หนังสือพิมพ์สยามรัฐ ยืนหยัดฟันฝ่า ทุกอุปสรรค ทุ่มเท ทำงานเพื่อรับใช้สังคม นำเสนอความจริง ผลงานก้าวสู่ปีที่ 73 เป็นเครื่องพิสูจน์ ...*...
เช้าวันนี้ 3 ตุลาคม ทำเนียบรัฐบาล กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ วันนี้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ “สร.1” อย่างเป็นทางการอีกครั้ง ภายหลังจากที่ “ศาลรัฐธรรมนูญ” มีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา มีมติ 6 ต่อ 3 ชี้ว่า “บิ๊กตู่” ไม่สิ้นสุดสถานะความเป็น “นายกรัฐมนตรี” โดย ยังดำรงตำแหน่งนายกฯได้อีก 2 ปี ...*...
ทั้งนี้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยโดยมติเสียงข้างมากว่า ความเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่สิ้นสุดลง เนื่องจากมาตรา 158 วรรคสี่ ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่กำหนดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรวมกันไม่เกิน 8 ปีนั้น ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ นั่นคือวันที่ 6 เมษายน 2560 ดังนั้น ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์จนถึงวันที่ 24 สิงหาคม 2565 จึงยังไม่ครบกำหนดระยะเวลา 8 ปี ...*...
เท่ากับว่า “บิ๊กตู่” จึงกลับเข้ามาทำหน้าที่ “สร.1” ได้อย่างฉลุย โดยไม่มีประเด็นที่เกี่ยวกับ “ข้อกฎหมาย” ให้ต้องได้ลุ้นกันอีกแล้ว ภารกิจแรกเมื่อ “บิ๊กตู่” คัมแบก คือการต้อนรับ อาร์มัน อิสเซตอฟ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐคาซัคสถานประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ ณ ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบฯ ...*...
ขณะที่ “บิ๊กตู่” กลับเข้าทำเนียบฯ ในวันเดียวกัน “พี่ใหญ่” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จะยกคณะไปกรวดน้ำท่วมที่จังหวัดชัยนาท และ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำหรับ “กองแช่ง” ฝั่งตรงข้าม อาจหยิบไปเป็นประเด็น “ขยายแผล” กันต่อว่า “พี่น้อง 2 ป.” ต่างคนต่างเดินหรือไม่ หรือ “กองเชียร์” ในพรรคพลังประชารัฐ ที่เปิดหน้าออมมาหนุน “บิ๊กป้อม” กันสุดตัว ในการเลือกตั้งรอบหน้า ล้วนแล้วแต่เป็น “ปฏิกิริยา” จาก “กองเชียร์ลุงป้อม” ที่อาจคิดเอง เออเอง สร้างรอยร้าวให้กับ “3 ป.” โดยใช่เหตุ ...*...
“พลพรรครักลุงป้อม” หากขยับกันไม่ถูกที่ ถูกทาง จะกลายเป็น “พากันพัง” ไปทั้งหมด “พรรคพลังประชารัฐ” จะเดินหน้าต่อไป ในสนามเลือกตั้งรอบหน้า ใช่ว่าจะ “ง่ายดาย” เพราะ “คู่ปรับ” ตัวจริง ไม่ใช่แค่ “พรรคเพื่อไทย” แต่ยังเป็น “พรรคภูมิใจไทย” ที่อยู่ร่วมในรัฐบาลชุดนี้ เพรา “เป้าหมาย” ของพรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่การเข้าร่วมขบวนรัฐบาลเท่านั้น หากแต่ยังปักหมุดเอาไว้ที่ “อำนาจต่อรอง” ด้วยซ้ำ ...*...
แต่เรื่องแบบนี้ ว่ากันไม่ได้ “พรรคการเมือง” และ “นักเลือกตั้ง” ก็คงไม่ต่างจาก “นักกีฬา” เมื่อลงสนามกันแล้ว ต้องมีแต่สู้กันสุดใจ ว่ากันไปตามกติกาด้วยกันทั้งนั้น ! ...*...