เป็นการขนย้ายเรือ ส.พลอยวารินทร์ 1 ในพื้นที่อ.กันตัง จ.ตรัง มุ่งหน้าสู่ปากน้ำโพต้นกำหนดแม่น้ำเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์ ภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย เดิมเรือลำนี้เคยให้บริการพานักท่องเที่ยวไปชมหมู่เกาะต่างๆในทะเลอ่าวไทย และปิดให้บริการไปด้วยสถานการณ์โควิด 19 และแบกรับภาระไม่ไหวเลยต้องประกาศขายและตกลงซื้อโดยบริษัทบ้านทองม้วนจำกัด (มหาชน) และมีกำหนดการขนย้ายในวันที่ 27 เมษายน 2565 ที่ผ่านมา ณ.ท่าเรือโชคชัยกันตัง ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง
โดยได้เครนยกมืออาชีพขากบริษัท เอส เค คุณธรรมกรุ๊ป พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญมาดูแลตลอดการยกเรือ โดยการยกเรือครั้งนี้ ทั้งคนซื้อ ขคนขาย เครน ทีมงาน และเจ้าหน้าที่ของท่าเรือที่เกี่ยวข้องประชุมเตรียมความพร้อมและคำนวนสัดส่วนน้ำหนักอย่างชัดเจนและต้องรอบครอบที่สุดเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และการยกเรือครั้งนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น รวมทั้งการล็อคเรือให้แน่นหนาและเสียหายให้น้อยที่สุดจากการขนย้ายเรือ ส.พลอยวารินทร์ 1 เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเราจึงเริ่มเดินทางออกจากท่าเรือ ปัญหาแรกที่เจอคือ สายไฟ ป้าย เนื่องจากยังเป็นแหล่งชุมชนและถนนคับแคบและรถวิ่งสวนทางมากมาย จึงใช้เวลามากกว่าที่เราคำนวนกันไว้ พอเริ่มมืดทั้งคนขับรถและทีมช่างที่อยู่บนเรือเริ่มมองไม่เห็นสายไฟและป้ายต่าง
ทางผู้บริหารบริษัทบ้านทองม้วนจำกัด (มหาชน)จึงได้ตัดสินใจให้พักค้างคืนที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งถ้าคิดแล้วระยะทางที่ขับรถนั้นขับมาได้แค่ 90 กิโลเมตรแต่ใช้เวลาไปประมาณ 6 ชั่วโมงซึ่งช้ามากๆแต่ก็ต้องคำนึงถึงความเสียหายที่จะได้รับถ้าฝืนไปต่ออาจจะไม่คุมได้คุมเสีย เช้าวันที่ 28 เมษายน 2565 วันที่ 2 ของการขนย้ายเรือ ส.พลอยวารินทร์ 1 เริ่มออกเดินทางกันที่เวลา 07.30 น. ซึ่งวันนี้ตลอดระยะเวลาในการวิ่งบนถนน ไม่มีอุปสรรคใดๆทั้งสิ้น แต่ทางคนขับและช่างก็คอยดูแลเรือและขับขี่ด้วยความปลอดภัยตลอดการเดินทาง จนมาพักค้างคืนที่ อ.เมือง จ.ราชบุรี และวันที่ 29 เมษายน 2565 วันที่ 3 ของการเดินทาง เราเริ่มออกเดินทางกันที่ 08.00 น. ออกเดินทางออกจาก จ.ราชบุรี วิ่งมาเลื่อยๆ จนถึง จ.นครสวรรค์ เวลา 15.40 น. โดยสวัสดีภาพที่ท่าเรือท่าข้าวกำนันทรง อ.เมือง จ.นครสวรรค์
