ชาวบ้านเชื่อบุญบารมี ฝนหยุดตกทันที ก่อนพระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม นำ "พระโตโน่" ภาคิน สุทฺธสทฺโธ และคณะสงฆ์ ออกบินฑบาตร วันที่สอง หลังอุปสมบท ชาวบ้านแห่ร่วมทำบุญตักบาตรอนุโมทนาบุญไม่ขาดสาย เตรียมข้ามโขงปฏิบัติธรรมวัดพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ พระธาตุศรีโคตรบอง โปรดบิณฑบาตญาติโยมชาวลาว

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 11 ม.ค.66 ที่ศาลาตรีมุขกาญจนาภิเษก วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานนำคณะพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ร่วมพิธีสวดมนต์เจริญภาวนาทำวัตรเช้า ตามกิจวัตรสงฆ์  พร้อมแสดงพระธรรมเทศนา ก่อนที่จะนำคณะสงฆ์ออกเดินบิณฑบาต ตามกิจวัตรสงฆ์ โดยมี "พระโตโน่" ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ได้ฉายาทางธรรม สุทฺธสทฺโธ หรือ สุทธิสัทโธ แปลว่า ผู้มีจิตบริสุทธิ์ พร้อมพระสงฆ์ที่ร่วมอุปสมบท อีก 3 รูป ร่วมออกเดินบิณฑบาตเป็นวันที่สอง ในชุมชนเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม ระยะทางเดินไปกลับกว่า 4 กิโลเมตร โดยมีญาติโยม สายศรัทธา ออกมาร่วมทำบุญตักบาตร อนุโมทนาบุญไม่ขาดสาย หลังจากเข้าพิธีอุปสมบทตอบแทนคุณ สร้างอานิสงส์ให้แก่พี่น้องชาวไทย ชาวลาว ที่ให้การสนับสนุนโครงการว่ายน้ำข้ามโขงเพื่อการกุศล ช่วยเหลือโรงพยาบาลนครพนม และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สปป.ลาว จนประสบความสำเร็จ ได้เงินบริจาคมากกว่า 87 ล้านบาท ซึ่งจะนำไปซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่ขาดแคลนพัฒนาด้านการบริการรักษาสุขภาพ ทั้งสองฝั่งไทยลาว

ขณะเดียวกันในช่วงก่อน พระเทพวรมุนี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 10 จะนำ "พระโตโน่" ภาคิน สุทฺธสทฺโธ พร้อมคณะสงฆ์ออกบิณฑบาตตามกิจวัตรประจำวันสงฆ์ ได้มีฝนตกลงมาต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แต่เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจให้กับประชาชนนักท่องเที่ยว สายศรัทธา เนื่องจากคณะสงฆ์ พร้อม "พระโตโน่"  ภาคิน สุทฺธสทฺโธ เริ่มออกเดินบิณฑบาตจากหน้าวัด พบว่าฝนหยุดตกทันทีเหมือนสั่งได้ โดยชาวบ้านเชื่อเป็นอานิสงส์ผลบุญของการสร้างทานบารมีครั้งนี้ รวมถึงเป็นบารมีขององค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง

ในส่วนของกิจวัตรสงฆ์ ของ "พระโตโน่" ภาคิน สุทฺธสทฺโธ วันนี้ภายหลังออกบิณฑบาต ฉันภัตตาหารเช้าเสร็จ จะได้เดินทางข้ามไปยังแขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อไปจำวัดปฏิบัติธรรม ที่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง แขวงคำม่วน สปป.ลาว สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของ แขวงคำม่วน สปป.ลาว อีกทั้งยังเป็นพระธาตุคู่แฝด ของพระธาตุพนม จากประวัติ ความเป็นมา มีการก่อสร้าง ราวพุทธศรรตวรรษที่ 6 อายุเก่าแก่กว่า 2,000 ปี เพื่อเป็นอนุสาวรีย์พระยาศรีโคตรบอง กษัตริย์แห่งอาณาจักรศรีโคตรบูร เนื่องจากที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ทั้ง 4 คือ พระกะกุสันโท พระโกนาคะมะโน พระกัดสะโบ และพระโคตะโม พระเถระผู้ทรงคุณวุฒิที่เดินทางมาเผยแพร่พระพุทธศาสนาในอาณาจักรสีโคตรบอง โดยคำแนะนำของพระเถระทั้งหลาย เจ้าสุมินทะราชจึงได้ลงมือก่อสร้างพระธาตุสีโคตรตะบองขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติแก่พระยาสีโคตรบองและได้เอาพระบรมสารีริกธาตุบรรจุไว้ดินแดนแห่งนี้ 

ทั้งนี้ "พระโตโน่" ภาคิน สุทฺธสทฺโธ เปิดเผยว่า ในวันนี้จะเดินทางข้ามไปที่แขวงคำม่วน สปป.ลาว เพื่อจำวัดปฏิบัติธรรม ที่วัดพระธาตุศรีโคตรบอง และโปรดญาติโยมออกรับบิณฑบาตร ตามกิจวัตรสงฆ์ จากนั้นในวันที่ 13 มกราคม 2566 จะได้เดินทางกลับมาที่ จ.นครพนม เพื่อโปรดออกบิณฑบาตแก่ญาติโยม ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ที่ลานพญาศรีสัตตนาคราช ได้ร่วมทำบุญตักบาตร สาธุบุญร่วมกัน เป็นการสร้างอานิสงส์ ตอบแทนคุณทั้งชาวไทยชาวลาว โดยยืนยันว่าจะสร้างทานบารมี ทำความดีเพื่อสังคมให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะพระสงฆ์ หรือในสถานะคนธรรมดา สำหรับกำหนดลาสิกขาจะมีขึ้นในวันที่ 15 มกราคม 2566 ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม