"ขุนคลัง" เผยเงินบาทระยะนี้ผันผวนตามปัจจัยภายนอก สั่ง“ธปท.”เกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด ด้าน “สอท.”เปิดผลสำรวจ FTI Poll พบพลังงานดันต้นทุนพุ่ง ขอรัฐขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาท/ลิตร อีก 3 เดือน
เมื่อวันที่ 6 ก.ค.65 นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า สถานการณ์ค่าเงินบาทที่ผันผวนในระยะนี้เกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลักทั้งจากค่าเงินดอลลาร์และค่าเงินหยวนที่แข็งค่า ซึ่งได้กำชับให้ทางธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ติดตามอย่างใกล้ชิด ในส่วนของกระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายมีเงินไหลออกจากตลาดตราสารหนี้บ้าง หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่วนกระแสเงินทุนในตลาดทุนเป็นไปตามภาวะตลาดหุ้นโลก
สำหรับทิศทางเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นสูงถึง 7.66% ถือว่าสูงสุดในรอบ 13 ปีนั้น หากเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว ประเทศไทยยังถือว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อค่อนข้างต่ำ ซึ่งในเรื่องนี้ทางรัฐบาลยังมีมาตรการออกมาดูแลเฉพาะกลุ่ม ทั้งเรื่องราคาสินค้า และพลังงาน
ส่วนการขยายต่อมาตรการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลที่จะครบกำหนดในวันที่ 20 ก.ค.นี้ ยังคงมีเวลาพิจารณาอยู่ โดยราคาน้ำมันในตลาดโลกในขณะนี้มีทั้งสูงขึ้น และลดลง ซึ่งราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสลดลงถึง 10 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แต่ในส่วนของไทยราคาน้ำมันยังไม่ลง เพราะใช้ราคาอ้างอิงจากราคาน้ำมันดิบดูไบ ขณะเดียวกัน ต้องดูอีกหลายปัจจัยเช่น ต้องดูภาระเรื่องของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย
ด้าน นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll หัวข้อ "ภาคอุตสาหกรรม จะรับมือกับวิกฤตพลังงานแพงอย่างไร" ซึ่งเป็นการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 165 คน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 76 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด ผลการสำรวจพบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. มองว่าจากวิกฤตความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลทำให้ภาคอุตสาหกรรมต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นกว่า 20% สวนทางกับการปรับราคาขายสินค้าและบริการในช่วงที่ผ่านมาที่มีการปรับเพิ่มขึ้นได้น้อยกว่า 10% เนื่องจากต้องการรักษายอดขาย ขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาด รวมทั้งการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมราคาสินค้าของรัฐ
โดยผู้บริหาร ส.อ.ท. คาดว่าแนวโน้มราคาน้ำมันดิบโลกช่วงครึ่งหลังของปี 65 จะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับ 120-140 ดอลลาร์ต่อบาเรล จากภาวะสงครามที่ยืดเยื้อ ประกอบกับมาตรการตอบโต้ระหว่างชาติตะวันตกและรัสเซียที่มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะการที่สหภาพยุโรป (EU) มีมติระงับการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย 90% ภายในสิ้นปีนี้ ดังนั้นผู้บริหาร ส.อ.ท. จึงเสนอขอให้ภาครัฐพิจารณาขยายเวลาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 5 บาทต่อลิตร ที่กำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 20 ก.ค.นี้ ออกไปอีก 2-3 เดือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และช่วยลดภาระต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการ
ส่วนมาตรการแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานในระยะยาว ภาครัฐควรมีการส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้เกิดการใช้พลังงานหมุนเวียนในภาคธุรกิจและภาคประชาชน สนับสนุนให้เกิดการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพ และลดการใช้พลังงานในภาคการผลิต ควบคู่ไปกับการทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมเร่งปรับตัวรับมือกับวิกฤตพลังงานด้วยการลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนใช้เองภายในโรงงาน ปรับปรุงเครื่องจักรและอุปกรณ์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน รวมทั้งนำระบบการบริหารจัดการพลังงาน (Energy Management System: EMS) มาใช้และปรับแผนการผลิต หรือโลจิสติกส์เพื่อลดต้นทุนพลังงานในช่วงนี้