รบ.ย้ำยกเลิก "พรก.ฉุกเฉิน" ศบค.ดูความเหมาะสม "ประเมินสถานการณ์-ความเสี่ยง" ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ด้านโควิดไทยติดเชื้อรายใหม่ 1,531 ราย เสียชีวิต 28 ราย อนุทิน เผยไทยไร้ผู้ป่วยฝีดาษลิงเพิ่ม ขอปชช.ป้องกันตัว-เลี่ยงความเสี่ยง
เมื่อวันที่ 22ส.ค.65 ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่วันนี้จำนวน 1,531 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยในประเทศ 1,531 ราย รวมยอดผู้ป่วยสะสม มีจำนวน 2,412,276 ราย หายป่วยกลับบ้าน 2,298 ราย รวมยอดหายป่วยสะสมจำนวน 2,416,333 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 18,829 ราย และเสียชีวิต 28 ราย รวมเสียชีวิตสะสมจำนวน 32,055 ราย ส่วนจำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 883 ราย
ด้าน นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม เป็นประธานเมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ได้พิจารณายกเลิกการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยศบค.จะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งก่อน เนื่องจากยังเหลือระยะเวลาการประกาศใช้ จนถึงสิ้นเดือนก.ย.นี้
ก่อนถึงวันที่ 1 ต.ค.นี้ ศบค.จะมีการประเมินสถานการณ์ และความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ในช่วงเปลี่ยนผ่าน หลังจากการประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคระบาดที่ต้องเฝ้าระวัง ว่าจะต้องคงกลไกในการควบคุมและบริหารจัดการอะไรไว้บ้าง ซึ่งต้องมั่นใจว่าจะไม่เกิดวิกฤตและความเสียหายในมิติต่างๆ เกิดขึ้นอีก หรือหากเกิดขึ้น ต้องแก้ไขได้ทันท่วงที เน้นมีแผนรองรับที่ดี และวิกฤตความเสียหายต้องไม่เกิดขึ้นอีก ดังนั้น จึงขอให้รอผลการประชุม ศบค. ในเดือนก.ย.นี้
วันเดียวกัน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ระบุถึงสถานการณ์โรคฝีดาษวานรหรือฝีดาษลิง ว่า ขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศไทยเพิ่ม ยังคงที่ 5 ราย แต่ยังขอความร่วมมือประชาชนให้ระวังและอย่านำตัวเองเข้าสู่สถานการณ์เสี่ยงติดเชื้อ
นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากสถานการณ์ในประเทศไทยเวลานี้ พบผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานร แล้วจำนวน 5 ราย เป็นชาวต่างชาติ 2 ราย สัญชาติไทย 3 ราย โดยผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจากผู้ป่วยยืนยันรายแรก และรายที่สองครบ 21 วันแล้ว จำนวน 40 คน ไม่พบอาการป่วย และได้ตรวจหาเชื้อซ้ำ ไม่พบมีผู้ติดเชื้อเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ติดเชื้อยืนยันทั่วโลก มีจำนวน 42,362 ราย เสียชีวิต 13 ราย ประเทศที่มีผู้ป่วยสูงสุด 5 ลำดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 14,595 ราย สเปน 6,091 ราย บราซิล 3,756 ราย เยอรมัน 3,266 ราย และอังกฤษ2,889 ราย