จากการตรวจสอบเรือครั้งนี้มีบ้างส่วนที่ต้อวซ้อมแซม เพราะมีรอยแตกจากการกระแทรกระหว่างการเดินทางเพราะเรือลำนี้ใช้งานมา 10 ปี และเป็นเรือลำแรกที่มรการขนย้ายไกล จากภาคใต้ จ.ตรัง สู่ภาคเหนือตอนล่าง จ.นครสวรรค์ รวมระยะทาง 1,094.7 กิโลเมตร วันที่ 30 เมษายน 2565 เมื่อสำรวจความเสียหายจากเมื่อวานเย็นแล้วทางช่างที่ติดต่อไว้ก็เริ่มซ้อมแซมรอยรั่วต่างๆก่อนที่จะเอาเรือ ส.พลอยวารินทร์ 1 ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว เครนที่มาเตรียมความพร้อมเพราะท่าเรือที่เราใช้บริการนี้มีความสูงมากจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ความกลัวมีมากมายต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสภาพเรือให้มากที่สุด โดยได้เครน บริษัทสุนันท์เครน ที่ใช้บริการในจ.นครสวรรค์ เมื่อประชุมขั้นวางแผนตอนการยกเรือเรียบร้อยแล้ว เวลา 16.00 น. เครนได้เริ่มยกเรือ ส.พลอยวารินทร์ 1 ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างปลอดภัย และเสียงปรบมือจากทีมงานทุกคนที่ทำภาระกิจนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ส่วนการเดินทางครั้งนี้ มีอุปสรรคหลายๆอย่าง มีเรื่องเล่ามากมายมี น้ำตาของความผูกพันธ์ของเจ้าของเรือคนเก่า ด้วยเป็นเรือที่สร้าวรายได้อยู่ด้วยกันมา เป็น 10 ปี แต่ถึงเวลาที่เรือจะไปอยู่กับเจ้าของใหม่ มันเป็นความเชื่อที่ว่า แม่ย่านางเขาได้เรือนายคนใหม่ที่มีศีลเสมอกัน อาจจะเป็นความบังเอิญหรือโชคชะตา ก่อนการมาขนย้ายเรือลำนี้ ผู้ซื้อไม่เคยเห็นเรือจริงมาก่อน แต่ก็ตกลงและตังใจมารับเรือไปเป็นส่วนหนึ่งในกิจการของบริษัท นับว่าถึงเวลาที่เรือ ส.พลอยวารินทร์1 ต้องไปอยู่ในที่ใหม่ เจ้าของใหม่ และแม่ย่านางผู้ปกปักรักษาได้เลือกผู้ที่จะดูแลท่านได้และมีศีลที่ดีมาเป็นเจ้าของ ส่วนเรือลำนี้ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนปรับปรุง เพื่อรองรับการการให้บริการของเจ้าของเรือ ที่ตั้งใจซื้อมาเพื่อบริการล่องในแม่น้ำเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์
โดยได้เครนยกมืออาชีพขากบริษัท เอส เค คุณธรรมกรุ๊ป พร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญมาดูแลตลอดการยกเรือ โดยการยกเรือครั้งนี้ ทั้งคนซื้อ ขคนขาย เครน ทีมงาน และเจ้าหน้าที่ของท่าเรือที่เกี่ยวข้องประชุมเตรียมความพร้อมและคำนวนสัดส่วนน้ำหนักอย่างชัดเจนและต้องรอบครอบที่สุดเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และการยกเรือครั้งนี้เป็นไปด้วยความราบรื่น รวมทั้งการล็อคเรือให้แน่นหนาและเสียหายให้น้อยที่สุดจากการขนย้ายเรือ ส.พลอยวารินทร์ 1 เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเราจึงเริ่มเดินทางออกจากท่าเรือ ปัญหาแรกที่เจอคือ สายไฟ ป้าย เนื่องจากยังเป็นแหล่งชุมชนและถนนคับแคบและรถวิ่งสวนทางมากมาย จึงใช้เวลามากกว่าที่เราคำนวนกันไว้ พอเริ่มมืดทั้งคนขับรถและทีมช่างที่อยู่บนเรือเริ่มมองไม่เห็นสายไฟและป้ายต่าง
