พ่อเมืองชัยภูมิ เปิดงานการละเล่นตีคลีไฟเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นของตำบลกุดตุ้ม ที่มีประวัติ การละเล่น ตีคลีไฟ ช่วงเทศกาลวันออกพรรษาทุกปี กีฬาตีคลีไฟ ถือเป็น กีฬาโบราณ การละเล่นพื้นบ้านของชาวบ้านหนองเขื่อง ต.กุดตุ้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ มาช้านานกว่า 100 ปี
นาง กนกพร ศรีวนกุล. นายก อบต.กุดตุ้ม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม2565 โดยในช่วงเช้าทางองค์การบริหารส่วนตำบลกุดตุ้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ โดยมี นาย วรศิษย์ พุฒจีบ นายอำเภอเมืองชัยภูมิมาเป็นประธานในพิธีบวงสรวง และมีขบวนแห่ของนางรำจากชาวบ้านในตำบลกุดตุ้ม 18 หมู่บ้านเพื่อถวายเจ้าพ่อพญาแลเจ้าเมืองชัยภูมิ ซึ่งเดิมเป็นประเพณีและวัฒนธรรมประจำท้องถิ่น ในช่วงออกพรรษาและมีการละเล่น ตีคลีไฟ ช่วงวันศุกร์และวันเสาร์ ที่สาม ประจำเดือน ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งมีประวัติ การละเล่น ตีคลีไฟ เทศกาลวันออกพรรษาทุกปี กีฬาตีคลีไฟ ถือเป็น กีฬาโบราณ การละเล่นพื้นบ้านของชาวบ้านหนองเขื่อง ต.กุดตุ้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ มาช้านานกว่า 100 ปี ที่สูญหายไปจนมาถึงช่วงปี 2546 ได้มีกลุ่มคณาจารย์ ผู้ใหญ่บ้าน วัด และอบต. ได้กลับมาให้ความสนใจภูมิปัญญาของชาวบ้าน ดั่งเดิมที่นี่ให้กลับมาฟื้นคืนขึ้นอีกครั้ง นำโดย ด.ต.อุทัย แต่งแดน นายก อบต.กุดตุ้มในขณะนั้น และปัจจุบันหลังได้มีการริเริ่มอนุรักษ์กีฬา โบราณตีคลีไฟมาต่อเนื่องจนปัจจุบันยังได้รับความไว้วางใจ จากชาวบ้านในพื้นที่ให้ดำรงตำแหน่งต่ออีก1สมัย และในช่วงเย็นเวลา 19.00 น. นาย โสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้เดินทางมาเป็นประธานเปิดงานตีคลีไฟ ที่ สนามวัดบ้านหนองเขื่อง ต.กุดตุ้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
ส่วนประวัติการคลีไฟผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชนได้เล่าว่า หมู่บ้านหนอง เขื่อง ตำบลกุดตุ้ม อ.เมืองชัยภูมิ เรามีการละเล่นคลีไฟ มาตั้งแต่ช่วงประมาณปี 2489 โดยเมื่อก่อนช่วงหลังวันออก พรรษาและอากาศจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว สมัยนั้นความ สะดวกสบายด้านสาธารณูปโภคยังไม่มีไฟฟ้า ประปา เข้ามา คนในหมู่บ้านสมัยนั้นก่อนที่จะไปรอคิวอาบน้ำ ตาม ห้วย หนอง คลอง บึง ต่างๆในหมู่บ้าน ระหว่างช่วงอากาศ ที่หนาวเย็น ก็มีการนำ กอไผ่ที่ขึ้นตามหมู่บ้านและไม้แห้งจากต้นงิ้วเพราะเป็นไม้ที่สำคัญต่อวิถีชีวิตคนที่นี่ มาก่อไฟผิง ซึ่งระหว่างรอเลยพากันหาวิธีเรียกเหงื่อ ก่อนอาบน้ำ เพื่อช่วยลดความหนาว จึงเริ่มเกิดการแข่งขันการตีคลีขึ้น ด้วยการใช้ก้านไม้ไผ่เป็นอุปกรณ์ ตีก้อนไม้งิ้วที่ตัดเป็นท่อนๆมาสุมไฟ ขนาดกว้างยาว 10-15 ซม.