ผบ.เหล่าทัพ นัดหารือ 5 เสือเหล่าทัพ เรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ขั้นนายพล กันแล้ว แบบที่เรียกว่า พอเป็นพิธี เพราะในที่สุด คนที่ตัดสินใจ คือ ผบ.เหล่าทัพ แต่ต้องให้ ผบ.หน่วย เป็นคนเสนอรายชื่อขึ้นมา ให้ 5 เสือ และผบ.เหล่าทัพ ร่วมกันพิจารณาอีกครั้ง
มีรายงานว่า ผบ.เหล่าทัพ จะส่งบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้าย โผแรกให้ ผบ.ทหารสูงสุด และ ปลัดกลาโหม ภายใน 15 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นไปตามวงรอบ และกำหนดเวลาของการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ก็ทำให้บรรยากาศในกองทัพเริ่มคึกคัก เพราะมีการคาดเดา และ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงกระแสข่าวลือต่างๆ ก็สะพัด
แต่ทว่ากระแสข่าว การเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ. “บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ หลังนั่งมา 2 ปี แต่เพราะการมีระยะห่างกับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม หรือเรียกว่าไม่ใช่น้องรักสายตรง ของพล.อ.ประยุทธ์ แต่การจะย้ายผบ.ทบ.ไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม ที่จะว่างลงเพราะ “บิ๊กหน่อย” พล.อ.วรเกียรติ รัตนานนท์ จะเกษียณราชการตุลาคมนี้ ก็ไม่ใช่วิถีหรือธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติสำหรับกองทัพ ที่จะย้าย ผบ.ทบ. โดยไม่ได้มีความผิด
แม้จะเกิดกระแสข่าวลือว่าอาจจะขยับ “บิ๊กแก้ว” พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ก็นั่งมาแล้ว 2 ปี ข้ามไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อที่จะให้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ขยับขึ้นไปเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด จะได้ดูว่าไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการขยับให้สูงขึ้น ในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการเหล่าทัพที่อาวุโส
อีกทั้ง เก้าอี้ ผบ.ทบ. ไม่ค่อยมีใครกล้าแตะต้อง เพราะเกือบทุกครั้งที่ จะมีการย้าย ผบ.ทบ. ก็มักจะเกิดการรัฐประหารตามมาเสมอ ส่วนใหญ่จึงมักจะปล่อยให้เกษียณไปตามวิถีรับราชการ
แม้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ที่เป็นทหารเก่า และมีฐานอำนาจในกองทัพก็ตามแต่ก็คงจะไม่แตะต้อง พล.อ.ณรงค์พันธ์ เพราะกว่าที่จะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ.ได้นั้น พล.อ.ณรงค์พันธ์ ก็มีแบ็กอัพที่ไม่ธรรมดา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่พล.อ.ประยุทธ์ จะเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ. แม้ว่าก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบคำถามเรื่องกระแสข่าวย้ายผบ.ทบ.จน เป็นปริศนาว่า “ยังไม่ถึงเวลา” ก็ตาม
