นักเรียนขอนแก่นเตรียมสำรวจความคิดเห็นนักเรียน-ครู-บุคลากรการศึกษาทั้งโรงเรียน หลัง ศธ.คลายล็อคเปิดเสรีทรงผม แต่ งง ว่าทำไมคำสั่งไม่ชัดเจนกลับมาให้โรงเรียนและนักเรียนคิดกันเอง ทั้งที่กระทรวงกำหนดได้ทุกอย่างอยู่แล้ว
วันที่ 25 ม.ค.2566 เวลา 13.30 น.ที่โรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ถ.กลางเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายอลงกรณ์ บุดดา ที่ปรึกษาคณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่ จ.ขอนแก่น ว่า คณะกรรมการนักเรียน เตรียมหารือแนวทางในการสำรวจความคิดเห็น ทั้งในรูปแบบของการลงคะแนนหรือแสดงความคิดเห็นภายหลังจากที่กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่งประกาศคลายล็อคเสรีทรงผม ด้วยการยกเลิกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 และ พ.ศ.2566 ลงวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้กระแสการตื่นตัวของนักเรียนทุกระดับชั้นของโรงเรียน และเชื่อว่าทั่วทั้งประเทศจะมีการพูดคุยในเรื่องอย่างชัดเจนมากขึ้น ดังนั้นคณะกรรมการนักเรียนจะเร่งประสานงานกับผู้บริหารสถานศึกษาในการสำรวจและลงคะแนนเสียงว่าเมื่อระเบียบังกล่าวถูกยกเลิกและกลับมาสู่กระบวนการการไว้ทรงผมแบบเสรี จากนี้นไปจะทำอย่าไร แต่ก็ยังคงงง ว่าทำไมกระทรวงศึกษาธิการ ที่กำกับควบคุมดูแล จึงออกคำสั่งดังกล่าวที่แม้จะเป็นคลายล็อคแต่ก็ผลักภาระมาให้กับโรงเรียนได้มาพูดคุยกับนักเรียนเองว่าจะเอาแบบใด ทั้งที่กระทรวงควรทีจะประกาศยกเลิกได้โดยตรงเองทั้งหมด
" เหมือนกับผลักภาระ ให้โรงเรียนและนักเรียนมาเผชิญหน้ากันเอง ซึ่งการที่พวกเราทุกคนจะกลายเป็นกำลังหลักที่สำคัญและเป็นอนาคตของชาติ การเปิดโอกาสให้ทุกคนนั้นได้แสดงออกและสามารถไว้ผมทรงอะไรก็ได้มาโรงเรียน ซึ่งเดิม ในระดับ ประถมศึกษา จนถึง ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นักเรียนชาย จะไว้ทรงสั้นเกรียนและนักเรียนหญิงไว้ทรงสั้นเสมอติ่งหู ขณะที่มัธยมศึกษาตอนปลายนักเรียนชายไว้ยาวได้แต่ห้ามเกินตีนผม ขณะที่ผู้หญิงไว้ผมยาวได้แต่ต้องรวบผม ซึ่งที่ผ่านทุกวันครูฝ่ายปกครองจะตรวจและช่วงสอบก็จะมีการตรวจ ดังนั้นวันนี้เมื่อกระทรวงประกาศระเบียบใหม่ออกมา ในฐานะคณะกรรมการนักเรียนก็จะเร่งสำรวจความคิดเห็นและดำเนินการตามระบอบประชาธิปไตยทันที"
โดย นาย อลงกรณ์ กล่าวต่ออีกว่า การสำรวจความคิดเห็นนั้นจะเป็นการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่ายก่อนการลงคะแนน โดยจะเป็นการเสนอในรูปแบบเสรีทรงผม ทุกระดับชั้นภายในโรงเรียน ยกเว้นการเรียน รด. ซึ่งมีระเบียบบังคับชัดเจนและคนละส่วนกับกฎของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งหากมติออกมาในรูปแบบใดเชื่อว่าทุกฝ่ายพร้อมที่จะปฎิบัติตาม เพราะเราจะไม่กำหนดกฎเกณฑ์อะไรภายในโรงเรียนเพื่อให้ทุกฝ่ายและนักเรียนในโรงเรียนกว่า 4,500 คน ตั้งแต่ ม.1-ม.6 ได้แสดงออกถึงสิทธิของตนเองและสามารถโต้แย้ง หรือลคะแนนเสียงได้อย่างเสรี ซึ่งหากมติผ่านเป็นเอกฉันท์ว่าโรงเรียนอนุญาติให้ไว้เสรีทรงผมได้ทุกระดับชั้น ไม่แน่แฟชั่นลิสต์คนต่อไปที่มีชื่อเสียงระดับโลกอาจจะอยู่ที่เมืองไทยก็เป็นไปได้