วันที่ 18 พ.ย.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าอดีตนายกสภา มทร.พระนคร โต้ถอดถอนพ้นเก้าอี้นายกสภามหาวิทยาลัยไม่เป็นธรรม ส่วน อธิการบดี มทร. ฟาดกลับว่า มีข้อมูลเพียงพอจนนำไปสู่การถอดถอนยืนยันว่า อดีตนายกสภามหาวิทยาลัย พ้นจากตำแหน่งแล้ว ชี้ไม่เกี่ยวกับการกลัวตรวจสอบทุจริต จากการโต้แย้งกันทั้งสองฝ่าย ผู้สื่อข่าวได้เจาะลึกข้อกล่าวอ้างของ อดีตนายกสภามหาวิทยาลัย ที่ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางและข้อคุ้มครองชั่วคราว แต่ศาลยกคำร้องคุ้มครองชั่วคราว เป็นผลไม่อาจกลับมาปฎิบัติหน้าที่ได้
จากการเจาะสืบค้นข้อมูลเชิงลึก มทร.พระนคร พบว่า การประชุมสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครในปี 2565 ครั้งที่ 2/2565 วันที่ 20 เมษายน 2565 เป็นการประชุมผ่านระบบ Goolgel Meet มีกรรมการสภามหาวิทยาลัยเข้าร่วมประชุม 24 คน โดยมี อดีตนายกสภามหาวิทยาลัย
(ขณะนั้น) เป็นประธานที่ประชุม ได้ประชุมถึงระเบียบวาระที่ 4.6 ส่วนในวาระที่ 4.7 ถึงระเบียบวาระที่ 10 เป็นวาระลับ ในการบรรจุวาระลับและถอดถอนนายอดีตนายกสภามหาวิทยาลัยพ้นจากตำแหน่ง ตาม ข้อ 16 แห่งระเบียบข้อบังคับมหาวิทยาลัยฯว่าด้วยการประชุมสภามหาวิทยาลัย พ.ศ.2562 อดีตนายกสภามหาวิทยาลัย เป็นผู้มีส่วนได้เสียจะต้องออกจากห้องประชุม ซึ่งจะต้องปฎิบัติตามระเบียบข้อ 6 วรรคสอง คือ หากนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจปฎิบัติหน้าที่ได้ จะต้องให้อุปนายกสภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่แทน หากอุปนายกสภามหาวิทยาลัยไม่ทำหน้าที่ ให้เลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิทำหน้าที่แทน ให้มีอำนาจตามข้อ 6 วรรคหนึ่ง จากการสอบถามกรรมการสภามหาวิทยาลัยและพยานที่อยู่ในขณะที่ประชุม นายสุรพงษ์ฯยังไม่ปิดประชุม ตามข้อที่ยกขึ้นกล่าวอ้าง แต่เป็นการออกจากการประชุมผ่านระบบออนไลน์เพราะบังคับตามระเบียบว่าด้วยการประชุมสภา มทร.พระนคร ข้อ 16 เพราะตนมีส่วนได้เสียในวาระลับ ดังนั้น ตามข้อบังคับจะต้องมีประธานที่ประชุมทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัยชั่วคราว หากอุปนายกฯไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ต้องเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิทำหน้าที่แทน กระบวนการของการประชุมมีมติถอดถอนนายสุรพงษ์ฯ อดีตนายก มทร.พระนครจึงชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้เป็นโมฆะตามที่อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยกล่าวอ้าง
ในส่วนประเด็นข้อกล่าวหาตามมาตรา 16 วรรคสอง (5) จากการเจาะลึกพบว่า ในการบรรจุระเบียบวาระลับ ข้อกล่าวหา อดีตนายกสภามหาวิทยาลัยถูกกล่าวหาว่ามีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ แทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหาร พฤติการณ์และการกระทำที่ขัดกฎหมายและข้อบังคับ เป็นต้น โดยมีข้อกล่าวหาถึง 16 ข้อ โดยเฉพาะมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตเปิดหลักสูตรปริญญาเอกของวิทยาลัยบริหารแห่งรัฐ รวมทั้งเป็นผู้เสนอราคาเป็นคู่ค้าอัญมณี เครื่องประดับไทย เหล่านี้ มีผู้จับไต๋และรวบรวมหลักฐานได้ ตามที่อดีตนายกสภามหาวิทยาลัย ยกข้อกล่าวอ้างว่า ยังไม่พิสูจน์เลยว่ามีความประพฤติเสื่อมเสียบกพร่องต่อหน้าที่ ซึ่งในความจริงแล้ว พฤติการณ์ประกอบการกระทำตามความในมาตรา 16 วรรคสอง(5) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาเทคโนโลยีราชมงคล พ.ศ.2548 ให้อำนาจกรรมการสภา มทร.พระนคร ใช้อำนาจตรวจสอบถ่วงดุลนายกสภาตามพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยกระบวนการถอนถอนออกจากตำแหน่งด้วยเสียงสองในสาม ตามหลักเกณฑ์ข้อกฎหมายตามมาตรา 16 วรรคสาม ประกอบกับจากการตรวจสอบไม่มีระเบียบในการสืบสวน สอบสวนผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภา มทร.พระนคร แตกต่างจากข้าราชการประจำหรือพนักงานมหาวิทยาลัย ข้อกล่าวหาและพยานหลักฐานสำคัญที่ฝ่ายนายณัฐวรพลฯ อธิการบดี รวบรวมจึงมีน้ำหนักรับฟังเพียงพอให้กรรมการสภา มทร.พระนครใช้ดุลพินิจมีมติเอกฉันท์ถอดถอนอดีตนายกสภามหาวิทยาลัยออกจากตำแหน่ง ดังนั้น ข้อกล่าวอ้างที่อดีตนายกสภามหาวิทยาลัย ยกเป็นข้อต่อสู้มีน้ำหนักน้อย เลื่อนลอย โดยเฉพาะพฤติกรรมการกระทำต่างๆของอดีตนายกสภามหาวิทยาลัย โยงไปถึงการกระทำความผิดกฎหมายอาญา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในส่วนประเด็นอดีตนายกสภา มทร.พระนครตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยเมื่อพิจารณากระบวนถอดถอน อดีตนายกสภามหาวิทยาลัย ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งกรรมการสอบวินัย อธิการบดี มทร.พระนคร เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2565 โดยมีนายอรรถกฤต ปัจฉิมนันท์ เป็นประธานกรรมการ แม้เป็นระยะเวลาภายหลังวันถอดถอน แต่คำสั่งทางปกครองตามพระราชบัญญัติวิธีปฎิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 5 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 49 ให้มีผลนับแต่วันที่ทราบ หากพิจารณาถึงหนังสือแจ้งคำสั่งทางปกครองในการถอดถอนนายสุรพงษ์ฯ พบว่า แจ้งคำสั่ง เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2565 ลงนามโดย พล.ท.ชัยณรงค์ กิจรุ่งโรจน์เจริญ อุปนายกสภา มทร.พระนคร ดังนั้น ช่วงระยะเวลาวันถอดถอนจนถึงวันที่ได้รับคำสั่ง ยังถือว่า นายสุรพงษ์ โสธนะเสถียร ยังมีสถานะเป็นนายกสภา มทร.พระนคร อยู่ กระบวนการตั้งกรรมการสอบสวนของนายสุรพงษ์ฯ จึงมีอำนาจตามกฎหมายในฐานะนายกสภามหาวิทยาลัย หากผลการสอบสวนทางวินัยร้ายแรง ตามกระแสข่าว อธิการบดี มทร.พระนคร มติไล่ออกจากราชการ น่าจะถูกเชือดโดยผลของกฎหมายและจะต้องไปทั้งคู่ อันเป็นศรทิ่มแทงตนเองและวิบากกรรม หากได้รับคำสั่งวันใด หมดอำนาจทันที โดยนายณัฐวรพลฯ ฟาดกลับนายสุรพงษ์ฯว่า ผลการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะนายสุรพงษ์ฯถูกถอดถอนในวันที่ 20 เมษายน 2565 การแต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงไม่ชอบด้วยกฎหมาย น่าจะไม่ใช่เสียแล้ว เพราะจากการสอบถาม นักกฎหมายปกครอง ได้รับคำยืนยันว่า คำสั่งทางปกครองกรณีถอดถอนตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย จะมีผลนับตั้งแต่ได้รับคำสั่งเพราะจะต้องฟ้องศาลปกครองภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง ไม่ใช่ถือว่าหลุดตำแหน่งนับแต่วันที่ถอดถอน ศึกเดือด อลเวง มทร.พระนคร นายสุรพงษ์ฯถูกถอดถอน บุกเข้าไปทำงานและปิดคำสั่งห้ามขนย้ายทรัพย์สินตึกอธิการบดีชั้น 3 โดย