หรือแม้แต่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะมี ผบ.ทบ.ในใจอย่าง “บิ๊กต่อ” พล.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผช.ผบ.ทบ. น้องรักทหารเสือราชินี ที่เติบโตกันมาในกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21รอ.) ที่จ่อจะขึ้นผบ.ทบ. ในโยกย้าย ต.ค. 2566 อยู่แล้ว ก็ตาม จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า พล.อ.เจริญชัย คงต้องรอต่อไปอีก 1 ปีจนกว่า พล.อ.ณรงค์พันธ์ จะเกษียณราชการตามปกติ
อีกทั้งเก้าอี้ปลัดกระทรวงกลาโหมนั้นดูเหมือนจะถูกจองถูกล้อคให้ “บิ๊กหนุ่ม” พล.อ.สนิธชนก สังขะจันทร์ ที่จ่อเป็นรองปลัดกลาโหม มาอยู่แล้ว เพราะรู้กันดีว่าเป็นนายทหารที่ใกล้ชิดกับทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ และ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและพี่ใหญ่แห่งบูรพาพยัคฆ์ แม้ว่าจะเป็นเตรียมทหารรุ่น 24 และ มีอายุราชการถึง 2568 แต่กองหนุนแข็งแรง ก็จะขึ้นเป็นปลัดกลาโหมในโยกย้ายตุลาคม 2565 นี้เลย และนั่งยาว 3 ปี โดยไม่ต้องให้มีปลัดกระทรวงกลาโหมขัดตาทัพ
แต่ก็มีกระแสข่าวลือว่าจะมี ปลัดกลาโหมขัดตาทัพให้ลุ้นกันในการโยกย้ายครั้งนี้ เช่น ในกลาโหมเอง ก็มีชื่อ “บิ๊กกวาง” พล.อ.สัณทัศน์ นนทิภาคย์หิรัญ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึ ก(ผอ.อผศ.) ที่ก็เป็นน้องรักสายทหารเสือราชินีของพล.อ.ประยุทธ์เช่นกันและเป็นรุ่นพี่เตรียมทหาร 21 มีอายุราชการถึงตุลาคม 2566 มาชิงปลัดกลาโหมด้วย แต่ก็คาดว่า โอกาสน้อยและคงจะเป็น ผอ.อผศ. นี่ไปจนเกษียณ
ไม่แค่นั้นยังมีกระแสข่าวลือจากในกองทัพบกเองว่า หากไม่มีการเปลี่ยนตัว ผบ.ทบ. พล.อ.ณรงค์พันธ์ ยังคงนั่งต่อไปจนเกษียณในปี 2566 ก็อาจจะส่ง พล.อ.เจริญชัย มาชิงเก้าอี้ปลัดกลาโหม เพื่อที่จะเป็น “ปลัดกลาโหมคอแดง” คนแรก และจะได้นั่ง 2 ปี จนเกษียณตุลาคม 2567 แล้วพล.อ.สนิธชนก จึงเป็นต่ออีก 1 ปีเกษียณ 2568 แต่ทว่าก็เป็นสูตรโยกย้ายที่มีความเป็นไปได้น้อยมาก เพราะถึงอย่างไร พล.อ.เจริญชัย ก็คงต้องการที่จะรอเพื่อขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ในปีหน้า โดยที่การโยกย้ายครั้งนี้ พล.อ.เจริญชัย ก็จะขยับขึ้นไปเป็น รอง ผบ.ทบ. ครองอาวุโสเพื่อจ่อขึ้นเป็น ผบ.ทบ. มากกว่า
ทั้งนี้กระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้นเพราะมีแคนดิเดต ผบ.ทบ. อีกคน ที่น่าจับตามองอย่าง “บิ๊กโต” พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาค1 ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 23 ของ พล.อ.เจริญชัย และเติบโตมาจากสายบูรพาพยัคฆ์เป็นน้องรักของพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตรเช่นกันแถมเกษียณตุลาคม 2567 พร้อม พล.อ.เจริญชัย ด้วยบุคลิกที่เป็นนายทหารสายบู๊จริงจังและมีความเด็ดขาดจึงทำให้พลโทสุขสรรค์ กำลังถูกจับตามองว่าอาจจะเป็นตัวเลือก ผบ.ทบ.อีกคนที่ไม่อาจมองข้าม แต่แน่นอนว่า กระแสข่าวลือนี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ฉันเพื่อน ของพล.อ.เจริญชัย และ พล.ท.สุขสรรค์ แต่หากหนักแน่นมั่นคงในมิตรภาพกระแสข่าวลือใดๆก็ย่อมไม่ส่งผล เพราะให้ถือเสียว่าเป็นเรื่องธรรมดาของฤดูการแต่งตั้งโยกย้ายทหาร
