นครพนม กลับบ้านเราเถอะลูกเอ้ย เปิดใจพ่อหนุ่มกลอล์ฟเหยื่อ ไอ้บาสปืนโหด สุดช็อกร่ำไห้ขับรถอดนอนมาสองคืน จากประจวบคีรีขันธ์ ถึงนครพนม เตรียมรับศพลูกชายคนดียว ยันลูกชายไม่มีประวัติเกเร ตายเพราะเพื่อน ร้องตำรวจเอาผิดถึงที่สุดทั้งแพ่ง อาญา ลูกชายจะต้องไม่ตายฟรี ไม่คาดฝันตกลงจะบวชให้ลูกชายต้นปีหน้า สุดท้ายต้องมาจัดงานศพแทน เผยลูกชายทำงานรับจ้างก่อสร้างบ้าน ไม่เกี่ยวข้องธุรกิจเงินกู้ ยายพาญาติ และเพื่อนทำพิธีเชิญวิญญาณ บอกกล่าวตามประเพณี ส่วนผู้ต้องหา 2 ราย ศาลงดประกันตัวส่งนอนคุก
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 กรกฎาคม 2565 ที่ถนนด่านท่าเทียบเรือประตูโขงริมฝั่งแม่น้ำโขงเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม นายเทพ ธารรัมย์ อายุ 43 ปี พร้อมด้วย นางรัง สูงรัมย์ อายุ 72 ปี พ่อและยาย พร้อมญาติ ของนายพลพล ธารรัมย์ หรือกล์อฟ อายุ 20 ปี ชาว อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์ ผู้เสียชีวิตเหยื่อวัยรุ่นปืนโหด มือปืนก่อเหตุคือ นายอภิเชรษฐ วงษ์ขันติ์ หรือบาส อายุ 23 ปี ชาว ต.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยถูกจับกุมดำเนินคดีแล้ว เหตุเกิดเมื่อเวลา 04.20 น.วันที่ 3 กรกฎาคม 2565 ซึ่งทางพ่อและญาติ ได้เดินทางมาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน ตั้งแต่ผู้ตายยังเล็ก มีลูกชายคนเดียว หลังทราบข่าวลูกชายเสียชีวิต จึงเดินทางข้ามจังหวัด ระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร มาถึง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เพื่อมาติดต่อรับศพ และติดตามดำเนินคดี ร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.ธาตุพนม ตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงได้เดินทางมาประกอบพิธีความเชื่อ ช้อนขวัญเชิญวิญญาณลูกชายกลับบ้านเกิด และติดต่อรับศพจากสถาบันนิติเวช จ.ขอนแก่น กลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี ที่ อ.แคนดง จ.บุรีรัมย์
ส่วนผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ คือ นายอภิเชษฐ หรือบาส อายุ 23 ปี อยู่ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ผู้ต้องหามือปืนก่อเหตุรวมถึงนายกิตติวัฒน์ ยาทองไชย หรือหนึ่ง ชาว ต.ธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เป็นคนขับรถจักรยานยนต์ ให้ หลังตำรวจนำทั้ง 2 ราย ไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพ ได้นำตัวไปเสนออนุมัติขอฝากขังที่ศาลจังหวัดนครพนม ในชั้นพนักงานสอบสวนค้านการประกันตัว และในชั้นศาลไม่อนุมัติให้มีการประกันตัว ส่งไปฝากขังที่เรือนจำกลางนครพนม ผลัดแรก
ด้าน นายเทพ ธารรัมย์ อายุ 43 ปี พ่อผู้ตายเปิดใจว่า หลังทราบข่าวตนถึงขั้นช็อก เพราะมีลูกชายคนเดียว แยกทางกับภรรยาตั้งแต่ลูกชายยังเด็ก และดูแลเลี้ยงดูมาตลอด จนกระทั่งโตเป็นหนุ่ม จึงมาทำงานกับเพื่อนที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม รับจ้างก่อสร้างบ้าน ยืนยันว่าลูกชายไม่เป็นคนเกเร สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า และไม่เคยมีปัญหาทะเลาะกับใคร ตนได้โทรศัพท์พูดคุยตักเตือนตลอดว่ามาอยู่ต่างถิ่น ไม่ให้ไปเที่ยวกลางคืน เกรงว่าจะเกิดอันตราย จนในที่สุดไม่คาดคิดว่าจะตายเพราะเพื่อน เนื่องจากเพื่อนที่รู้จักกันชวนขับรถจักรยานยนต์ออกมาซื้อของ โดยไม่รู้ว่าเพื่อนที่ชวนมีปัญหาทะเลาะกันมาก่อน เป็นเหตุให้ถูกยิงตาย ตนยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดกับผู้ก่อเหตุ ทั้งทางแพ่งทางอาญา ตนร่ำไห้มาตลอดทางจนถึงนครพนม ระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร เพื่อมาติดตามคดีลูกชาย กรณีมีข่าวว่าลูกชายทำงานเกี่ยวกับนายทุนเงินกู้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นการเข้าใจผิด โดยทำงานรับจ้างทั่วไป มาถึงวันนี้ขอให้คนก่อเหตุรับกรรม ตั้งใจว่าต้นปีจะบวชให้ลูกชาย สุดท้ายต้องมาจัดงานศพแทน คำเดียวที่พูดได้ตอนนี้คือ กลับบ้านเราเถอะลูกเอ้ย

