วันที่ 21 ม.ค.66 ที่ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายเอกวรัญญู อัมระปาล ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และโฆษกของกรุงเทพมหานคร นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร นางสาวอัญชนา บุญสุยา ผู้อำนวยการเขตบางรัก ร่วมกันแถลงข่าวกรณีปรากฏคลิปวิดีโอการกระทบกระทั่งระหว่างผู้ค้าย่านสีลมกับเจ้าหน้าที่ กทม.ขณะลงพื้นที่จัดระเบียบหาบเร่แผงลอย

 

นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ตั้งแต่รับหน้าที่รองผู้ว่าราชการ กทม.ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2565 จากการดูแลงานด้านเทศกิจ พบว่า มีผู้ค้าบริเวณทางเท้า 700 แห่ง มีผู้ค้ากว่า 20,000 ราย ตนพยายามใช้วิธีการพูดคุยโดยอธิบายว่า ทางเท้าถูกสร้างมาเพื่อผู้เดินเท้า แต่ทั้งนี้ มีกฎหมายซึ่งอนุญาตให้ขายได้ แต่ต้องขออนุญาตสำนักงานเขตให้ถูกต้อง ตนจึงมอบหมายให้สำนักเทศกิจสำรวจพื้นที่ค้าขายที่ไม่ใช่ทางเท้า เพื่อให้ผู้ค้าบนผิวจราจรไปขายในที่เหมาะสมและเป็นระเบียบ จากการสำรวจพื้นที่ค้าขายมี 125 แห่ง และมีผู้ค้าให้ความร่วมมือกว่า 10,000 ราย จุดประสงค์เพื่อให้การค้าในอนาคตเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ขวางทางเท้า ซึ่งตนยืนยันว่า การให้ผู้ค้าขายบนทางเท้าตลอดไปคงเป็นไปไม่ได้

 

จากการลงพื้นที่พูดคุยเจรจา ส่วนใหญ่ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เช่น ร้านขายบะหมี่บางร้านตั้งขวางทางเท้าทำให้ประชาชนต้องเลี่ยงไปเดินบนผิวถนน ซึ่งหากถูกรถชนบาดเจ็บใครจะรับผิดชอบ ซึ่งคนขายบะหมี่ยอมรับว่าตนผิดจริง และยอมย้ายไปในจุดที่ กทม.เตรียมไว้ให้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบที่ กทม.กำหนด หากมีการจัดพื้นที่ค้าขายไว้ให้ ผู้ค้าต้องปฏิบัติตาม ซึ่งผู้ค้าส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หลังจากมีการเตรียมพื้นที่ค้าขายไว้ให้แล้ว ผู้ค้าต้องเตรียมย้ายต่อไป ซึ่งเรื่องนี้มีการนัดหมายตกลงกับผู้ค้าล่วงหน้าแล้ว 3-4 เดือน

 

นางสาวอัญชนา บุญสุยา ผู้อำนวยการเขตบางรัก กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค.65 สำนักงานเขตบางรัก ออกประกาศห้ามปรุงอาหาร ขาย หรือจำหน่ายสินค้า และติดตั้ง ตาก วาง หรือแขวนสิ่งใดๆ ในที่สาธารณะ มีผล 1 พ.ย.65 ต่อมาสำนักงานเขตจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจประจำจุดพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์ กวดขันการค้าบนถนนสีลมทุกวัน ผู้ค้ากลุ่มแรก 20 ราย เริ่มย้ายไปอยู่จุดผ่อนผันในซอยคอนแวนต์ ต่อมา 25 ธ.ค.65 ได้ประชาสัมพันธ์แจ้งผู้ค้าให้เคลื่อนย้ายแผงค้าออกจากทางเท้านอกจุดผ่อนผันถนนสีลม ตั้งแต่วันที่ 2 ม.ค.66 เป็นต้นไป พร้อมแจ้งความประสงค์ทำการค้าในจุดผ่อนผัน ซึ่งได้ประชาสัมพันธ์กับผู้ค้าเรื่อยมา 

 

