วันที่ 26 ต.ค.65 พ.อ.จิตนาถ ปุณโณทก รองโฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมสภากลาโหมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งการให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และเหล่าทัพ บูรณาการความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเกิดผลสัมฤทธิ์ อย่างเป็นรูปธรรม โดยเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการลาดตระเวนป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดตามแนวชายแดน ที่มุ่งเน้นการสกัดกั้นและทำลายเครือข่ายขบวนการค้ายาเสพติดในทุกช่องทาง ซึ่งจะต้องมีการจับกุม ดำเนินคดี และลงโทษต่อผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวกับยาเสพติดอย่างจริงจัง ทั้งนี้ หากมีข้าราชการของกระทรวงกลาโหมเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด จะต้องถูกลงโทษอย่างหนัก ทั้งทางวินัยและทางอาญาโดยไม่มีข้อยกเว้น
พ.อ.จิตนาถ กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขปัญหายาเสพติดของกระทรวงกลาโหมนั้น ให้มุ่งเน้นส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ให้กับกําลังพล ครอบครัว และทหารกองประจำการได้มีภูมิคุ้มกันยาเสพติด อาทิ การจัดกิจกรรมกีฬาและสันทนาการ การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ของเด็กและเยาวชน การจัดกิจกรรมครอบครัวอบอุ่นต้านภัยยาเสพติด เป็นต้น ตลอดจนพัฒนากระบวนการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจของผู้ติดยาเสพติดอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันมิให้กำลังพลที่ผ่านกระบวนการรักษาหวนกลับไปติดยาเสพติดอีกครั้ง
รองโฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวอีกว่า รมว.กลาโหมกำชับให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ เข้มงวดกวดขันการรักษาความปลอดภัยคลังอาวุธและยุทโธปกรณ์ของหน่วย ตลอดจนเน้นย้ำและกําชับให้ผู้บังคับ หน่วย รวมถึงเวรยามและกําลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ต้องหมั่นตรวจสอบคลังที่อยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อเป็นการ ป้องกันมิให้มีการลักลอบนําอาวุธยุทโธปกรณ์ ตลอดจนเครื่องกระสุนของหน่วยออกไปแสวงหาผลประโยชน์ในทาง ที่มิชอบ หรือนําออกไปใช้งานโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้หากมีข้อบกพร่องหรือมีการสูญหาย เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ ต้องถูกลงทัณฑ์ทั้งทางวินัยและทางอาญา และปรนนิบัติบํารุงยุทโธปกรณ์และสิ่งอุปกรณ์ให้มีสภาพที่ดี และพร้อม ที่จะปฏิบัติภารกิจอยู่เสมอ