วันที่ 18 ม.ค.66 สภากรุงเทพมหานคร นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 3) ประจำปีพุทธศักราช 2566 โดยมี สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม ณ อาคารไอราวัตพัฒนา สภากรุงเทพมหานคร กทม.2 ดินแดง โดยมีกระทู้ถามสดของนายสุรจิตต์ พงษ์สังห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง เรื่อง ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง

นายสุรจิตต์ กล่าวว่า การก่อสร้างทางยกระดับถนนอ่อนนุช-ลาดกระบัง ไม่มีความคืบหน้า ระยะทางทั้งหมด 33 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 1.6 พันล้านบาท การก่อสร้างช้ากว่ากำหนด -45% ผลงานสะสม 18% กำหนดแล้วเสร็จเดิมวันที่ 11 ส.ค.66 ปัจจุบันต่อเวลากำหนดแล้วเสร็จเป็นวันที่ 16 ธ.ค.67 ผลงานสะสมปัจจุบันเพิ่มเป็น 18.67% แม้โครงการก่อสร้างจะไม่ได้เริ่มขึ้นในสมัยของนายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แต่การใช้งบประมาณดังกล่าวสร้างคำถามถึงความคุ้มค่า จากการสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานเขต เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่มีใครทราบแผนดำเนินการ โดยเฉพาะการจัดการบริเวณทางเข้าถนนฉลองกรุง รวมถึงมาตรการความปลอดภัยบริเวณแยกลาดกระบัง 54 ซึ่งเป็นถนนสวนเลน จึงต้องนำเรื่องนี้เข้าสภา กทม. เนื่องจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เช่นสำนักงานเขตและสำนักโยธาไม่ร่วมกันหาทางออก จึงเกิดคำถามว่าจำนวนเงิน 1.6 พันล้านบาท คุ้มค่าหรือไม่ และมีการทำประชาพิจารณ์ สำรวจความเห็นประชาชนหรือไม่ ทั้งนี้ จึงต้องการถาม กทม.ว่าจะมีการบูรณาการระหว่างเขตกับเจ้าของพื้นที่และผู้เกี่ยวข้องอย่างไร และ กทม.จะดำเนินการให้เร็วขึ้นอย่างไร รวมถึง กทม.มีแนวทางลดผลกระทบจากการก่อสร้างต่อประชาชนอย่างไร

นายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้ตอบ โดยนายวิศณุกล่าวว่า กทม.ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้าง และแจ้งให้ผู้รับจ้างเพิ่มเครื่องจักรเพื่อเร่งรัดการก่อสร้าง ภายใต้การคำนึงการลดผลกระทบ 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.ด้านจราจร จัดให้มีการกั้นพื้นที่ก่อสร้างบริเวณเกาะกลางถนน โดยให้เหลือช่องจราจรอย่างน้อย 2 ช่อง รวมถึงมีป้ายแนะนำ ป้ายเตือนอุบัติเหตุ และไฟส่องสว่างตลอดทั้งโครงการ รวมถึง ทางข้ามม้าลายจะให้มีการตีเส้นให้ชัดเจนพร้อมติดตั้งไฟเตือน 2.ด้านฝุ่นละออง มีการกำชับให้ผู้รับจ้างเร่งขนวัสดุจากการก่อสร้างออกนอกพื้นที่โดยเร็ว ไม่กองวัสดุทิ้งไว้เป็นเวลานาน รวมถึง ให้เตรียมรถบรรทุกน้ำราดพื้นที่ก่อสร้างเพื่อลดฝุ่นละออง พร้อมตรวจวัดค่าฝุ่นละอองPM2.5 และ PM10 และตรวจวัดควันดำเครื่องจักรที่ใช้ในการก่อสร้างไม่ให้เกินค่ามาตรฐาน 3.ด้านเสียง จัดให้งดการก่อสร้างที่ทำให้เกิดเสียงดังในช่วงเวลากลางคืน

นายสุรจิตต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอขอบพระคุณรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทุกสิ่งที่ท่านพูดมาเป็นการแก้ปัญหาประชาชน สุดท้าย ตนอยากบอกว่า งบประมาณ 1.6 พันล้านบาท หากตนได้เป็น ส.ก.ในยุคนั้น โครงการนี้ไม่มีทางได้รับความเห็นชอบ งบประมาณดังกล่าวสามารถสร้างลาดกระบังให้เป็นเมืองสวรรค์ได้ คิดเป็นการปรับปรุงถนนเส้นละ10 ล้านบาท สามารถปรับปรุงได้ 160 เส้น