ทั้งนี้ได้เชิญผู้ค้าบนถนนสีลมมาประชุม ในวันที่ 6 ม.ค.66 วันที่ 9 ม.ค.66 และวันที่ 13 ม.ค.66 ยืนยันว่าได้เชิญผู้ค้ามาทำความเข้าใจหลายครั้ง และแจ้งว่ามีจุดผ่อนผันให้ขายอย่างถูกต้อง ซึ่งเขตบางรักมีพื้นที่ส่วนบุคคลซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเอกชนเพื่อให้ผู้ค้าทำการทดลองขาย ทั้งนี้ ไม่ต้องการให้เกิดการกระทบกระทั่ง จึงไม่อยากใช้ไม้แข็งในการจัดการ แต่ขณะเดียวกัน สำนักงานเขตบางรักจำเป็นต้องปฏิบัติตามหน้าที่เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเลี่ยงไปเดินบนผิวถนนจนอาจเกิดอันตราย

 

นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า หน้าที่ของเทศกิจคือการจัดระเบียบเมืองเรื่องหาบเร่แผงลอยต้องจัดระเบียบตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ซึ่งหากเห็นการกระทำผิดระเบียบแล้วต้องดำเนินการแก้ไข หากมีผู้ฝ่าฝืนต้องจับปรับดำเนินคดีตามขั้นตอนการปฏิบัติเพื่อดูแลประชาชน ทั้งนี้ เหตุที่เกิดขึ้นในย่านสีลม ได้มีการชี้แจงมานานแล้ว ซึ่งสำนักเทศกิจไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรง

 

นายจักกพันธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กทม.ลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับผู้ค้าบนทางเท้าย่านสีลมเป็นระยะ และเตรียมศูนย์อาหาร(Hawker Centres) ย่านสีลมไว้สำหรับผู้ค้าหาบเร่แผงลอย 4 จุด ได้แก่ บริเวณถนนคอนแวนต์ บริเวณตรงข้ามวัดแขก บริเวณซอยศาลาแดง รวมถึงพื้นที่เอกชนที่ตลาดกลางคืนพัฒน์พงษ์ ซึ่งมีค่าเช่าพื้นที่ตามที่ตนขอต่อรองกับเอกชนไว้ที่วันละ 150 บาท จากราคาตารางเมตรละ 400-700 บาท เพื่อให้ผู้ค้าเสียค้าใช้จ่ายน้อยที่สุด ส่วนกลุ่มผู้ค้าที่มีปัญหาตามที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย ก่อนหน้านี้เคยมาร้องเรียนที่ศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า เมื่อวันที่ 17 ม.ค.66 โดยระบุว่า ฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตบางรัก ได้เตรียมที่ค้าขายไว้ให้ในซอยศาลาแดง แต่ปัจจุบันยังไม่ดำเนินการใดๆ ตนเองยืนยันว่าจะจัดการให้ จึงสั่งการให้หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตบางรักเตรียมสถานที่รองรับตามที่รับปากไว้ แต่มาทราบภายหลังว่าผู้ค้ากลุ่มดังกล่าว ไม่ยอมเข้าไปในสถานที่ที่ กทม.เตรียมไว้ให้

 

จากการลงพื้นที่ในวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ค้าเพียงรายเดียวลงมาค้าขายบนทางเท้า ตนจึงลงพื้นที่พร้อมอธิบายว่า ผู้ค้าปฏิบัติไม่ถูกต้อง หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตบางรัก จึงแจ้งให้ผู้ค้าย้ายออกจากจุดค้าขาย ขณะพูดคุยผู้ค้ายกน้ำเต้าหู้เทลงไปในหม้อ จำนวน 2 แกลลอน เข้าใจว่าเตรียมจะขายของต่อโดยไม่ฟังคำตักเตือน ตนเองจึงสั่งให้ยึดของกลางไปที่สำนักงานเขตบางรัก และเป็นคนเริ่มยกแกลลอนน้ำเต้าหู้ไปที่ท้ายรถเทศกิจด้วยตนเอง โดยแจ้งผู้ค้าให้หยุดทำการค้าขายไปก่อน ระหว่างการพูดคุยมีกลุ่มคนในละแวกเข้ามารุมล้อมเจ้าหน้าที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตอบโต้มีเพียงหัวหน้าฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตบางรัก แจ้งว่าปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งระหว่างชี้แจงมีประชาชนเดินเข้ามาด่าทอเจ้าหน้าที่ทุกขณะ

