กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางมาเช็คอินบนสะพานข้ามน้ำจืดที่ยาวที่สุดในประเทศไทยข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว (เขื่อนลำปาว) “สะพานเทพสุดา”
จังหวัดกาฬสินธุ์ สะพานเทพสุดา ได้รับพระราชทานนามจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นสะพานข้ามน้ำจืดที่ยาวที่สุดในประเทศไทยข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว (เขื่อนลำปาว) มีความยาว 2,040 เมตร เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คยอดนิยมของกาฬสินธุ์ โดยบริเวณลานสาธารณะเชิงสะพานจะมีรูปปั้นไดโนเสาร์ที่เป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของกาฬสินธุ์ ประชาชนและนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาชมพระอาทิตย์ตก ณ สะพานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นเพราะความสวยงามและความพิเศษที่ทำให้เห็นแสงอาทิตย์สะท้อนผืนน้ำเป็นสีทอง และนอกจากการถ่ายรูปแล้ว ยังเป็นจุดนั่งชมวิวพักผ่อนริมเขื่อน เดินเล่นออกกำลังกาย หรือหากมีเวลาก็สามารถล่องแพเพื่อชมบรรยากาศวิถีชีวิตของชาวบ้าน อาทิ การยกยอ การทำประมง จากนั้นเมื่อเที่ยวสะพานเทพสุดาเสร็จแล้ว แนะนำให้เดินทางไปชมพิพิธภัณฑ์สิรินธรกันต่อ เป็นแหล่งเรียนรู้ตำนานไดโนเสาร์ภูกุ้มข้าว ศึกษาจุดกำเนิดโลก สิ่งมีชีวิต ซากดึกดำบรรพ์ จากนั้นให้แวะไปต่อที่วัดพุทธาวาส ภูสิงห์ ขึ้นไปกราบสักการะพระพรหมภูมิปาโล พร้อมชมวิว 360° ของเขื่อนลำปาว เรียกได้ว่ามาเที่ยวที่เดียวได้เช็คอินกันหลายจุด กลับบ้านไปพร้อมกับความประทับใจอย่างแน่นอน
ส่วนของการเดินทาง หากเริ่มต้นจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 227 มุ่งหน้าไปอำเภอสหัสขันธ์ ประมาณ 32 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายบริเวณสี่แยก (หลังจากผ่าน ปตท.สหัสขันธ์) เข้าสู่ถนนทางหลวงชนบทสาย กส.3056 ขับตรงไปตามเส้นทาง เลี้ยวขวา และเลี้ยวซ้าย ตามป้ายแนะนำเส้นทาง ประมาณ 6.6 กิโลเมตร จนถึงสะพานเทพสุดา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที
ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่ ช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ตาม ทช.ขอความร่วมมือโปรดระมัดระวังในการขับขี่และโปรดสังเกตป้ายจราจร เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง โดยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นายสุภวัฒน์ มูลนาม ผู้อำนวยการหมวดบำรุงทางหลวงชนบทหนองกุงศรี โทรศัพท์ 085-611-1139 หรือสายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