นายสุรพลฯยกประเด็น นายณัฐวรพลฯพ้นจากตำแหน่งแล้วเพราะถูกสอบวินัยร้ายแรงถูกไล่ออกแล้ว หากคำสั่งแต่งตั้งชอบด้วยกฎหมายเพราะออกคำสั่งโดยชอบ คู่ขัดแย้งทั้งสอง น่าจะพ้นจากตำแหน่งทั้งคู่
ผู้สื่อข่าว ได้โทรศัพท์สัมภาษณ์ ร.ต.ท.ดร.คมกริษ เล็กศรีนาค กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ได้รับการยืนยันว่า ผมมีความเป็นกลางทุกฝ่าย ให้ยึดหลักกฎหมาย มทร.พระนครมีกฎหมายและมีระเบียบที่เกี่ยวข้อง ไม่กลั่นแกล้งใคร กระบวนการประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยมีมติถอดถอนอดีตนายกสภามหาวิทยาลัย ด้วยเสียงสองในสาม ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พ.ศ.2548 ชอบด้วยกฎหมายและระเบียบการประชุมทุกประการ ทำให้มีผลให้ นายสุรพงษ์ฯ พ้นจากตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยไปแล้ว โดยศาลปกครองไม่คุ้มครองชั่วคราว เท่ากับอดีตนายกสภามหาวิทยาลัยไม่อาจกลับมาทำหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัยต่อไปได้ การกลับมาทำหน้าที่โดยไม่มีคำสั่งศาลปกครองและคดียังไม่ถึงที่สุด เป็นการกระทำผิดกฎหมาย ว่ากันตามเนื้อผ้า ไม่เข้าข้างใคร ยึดหลักความถูกต้องและความชอบด้วยกฎหมายเป็นหลัก
ส่วนกระบวนการตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย ต้องดูว่าอดีตนายกสภามหาวิทยาลัย ออกคำสั่งเมื่อไหร่ อย่างไร หากออกคำสั่งก่อนได้รับแจ้งคำสั่งทางปกครอง หมายความว่า แม้ออกภายหลังการถอดถอนวันที่ 20 เมษายน 2565 แต่ไม่ได้รับคำสั่งแจ้งให้ทราบ ถือว่าท่านยังมีอำนาจ เป็นการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยโดยชอบ เพราะนายกสภามหาวิทยาลัยมีอำนาจตาม ข้อ 10 เพราะเป็นดุลอำนาจระหว่างนายกสภาฯกับอธิการบดี ผู้บริหารสูงสุด หากเป็นการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัย นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งทางปกครอง(นับแต่วันที่แจ้งคำสั่ง) ถือว่าไม่มีอำนาจตามกฎหมาย ขณะนี้ ยังไม่ได้ตรวจสอบว่าอดีตนายกสภามหาวิทยาลัย แต่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยเมื่อไหร่ อย่างไร และผลสอบวินัยร้ายแรงเป็นอย่างไร เพราะการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยนายณัฐวรพลฯ อธิการบดี มทร.พระนคร โดยอดีตนายกสภาฯ ไม่เคยนำเสนอขอมติผ่านสภา และยังไม่มีรายงานเข้ามาในการประชุมกรรมการสภามหาวิทยาลัย ยังไม่ทราบว่ากระบวนการสอบสวนชอบด้วยกฎหมายหรือไม่อย่างไร และขณะนี้ พล.ท.ชัยณรงค์ กิจรุ่งโรจน์เจริญ รักษาการนายสภา มทร.พระนคร คนใหม่ ติดภารกิจต่างประเทศที่เยอรมัน ยังไม่ได้รับรายงาย
กรณีที่ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกถอดถอนรอบที่ 2 โดย กก.สภา ม.ราม มีมติเอกฉันท์ ฟันฉับบางประเด็นว่า ไม่จบปริญญาเอก เพราะ กพ.ไม่รับรองหลักสูตรที่จบในสหรัฐอเมริกา จนนำไปสู่การตั้งรักษาการแทนอธิการบดีรามคำแหง ร้อนแรง และอลเวง หากเทียบเคียงกับศึก มทร.พระนคร กรณีถอนถอน ให้พ้นจากนายกสภา มทร.พระนคร น่าจะเป็นครั้งแรกในประเทศไทยกับการตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงไล่ออกราชการ อธิการบดี มทร.พระนคร กระแสร้อนแรงต่างไปจบที่ศาลปกครองวินิจฉัยชี้ขาดดังกล่าว