ทั้งนี้ ระหว่างเกิดเหตุดังกล่าว ตนเองแจ้งให้เจ้าหน้าที่ถอยออกและเดินหนี ไม่ต้องการให้มีการกระทบกระทั่ง แต่ระหว่างนั้นมีผู้หญิงรายหนึ่งเดินเข้ามาประกบหัวหน้าเทศกิจ สำนักงานเขตบางรัก แล้วต่อว่าด่าทอ และล้มลงไปเองโดยไม่มีใครทำอะไร จากนั้นมีผู้ชายรายหนึ่งชี้หน้าไปที่หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตบางรัก พร้อมพูดทำนองว่าเจ้าหน้าที่ทำร้ายประชาชน เมื่อตนเองเดินไปฝั่งถนนธนิยะ ก็มีคนเดินตามและต่อว่าไม่ขาด ส่วนเรื่องคลิปวิดีโอเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียที่ระบุว่า ตนไปตบตีแม่ค้านั้น ไม่เป็นความจริง พร้อมมอบหมายให้หัวหน้าฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตบางรัก ไปแจ้งความดำเนินคดีผู้กล่าวหาแล้ว ส่วนเย็นวันนี้ หากยังมีผู้ค้าฝ่าฝืนตั้งแผงค้าบนทางเท้า ก็จะเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจเช่นเดิม ซึ่งที่ผ่านมา ตนไม่เคยต่อว่าใคร ใช้วิธีขอร้องอย่างเดียว ไม่เคยสั่ง ทั้งนี้ได้กำชับเจ้าหน้าที่เทศกิจและสำนักงานเขตพยายามใช้วิธีคุยกับผู้ค้า ซึ่งขอย้ำว่า ทุกคนไม่มีสิทธิ์ขายในพื้นที่สาธารณะ หากทุกคนปฏิบัติตามระเบียบให้ถูกต้องสังคมก็จะดี

 

ส่วนกรณีผู้ค้าเปรียบเทียบกับพื้นที่ค้าขายในย่านเยาวราช ต้องเข้าใจว่าเยาวราชมีทางเท้าแคบ และเป็นพื้นที่ทำการค้าพิเศษ มีนักท่องเที่ยวมาก ทำให้ประชาชนต้องลงมาเดินบนถนน ซึ่ง กทม.มีแผนจะทำให้เป็นถนนคนเดิน พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติมเพื่อเป็นรายได้หลักของ กทม. การผ่อนผันพื้นที่เยาวราชเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านอาหารให้เป็นแหล่งสตรีทฟู้ด ส่วนย่านสีลมผู้ค้าส่วนมากเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ อย่างไรก็ตาม กทม.ดูแลผู้ค้าทุกคนตั้งแต่เจรจาขอให้ออกพื้นที่ หาพื้นที่ให้ ดูแลผู้ค้าอย่างถึงที่สุดแม้จะเกินบทบาทหน้าที่ก็ตาม ขอให้ปฏิบัติตามระเบียบให้ถูกต้อง

 

นายเอกวรัญญู กล่าวว่า จากการตรวจสอบคลิปวิดีโอในสื่อออนไลน์ดังกล่าว ไม่พบการทำร้ายของเจ้าหน้าที่ มีแต่การเจรจา หากท่านใดมีคลิปวิดีโอมุมมองอื่นเพิ่มเติมสามารถส่งมาให้ กทม.ตรวจสอบได้ การจัดพื้นที่ค้าขายของกทม.ส่วนใหญ่ได้รับความร่วมมืออย่างดี หากมีส่วนใดที่ไม่ได้รับความสะดวก กทม.ต้องขออภัย เนื่องจากทางเท้าเป็นทางเดินสาธารณะ ไม่ใช่ของใครคนใดคนหนึ่ง