ขณะที่มีการจับตามองไปที่ “บิ๊กอ๊อบ” พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี หัวหน้าคณะนายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำ ผบ.ทบ. ว่าจะถูกส่งข้ามไปกองบัญชาการกองทัพไทยเพื่อนั่งเป็นเสนาธิการทหาร หรือรองผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อจ่อชิงเก้าอี้ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แทน พล.อ.เฉลิมพล ในโยกย้ายตุลาคม 2566 หรือไม่
เพราะพล.อ.ทรงวิทย์ ก็เป็นนายทหารคอแดงที่มีความสามารถครบเครื่อง แต่ด้วยเหตุที่ไม่ได้เรียนจบ โรงเรียนนายร้อยจปร. แต่จบจากนายร้อยทหารบกเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา หริอVMI จึงยังคงเจอม่านประเพณีกางกั้นไม่ให้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. จึงต้องฉีกไปเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด
แต่ทว่าที่กองบัญชาการกองทัพไทยก็มีแคนดิเดตผู้บัญชาการทหารสูงสุด จ่ออยู่แล้ว โดยเฉพาะ “บิ๊กจ่อย” พล.อ.ธิติชัยเทียนทอง รองเสนาธิการทหาร ที่จ่อจะขึ้นเป็น เสนาธิการทหาร ในการโยกย้ายครั้งนี้ แต่ทว่าพล.อ.ธิติชัย ไม่ได้เป็น ทหารคอแดง จึงยังคงเป็นที่จับตามองว่า ตกลงแล้ว ตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดจะต้องเป็นทหารคอแดง หรือไม่
หลังจากที่พล.อ.เฉลิมพล ถือเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดคอแดง คนแรก
แต่หากว่าผู้บัญชาการทหารสูงสุดจะต้องเป็นทหารคอแดง คนในทัพไทย ก็ยังคงมีแคนดิเดตคือ “บิ๊กบุ๋ม” พล.อ.สุวิทย์ เกตุศรี ผอ.ศปร. น้องรักทหารม้าของพล.อ.เฉลิมพลที่กระเตงกันมาจาก พล.ม.2รอ. อีกทั้งเป็นที่รู้กันดีว่า พล.อ.เฉลิมพล ซึ่งเป็นทหารม้านั้น รักเหล่า ทหารม้าอย่างมากจนทำให้กองบัญชาการกองทัพไทยเป็นที่รวมของนายทหารม้า ที่ย้ายมาจากกองทัพบก
ขณะที่กองทัพเรือดูจะมีความชัดเจนไปแล้วตั้งแต่โยกย้ายเมษายนที่ผ่านมาว่า “บิ๊กจอร์จ” พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ที่ข้ามจากรองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทยมาเป็น ผช.ผบ.ทร. จ่อไว้แล้ว จะขึ้นเป็นตามที่ “บิ๊กเฒ่า” พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ทร.ได้เคลียร์ทางไว้ให้แล้ว แม้ว่าในกองทัพเรือจะมีแคนดิเดต ผบ.ทร. ทั้ง “บิ๊กโต้ง” พล.ร.อ.ธีรกุล กาญจนะ รอง ผบ.ทร. และ “บิ๊กแจ็ค” พล.ร.อ.เถลิงศักดิ์ ศิริสวัสดิ์ เสธ.ทร. และ “บิ๊กวิน” พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข ผบ. กองเรือยุทธการ ด้วยก็ตาม แต่ก็ดูจะไม่ใช่ตัวเลือกของพลเรือเอกสมประสงค์
แม้แต่ พล.ร.อ.ธีรกุล ที่มีความชอบธรรมเพราะเป็นรอง ผบ.ทร. และครองอาวุโสสูงสุด ในทร. แถมยังเป็นรุ่นพี่เตรียมทหาร 21 ของพล.ร.อ.เชิงชาย ที่เป็นเตรียมทหาร 22 ก็ตาม ส่วนกองทัพอากาศนั้น “บิ๊กป้อง” พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผบ.ทอ. ยังคงสงวนท่าที และ ยังไม่แสดงออกชัดเจนว่าจะเลือกใครเป็น ผบ.ทอ.คนใหม่ เพราะครั้งนี้ถือว่ามีแคนดิเดตมากที่สุด ทั้งในระดับ 6 เสืออากาศ และที่เป็นพลอากาศเอก
