจังหวัดบุรีรัมย์ มัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยชั้นเตรียมอุดมปีที่ 1 จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ วิทยาศาสตร์บัณฑิต โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่น 10 และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่น 34

 

การทำงาน

พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เคยรับราชการทหาร สังกัดกองทัพบก เคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองทางทหาร เป็นผู้บังคับการจังหวัดทหารบกเพชรบุรี เป็นหัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ เป็นผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองบัญชาการทหารสูงสุดเป็นตำแหน่งสุดท้าย นอกจากนั้นยังเคยเป็นประธานกรรมการองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.) อีกด้วย

 

การเมือง

พลอ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลของดร.ทักษิณ ชินวัตร ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549 แต่ทว่า พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ถูกศาลอาญาสั่งจำคุก 3 ปี 4 เดือนไม่รอลงอาญา ในวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ในความผิดฐานเป็นผู้ใช้เจ้าพนักงานในองค์การ หรือหน่วยงานของรัฐ ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต่อมาคดีได้ถูกยกฟ้องเนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานใดๆที่แสดงว่าพลเอกธรรมรักษ์มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆและศาลได้มีคำสั่งจำหน่ายคดีออกจากสาระบบและถึงที่สุดแล้ว