นครพนม เจรจาไม่จบ แม่น้องต๋อง อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนดัง อ.ศรีสงคราม เสนอเรียกค่าเสียหายจากรุ่นพี่ ม.6 ทำร้ายชกต่อยเตะลูกชายจนสลบคาโรงเรียน กว่า 5 หมื่นบาท คู่กรณีอ้างไม่มีเงินจ่าย ขอลดครึ่งหนึ่ง ผู้เสียหายไม่ยินยอม ทำร้ายสภาพจิตใจกระทำเกินกว่าเหตุ ทั้งต่อย เตะลูกชาย จนสลบ ส่งตำรวจดำเนนิคดีแพ่งอาญา ถึงที่สุด ด้านรองผู้อำนวยการโรงเรียน ยันผิดวินัยร้ายแรงโทษให้ออก เร่งสอบสวนดำเนินตามขั้นตอน ส่วนความผิดแพ่งอาญา มอบหมายตำรวจดำเนินการ
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 กันยายน 2565 นายศักดา ชัยภัย ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานครพนม มอบหมายให้ นายฉัตรชัย ไชยมงค์ รอง ผอ.สพม.นครพนม ประสานงานร่วมกับ นายสนั่น เมตุลา ผู้อำนวยการ โรงเรียนสหราษฎร์รังสฤษฏ์ อ.ศรีสงคราม พร้อมด้วย นายธีระพงษ์ บุตดี รองผู้อำนวยการโรงเรียนฝ่ายกิจการนักเรียน ร่วมกับ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สพม.นครพนม ลงพื้นที่ติดตามปัญหาเยียวยาเบื้องต้น กรณีเกิดคดี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 คือ นายเก่งเจริญ อายุ19 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก่อเหตุทำร้ายร่างกายชกต่อย เด็กชายต๋อง อายุ 13 ปี รุ่นน้องในโรงเรียนเดียวกัน จนสลบคาที่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ภายหลัง นางลัดดา อายุ 38 ปี แม่ผู้เสียหาย ได้แจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม ร้องทุกข์กล่าวโทษ นายเก่งเจริญ อายุ 19 ปี ผู้ก่อเหตุ เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุดทั้งทางแพ่ง และทางอาญา ส่วนสาเหตุทางผู้ก่อเหตุระบุว่า เกิดจากความไม่พอใจ และอารมณ์โมโหชั่ววูบ หลังพบเห็นผู้เสียหาย รุ่นน้อง โยนตระกร้อมโดนรถจักรยานยนต์ คิดว่าทำให้รถจักรยานยนต์ ได้รับความเสียหาย จึงลงมือก่อเหตุทำร้ายร่างกาย พร้อมสำนึกผิด แต่ทางผู้เสียหายยังเรียกร้องให้ทางตำรวจ ดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และอาญา พร้อมเรียกค่าสินไหม เป็นเงิน จำนวน 50,000 บาท
ทั้งนี้ ทางด้าน นายสนั่น เมตุลา ผู้อำนวยการ โรงเรียนสหราษฎร์รังสฤษฏ์ อ.ศรีสงคราม ได้มอบหมายให้คณะครู เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ประสาน ทั้ง 2 ฝ่ายมาตกลงเจรจาไกล่เกลี่ย เพื่อยุติคดี แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากทางผู้ปกครอง นายเก่งเจริญ ธรรมโหร อายุ19 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 คือ นางหอมหวน สมรฤทธิ์ อายุ 63 ปี ยายผู้ก่อเหตุ อ้างว่า ไม่มีเงินเพียงพอจะจ่ายค่าสินไหม ขอต่อรองเป็นเงิน จำนวน 25,000 บาท แต่ทางผู้เสียหายไม่ยินยอม พร้อมเสนอให้ทางโรงเรียนดำเนินคดีเอาผิดลงโทษให้ออกจากโรงเรียน นอกจากนี้ยังยืนยันที่จะเอาผิดทางกฎหมาย มอบหมายให้ทางพนักงานสอบสวน สภ.ศรีสงคราม ดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง และอาญาให้ถึงที่สุด
ล่าสุดทางด้าน นางลัดดา อายุ 38 ปี เปิดเผยว่า หลังทางผู้บริหารโรงเรียน และครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ประสานคู่กรณีมาตกลงเจรจา สุดท้ายไม่ลงตัว ทั้งที่ตนพร้อมที่จะอภัยให้ทุกอย่าง หากทางคู่กรณียินยอมที่จะชดใช้ค่าสินไหมที่ตัวเองเรียกร้องไป 50,000 บาท ส่วนเรื่องของคดี อยู่ที่การพิจารณาของตำรวจ แต่สุดท้าย คู่กรณีกับไม่ยินยอม ขอต่อรองที่จะลดค่าสินไหม เหลือ 25,000 บาท ตนมองว่ามันน้อยเกินไปสำหรับการกระทำต่อลูกชายตน ไม่ได้หวังแค่เงิน ไม่คุ้มกับความเจ็บปวดของลูกชายและสภาพจิตใจ แต่ต้องเหมาะสมกับการกระทำที่ทำกับลูกชายตน เมื่อตกลงเจรจาไม่ลงตัว ตนขอดำเนินคดีตามกฎหมาย มอบหมายให้ตำรวจ ดำเนินคดีทั้งทางแพ่ง อาญา ให้ถึงที่สุด เพราะถือว่าไม่สำนึกผิด ยังรับไม่ได้กับการกระทำทั้งต่อย ทั้งเตะจนสลบคาที่ ต้องได้เย็บริมฝีปากถึง 6 เข็ม
ส่วน นายธีระพงษ์ บุตดี รองผู้อำนวยการโรงเรียนฝ่ายกิจการนักเรียน เปิดเผยว่า สำหรับทางโรงเรียนตั้งแต่เกิดเหตุได้มีการพูดคุยสอบสวนข้อเท็จจริงทั้ง 2 ฝ่าย ทราบว่าสาเหตุมาจากรุ่นพี่ โมโหรุ่นน้องที่โยนตระกร้อโดนรถจักรยานยนต์ แต่ตรวจสอบไม่มี่ความเสียหาย ด้วยความหวงรถจักรยานยนต์ที่พึ่งซื้อมาใหม่ไม่ถึงเดือน จึงก่อเหตุโดยไม่คิดถึงความเสียหายที่จะตามมา โดยทางผู้อำนวยการได้มอบหมายให้ลงพื้นที่ให้กำลังใจ เยียวยาผู้เสียหาย รวมถึงพูดคุยทำความเข้าใจ กับครอบครัวผู้ก่อเหตุ พร้อมเชิญทั้งสองฝ่ายมาเจรจาไกล่เกลี่ยกัน แต่ไม่สามารถพูดคุยกันได้ ตามข้อเรียกร้องของผู้เสียหาย ทางโรงเรียนจึงมอบหมายให้ ทางตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนระเบียบทางโรงเรียน จากการกระทำดังกล่าวถือว่า เข้าข่ายความผิดร้ายแรง ถึงขั้นให้ออกจากโรงเรียน แต่เป็นนักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษา จึงได้หารือกัน เพื่อดูแล ให้สอบจนจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ส่วนการดำเนินคดีให้เป็นไปตามกฎหมาย ให้ทางตำรวจดำเนินการ