แต่หากมองในแง่ของความชอบธรรมและความอาวุโส “บิ๊กป้อม” พล.อ.อ.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ ที่เป็นรอง ผบ.ทอ.ก็ถือว่าจ่ออยู่ และมีอายุราชการถึง 2567 นั่งเก้าอี้ 2 ปีกำลังสวย แต่ด้วยเหตุที่ พล.อ.อ.นภาเดช เป็นนักบินขับไล่ ตระกูลเอฟ จึงถูกอ่านใจว่าน่าจะเลือกนักบินเอฟ 16 ขึ้นมาเป็น ผบ.ทอ.คนใหม่ ทั้งนี้เพราะ พล.อ.อ.ธนศักดิ์ ไม่ใช่นักบินเอฟ แต่บิน OV-10 แม้ว่าธรรมเนียมของทหารอากาศ ไม่ว่าจะเป็นนักบินเครื่องบินแบบใด แต่ขอให้เป็นเหล่านักบินก็สามารถเป็น ผบ.ทอ. ได้ก็ตาม
อีกทั้ง พล.อ.อ.นภาเดช ทำโครงการจัดซื้อเครื่องบินเอฟ 35 จึงยิ่งทำให้ถูกมองว่า ผบ.ทอ.คนใหม่จะต้องเป็นนักบินขับไล่ ยิ่งหลังจากมีการปรับโครงสร้างกรมควบคุมปฏิบัติการทางอากาศ (คปอ.) เป็นกองบัญชาการ คปอ. ก็ยิ่งทำให้ “บิ๊กต้น” พล.อ.อ.คงศักดิ์ จันทรโสภา ผบ.คปอ. ยิ่งถูกจับตามองเพราะถือเป็นเพื่อนรักรุ่นน้องเตรียมทหาร 22 ที่ใกล้ชิดสนิทสนมถึงขั้นรู้ใจ พล.อ.อ.นภาเดช อย่างมากและยาวนาน เพราะเติบโตมาในกองบิน 1 นครราชสีมาด้วยกัน โดย พล.อ.อ.คงศักดิ์ มีอายุราชการถึงตุลาคม 2565 เท่านั้น
แต่ในระยะหลังบทบาทของ “บิ๊กไก่” พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนะกุล เสนาธิการทหารอากาศ มีมากขึ้นและพลอากาศเอกนภาเดช ก็มอบหมายงานสำคัญ แม้แต่งานออกสื่อ เมื่อครั้งที่นำทีมเยาวชนไปดูภาพยนตร์ เรื่องTop Gun:Maverick เพื่อหวังสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนคนรุ่นใหม่อยากเป็นนักบินรบ แล้วก็เป็นนักบินเอฟ 16 เช่นกัน
พล.อ.อ.พันธ์ภักดี ยังเป็นผู้รับผิดชอบหลักในโครงการจัดหาเครื่องบินเอฟ 35 และมีอายุราชการ ถึงตุลาคม 2568 หากขึ้นเป็น ผบ.ทอ.จะนั่งยาว 3 ปี สามารถทำงานได้ต่อเนื่อง แต่จุด นี้ การเป็นเตรียมทหาร 24 รุ่นน้องและอายุราชการยังเหลือหลายปี จึงทำให้ถูกมองว่าจะเปิดทางให้รุ่นพี่ขึ้นเป็น ผบ.ทอ. ก่อน
แต่อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแคนดิเดตที่เป็นน้องรักของ พล.อ.อ.นภาเดช อยู่หลายคน แต่ก็ไม่อาจมองข้าม “บิ๊กหนึ่ง” พล.อ.อ.ชานนท์ มุ่งธัญญา ผช.ผบ.ทอ. ที่ถือเป็น นายทหารคนเก่ง เป็นนักบินขับไล่ตระกูลเอฟ และมีความครบเครื่องเป็นที่ยอมรับ ของน้องๆในทอ. แต่ทว่ากลับถูกตีตราว่า เป็นทายาท ของ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ อดีต ผบ.ทอ. ที่ก็มีความขัดแย้งกับ “บิ๊กแอร์” พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ คนก่อน ที่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร 21 ของ พล.อ.อ.นภาเดช และ เป็นคนที่สนับสนุนให้ พล.อ.อ.นภาเดช เป็น ผบ.ทอ. จึงมองกันว่า พล.อ.อ.ชานนท์ ไม่ใช่ตัวเลือกของ พล.อ.อ.นภาเดช อย่างแน่นอน
เมื่อย่างเข้าฤดูการแต่งตั้งโยกย้ายทหารเช่นนี้อุณหภูมิในกองทัพย่อมร้อนระอุขึ้นมาเพราะการต่อสู้แย่งชิงเก้าอี้จะยิ่งเข้มข้นมากขึ้น
แต่ก็ต้องจับตาดูว่า พล.อ.ประยุทธ์ ที่กำลังนับถอยหลังสู่ การสิ้นรัฐบาลในปีสุดท้าย ก่อนจะครบเทอม จะมีการทิ้งทวนในการวางทายาทอำนาจในกองทัพหรือไม่ อย่างไร และจะมีเซอร์ไพร้ซ์ แบบที่เรียกว่า กล้าทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด หรือไม่ อีกไม่นานเกินรอ