ข่าวล่ามาเร็ว และเพิ่มความแรงเป็นระลอก หวังให้ “รัฐบาล” ได้หวั่นไหว แต่ปลุกขวัญกำลังใจให้กับ “ฝ่ายค้าน” ที่ตั้งความหวังเอาไว้ว่า “ศึกอภิปราย” เที่ยวนี้ คือเงื่อนไขที่กำลัง “บีบ” ให้รัฐบาลต้องรีบตัดสินใจ “ชิงยุบสภาฯ” เพราะไม่อยากตายยกชุดกันกลางสภาฯ
ปฏิทินการเมืองนัดสำคัญที่จะเป็นการส่งท้ายสมัยผู้แทนราษฎร ชุดนี้คือการที่ “พรรคฝ่ายค้าน” จะได้ใช้เวทีขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั่วไป โดยไม่มีการลงมติ ตามมาตรา 152 โดยฝ่ายค้านเรียกร้อง และกดดันไปยัง “วิปรัฐบาล” เพื่อขอให้รัฐบาลรับคำท้าแล้วเปิดทางให้มีการซักฟอกกันในสภาฯ โดยเร็ว
สำหรับรัฐบาลแล้ว เคยให้ธงมาแล้วว่า ขอเป็นหลังวันที่ 15 ก.พ. 66 ไปแล้ว ขณะที่ฝ่ายค้านเองที่อยู่ในมุมเสียเปรียบ ต้องการให้เลื่อนเวลาเข้ามาก่อนวันที่ 15 ก.พ.นี้ เพราะห่วงว่า “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม อาจชิงยุบสภาฯไปก่อน
แกนนำพรรคเพื่อไทย และพรรคก้าวไกล ต่างออกมาแสดงความกังวล พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่าการยุบสภาฯเพื่อหนีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามมาตรา 152 นั้นใช่ว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้
“นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว” ส.ส.น่านและในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่าเป็นประเด็นที่วิตกพอสมควร เพราะช่วงที่กำหนดวันอภิปรายทิ้งเวลานาน เกรงว่าจะหนีอภิปราย และมีกระแสข่าวว่า รัฐบาลจะยุบสภาฯก่อน 15 ก.พ. จริงหรือไม่ต้องติดตาม
“โดยเฉพาะหลังวันที่ 6 ก.พ. หาก ส.ส.ยังคงทำหน้าที่ต่อ โอกาสยุบสภาฯมีสูง แต่ถ้าในเวลาช่วงนั้น ส.ส.ลาออกเป็นส่วนใหญ่ ส่วนที่เหลือที่ย้ายพรรค โอกาสอยู่ครบเทอมเป็นไปได้สูง หากท่านหนีสภาฯ เชื่อว่าประชาชนพิพากษาในคูหาเลือกตั้ง ถ้าไม่หนีท่านอาจจะได้คะแนนจากประชาชนก็ได้”
อย่างไรก็ดี แท้จริงแล้ว การยุบสภาฯเพื่อหนีการถูกซักฟอกจากฝ่ายค้านนั้นอาจมีน้ำหนักน้อยมาก เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ “ความพร้อม” ในการจัดทัพรับการเลือกตั้ง ของฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ ที่มี “บิ๊กป้อม”พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ เป็นว่าที่แคนดิเดตนายกฯ
วันนี้การเดินสายปราศรัยเพื่อเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครของพรรคใหญ่ ยังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด พร้อมๆกันนี้ เปิดรับคนเข้า หรือไหลออกจากพรรค กันจนนาทีสุดท้าย ของการสังกัดพรรคภายใน 90 วันตามกรอบกฎหมายเลือกตั้งกำหนดเอาไว้หากรัฐบาลอยู่ครบเทอม ก็ยังอยู่ในจังหวะที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนมา และไม่นิ่งมากพอ
แต่เหนืออื่นใด นอกจากพรรคฝ่ายรัฐบาลจะเร่งเดินสายลงพื้นที่เพื่อทำคะแนนแล้ว มีรายงานว่าในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรอบนี้ สถานการณ์อาจจะ “พลิกผัน” เพราะรัฐบาล ไม่เพียงแต่ตัวพล.อ.ประยุทธ์ ที่จะถูกขึ้นบัญชีโดนซักฟอกอันดับต้นๆแล้วเท่านั้น หากแต่ยังมีแกนนำ หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลที่นั่งอยู่ในตำแหน่ง “รัฐมนตรี” เอง ก็จะใช้เวลานี้ทั้งตอบโต้ สวนกลับ ไปจนถึง “เอาคืน” ฟากฝ่ายค้านเช่นกัน
แม้แกนนำพรรคฝ่ายค้านทั้งเพื่อไทยและก้าวไกลต่างออกมาประสานเสียง ชี้เป้าว่าวิตกกลัวรัฐบาลจะชิงปิดเกมยุบสภาฯเพื่อหนีการอภิปรายก็ตาม แต่ลึกๆแล้วอีกด้านหนึ่ง ก็อดหวั่นไหวไม่น้อยว่าโอกาสที่พล.อ.ประยุทธ์ จะดึงวันเวลาในการยุบสภาฯ ไปจนถึงกลางเดือนมี.ค.หรือก่อนหน้าวันที่ 23 มี.ค.เป็นวันสุดท้ายของอายุรัฐบาลเพียงไม่กี่วัน จะยิ่งทำให้ฝ่ายค้าน ต้องเหน็ดเหนื่อยแทน
ทั้ง “กระแส” และ “กระสุน” หรือจะสู้ ฝ่ายรัฐบาลได้ ยังไม่นับรวมความได้เปรียบ ที่จะใช้ผ่านกลไกในมือได้อย่างชอบธรรม และหากเมื่อเกมในสภาฯ ฝ่ายค้านไม่เพียงแต่ “โค่นไม่ลง” แล้ว ยังเป็นฝ่ายถูกชำแหละจากรัฐบาลเสียเอง แทบไม่คิดเลยว่า อาการของฝ่ายค้าน จะอ่วมอรทัยแค่ไหน ! ?