วันที่ 18 พ.ย. 65 ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการการต่างประเทศ กล่าวว่า ต้องชื่นชมกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ที่นำนโยบายสนับสนุนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI (Geographical Indication) สร้างเครื่องหมายที่ใช้กับสินค้าที่มาจากแหล่งผลิตที่เฉพาะเจาะจงซึ่งคุณภาพหรือชื่อเสียงของสินค้าซึ่ง GI เปรียบเสมือนแบรนด์ของท้องถิ่นที่บอกคุณภาพและแหล่งที่มาของสินค้า และคัดเลือก 8 สินค้า GI ถูกมาทำเป็นเมนูอาหารและของที่ระลึก ต้อนรับผู้นำเอเปคจนกลายเป็นที่สนใจผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ไทยไปสู่สายตาชาวโลกพร้อมเสริมสร้างโอกาสในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากเพิ่มรายได้ให้ชุมชนมากขึ้น
   

ดร.มัลลิกา กล่าวว่า จากข้อมูลนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยนโยบาย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ที่ใช้โอกาสในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเอเปคเผยแพร่อัตลักษณ์และคุณภาพของสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะผู้นำจาก 21 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลได้คัดเลือกสินค้า GI จำนวน 8 รายการเข้ามามีส่วนร่วมในการประชุม เพราะอาหาร ของที่ระลึก สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่พัก หน้าตาและรอยยิ้ม ความมีมารยาทเจ้าภาพแบบมีสัมมาคารวะของคนไทยเป็นจุดเด่นจุดขายหรือเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ทรงพลังมาก ช่วยถ่ายทอดอัตลักษณ์ความเป็นไทยส่งเสริมสินค้าไทยให้เป็นที่รู้จัก  เราจะสร้างโอกาสทางการค้าทั้งในและต่างประเทศ และสร้างรายได้ให้เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นได้ต่อไป 

ดร.มัลลิกา กล่าวต่อ สำหรับสินค้า GI ที่ใช้ในเอเปค คือ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ของจังหวัดศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ และมหาสารคาม เนื้อโคขุนโพนยางคำ จังหวัดสกลนคร ปลากุเลาเค็มตากใบ จังหวัดนราธิวาส ไวน์เขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ส้มโอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ไข่เค็มไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี และที่กำลังเตรียมดันเป็นสินค้า GI คือ กล้วยหอมทองพบพระ จังหวัดตาก และผ้าไหมปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ที่นำมาทอเป็นของที่ระลึกแก่ผู้นำเอเปก เช่น เนคไท ผ้าคลุมไหล่ ทั้งหมดล้วนเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคโดยที่ผ่านมาสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ชุมชนท้องถิ่นรวมกว่า 820 ล้านบาทต่อปี

ดร.มัลลิกา กล่าวอีกว่า นายจุรินทร์ และกระทรวงพาณิชย์โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาพร้อมเครือข่าย มุ่งหน้าส่งเสริมสินค้า GI โดยเฉพาะการขึ้นทะเบียนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้สินค้าไทยได้รับการคุ้มครองในตลาดการค้าที่สำคัญรวมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าชุมชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน นี่คือนโยบายและภารกิจที่ตรงกับธีมของการประชุมเอเปคปีนี้ที่สุด ตอนนี้สินค้าท้องถิ่นไทยขึ้นทะเบียน GI ไปแล้ว 171 ราย  เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มได้กว่า 40,000 ล้านบาท นอกจากนั้นการด้านผลักดันซอฟพาวเวอร์ ในรูปแบบภาพยนตร์คาแรกเตอร์ต่างๆก็สร้างมูลค่ากิจกรรมกว่า 13,400 ล้านบาทในช่วง3ปีกว่ามานี้ 

"กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก หรือ เอเปค เป็นการรวมตัวระหว่างเขตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภูมิภาค วันนี้ผู้นำทั้งหลายพร้อมคณะกำลังอยู่ในประเทศไทย ข่าวประเทศเราเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยเฉพาะสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจหรือประเทศ ทั้ง ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ฮ่องกง นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไทย จีนไทเป ชิลี เม็กซิโก ปาปัวนิวกินี เปรู รัสเซีย และเวียดนาม รวมทั้ง แขกจากประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกแต่เป็นแขกของรัฐบาลไทยอย่างเช่นซาอุฯด้วย การจับจ่ายใช้สอยกำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างคึกคัก นี่เป็นโอกาสอย่างยิ่งใหญ่ที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดประเทศหลังสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ซึ่งการประชุมในสถานการณ์โลกที่ตึงเครียดแบบนี้ไม่ใช่ใครจะทำได้ง่ายๆ แต่ทั้งนี้ต้องชื่นชมรัฐบาลและทุกกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้องขณะนี้เรากำลังผลักดันซอฟพาวเวอร์ออกไปสู่โลกอย่างมีมูลค่ามหาศาล อยากขอพี่น้องประชาชนพี่น้องสื่อมวลชน ร่วมกันทำหน้าที่คนไทยเผยแพร่สิ่งดีออกไปเพราะหลังจากนี้จะเป็นต้นทุนที่มีคุณภาพของชีวิตทุกคนและประเทศเรา" ดร.มัลลิกา กรรมาธิการการต่างประเทศ กล่าว