ซึ่งแรกๆเริ่มการเล่นที่เรียกว่า "คลีโหล๋น" โดยมีวิธีเล่นที่ง่าย โดยการแข่งขันกันตีไกลและลูกคลีไฟจะพุ่งเป็นประกายไฟสวยงามไปทั่วหมู่บ้าน ใครสามารถตีได้ไกลที่สุดเป็นผู้ชนะ ต่อมาจึงมี การเปลี่ยนจากการตีไกลมาเป็นการแข่งขันแบบเป็นทีม ในปัจจุบัน กำหนดผู้รับประตู ผู้เล่นของฝ่ายตรงกันข้าม แล้วแต่ว่าจะมีคนเล่นฝ่ายละเท่าใดตั้งแต่ 4 คน 6 คน 8 คนถึง 12 คน ใช้กฎกติกาเดียวกันคล้ายกับกีฬาฮอกกี้ ซึ่งสามารถเล่นในช่วงหัวค่ำ ได้ เพราะลูกคลีไฟที่เป็นไม้งิ้ว เมื่อตัดเป็นท่อนๆมาเผาไฟ และมีน้ำ หนักเบา เมื่อนำ มาตี จะทำ ให้มองเห็นลูกคลีพุ่งเป็นดวงสวยสวยงามไม่ต่างจาก ประทัดไฟ เพียงต่อผู้พบเล่นได้ไกลไปทั่วหมู่บ้าน จนเมื่อมี การเข้ามาส่งเสริมการเล่นคลีไฟอย่างจริงจังอีกครั้งเมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา จากทุกฝ่ายในท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น ประชาชน บ้านวัด โรงเรียน ร่วมแรงร่วมใจกันมาตลอด ในช่วงหน้าหนาวและหลังวันออกพรรษาของทุกปี ถือว่า วันนี้การพลิกฟื้นภูมิปัญญาดั่งเดิมได้กลับมาเป็นกีฬาพื้น บ้านที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้สืบทอดเป็นประเพณีช่วง วันออกพรรษาของชุมชนที่นี่ทุกปี ทาง อบต.กุดตุ้ม จึงได้ส่งเสริมจัดกิจกรรมการละเล่น ในช่วงงานวันออกพรรษาของทุกปีเพื่อเป็นกีฬาเชื่อมความสามัคคีของคนในชุมชนได้ส่งทีมเข้ามาร่วมแข่งขันกันในแต่ละหมู่บ้าน จนได้รับจัดให้กลายเป็นกีฬาสาธิตประจำจังหวัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในงานประจำปี เจ้าพ่อพญาแล ระหว่าง 12-20 ม.ค.ของทุกปี จนได้รับความสนใจจากชาวต่าง ชาติ จำนวนมาก โดยเฉพาะญี่ปุ่นว่ากีฬาตีคลีไฟของเรามี ความแปลกที่สุดและไม่เคยพบเห็นการละเล่นแบบนี้ ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก ที่ทึ่งความสามารถของภูมิปัญญา ของชุมชนดั่งเดิมที่นี่ ในเรื่องการไม่กลัวไฟโดยเฉพาะผู้รักษาประตูที่คนโบราณมีครูบาอาจารย์สามารถจับลูกไฟแดงๆได้อย่างไร และเมื่อตกตอนเย็นเวลา19.00น.นาย โสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดงานตีคลีไฟ ที่บ้านหนองเขื่อง ต.กุดตุ้ม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ
ด้าน นาย ถนอมจิต อินทอง ผู้อำ นวยการโรงเรียน บ้านหนองเขื่อง ผู้ริเริ่มและเป็นส่วนสำ คัญในการช่วย อนุรักษ์กีฬาตีคลีไฟ (KLEE-FIRE) ให้กลับคืนมาอีกครั้ง กล่าวว่า จากการศึกษาการละเล่นตีคลีไฟและได้รับความ สนใจจากชาวต่างชาติให้ความสนใจเรามากกว่าการละเล่นของคนหนุ่มที่นี่ ที่คนไทยสมัยโบราณเชื่อในเรื่องเครื่องราง ของขลังไม่กลัวไฟ “ที่สังเกตให้เห็นว่าโดยเฉพาะผู้รักษาประตู จะใช้ทุกส่วนของร่างกายที่จะป้องกันประตูจากลูก คลีไฟ จนในการจัดแข่งตีคลีไฟทุกปีในช่วงวันออกพรรษา ฝรั่งจะทึ่งในความสามารถของคนไทยมาก ว่าทำ ไมสามารถจับลูกไฟแดงๆร้อนๆได้โดยที่ไม่เป็นอะไรเลย นี่คือจุดขายที่ สำคัญและอบต.กุดตุ้มได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวพากันเดินทางมาชมจำนวนมากในทุกปีและมีแห่งเดียวในโลก -



