นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กทม.กำลังปรับปรุงภาษีขยะและภาษีน้ำเสียให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่มีการเก็บภาษีส่วนนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่ง กทม.เสียค่าเดินเครื่องบำบัดน้ำเสียปีละ 600 ล้าน ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมบำบัดน้ำเสีย กทม.มีอำนาจเก็บภาษีได้ทุกคน โดยใช้อัตราการใช้น้ำประปาเป็นหลัก โดยหลักการ การใช้น้ำประปาเท่ากับน้ำเสีย ดังนั้นจึงสามารถใช้มิเตอร์ประปาในการวัดปริมาณน้ำเสียที่ใช้ได้ แต่กทม.จะเน้นเก็บภาษีกับกิจการที่มีกำไร เพราะอาจช่วยลดค่าประกอบการให้เจ้าของกิจการได้ เช่น แต่เดิมเคยเดินเครื่องบำบัดน้ำเสียของตนเอง หากเลือกเปลี่ยนมาใช้ระบบบำบัดรวมของกทม.จะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้ เพราะอาจมีต้นทุนที่ถูกกว่า อย่างไรก็ตามสิ่งสำคัญคือ ผู้ที่ปล่อยน้ำเสียอาจต้องจ่ายอย่างเหมาะสม ส่วนเรื่องภาษีขยะ กทม.กำลังปรับให้เป็นธรรมและเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องค่าที่จอดรถ ปัจจุบัน กทม.สามารถเก็บค่าที่จอดรถได้ประมาณ 66 ถนน แต่ไม่ได้ดำเนินการอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ การจอดรถในที่สาธารณะโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ก่อให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ กทม.จึงกำลังหาแนวทางจัดเก็บรายได้ที่จอดรถเพิ่มเติม