ทางผู้บริหารบริษัทบ้านทองม้วนจำกัด (มหาชน)จึงได้ตัดสินใจให้พักค้างคืนที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งถ้าคิดแล้วระยะทางที่ขับรถนั้นขับมาได้แค่ 90 กิโลเมตรแต่ใช้เวลาไปประมาณ 6 ชั่วโมงซึ่งช้ามากๆแต่ก็ต้องคำนึงถึงความเสียหายที่จะได้รับถ้าฝืนไปต่ออาจจะไม่คุมได้คุมเสีย เช้าวันที่ 28 เมษายน 2565 วันที่ 2 ของการขนย้ายเรือ ส.พลอยวารินทร์ 1 เริ่มออกเดินทางกันที่เวลา 07.30 น. ซึ่งวันนี้ตลอดระยะเวลาในการวิ่งบนถนน ไม่มีอุปสรรคใดๆทั้งสิ้น แต่ทางคนขับและช่างก็คอยดูแลเรือและขับขี่ด้วยความปลอดภัยตลอดการเดินทาง จนมาพักค้างคืนที่ อ.เมือง จ.ราชบุรี และวันที่ 29 เมษายน 2565 วันที่ 3 ของการเดินทาง เราเริ่มออกเดินทางกันที่ 08.00 น. ออกเดินทางออกจาก จ.ราชบุรี วิ่งมาเลื่อยๆ จนถึง จ.นครสวรรค์ เวลา 15.40 น. โดยสวัสดีภาพที่ท่าเรือท่าข้าวกำนันทรง อ.เมือง จ.นครสวรรค์
จากการตรวจสอบเรือครั้งนี้มีบ้างส่วนที่ต้อวซ้อมแซม เพราะมีรอยแตกจากการกระแทรกระหว่างการเดินทางเพราะเรือลำนี้ใช้งานมา 10 ปี และเป็นเรือลำแรกที่มรการขนย้ายไกล จากภาคใต้ จ.ตรัง สู่ภาคเหนือตอนล่าง จ.นครสวรรค์ รวมระยะทาง 1,094.7 กิโลเมตร วันที่ 30 เมษายน 2565 เมื่อสำรวจความเสียหายจากเมื่อวานเย็นแล้วทางช่างที่ติดต่อไว้ก็เริ่มซ้อมแซมรอยรั่วต่างๆก่อนที่จะเอาเรือ ส.พลอยวารินทร์ 1 ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อเรียบร้อยทุกอย่างแล้ว เครนที่มาเตรียมความพร้อมเพราะท่าเรือที่เราใช้บริการนี้มีความสูงมากจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ความกลัวมีมากมายต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสภาพเรือให้มากที่สุด โดยได้เครน บริษัทสุนันท์เครน ที่ใช้บริการในจ.นครสวรรค์ เมื่อประชุมขั้นวางแผนตอนการยกเรือเรียบร้อยแล้ว เวลา 16.00 น. เครนได้เริ่มยกเรือ ส.พลอยวารินทร์ 1 ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างปลอดภัย และเสียงปรบมือจากทีมงานทุกคนที่ทำภาระกิจนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
ส่วนการเดินทางครั้งนี้ มีอุปสรรคหลายๆอย่าง มีเรื่องเล่ามากมายมี น้ำตาของความผูกพันธ์ของเจ้าของเรือคนเก่า ด้วยเป็นเรือที่สร้าวรายได้อยู่ด้วยกันมา เป็น 10 ปี แต่ถึงเวลาที่เรือจะไปอยู่กับเจ้าของใหม่ มันเป็นความเชื่อที่ว่า แม่ย่านางเขาได้เรือนายคนใหม่ที่มีศีลเสมอกัน อาจจะเป็นความบังเอิญหรือโชคชะตา ก่อนการมาขนย้ายเรือลำนี้ ผู้ซื้อไม่เคยเห็นเรือจริงมาก่อน แต่ก็ตกลงและตังใจมารับเรือไปเป็นส่วนหนึ่งในกิจการของบริษัท นับว่าถึงเวลาที่เรือ ส.พลอยวารินทร์1 ต้องไปอยู่ในที่ใหม่ เจ้าของใหม่ และแม่ย่านางผู้ปกปักรักษาได้เลือกผู้ที่จะดูแลท่านได้และมีศีลที่ดีมาเป็นเจ้าของ ส่วนเรือลำนี้ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนปรับปรุง เพื่อรองรับการการให้บริการของเจ้าของเรือ ที่ตั้งใจซื้อมาเพื่อบริการล่องในแม่น้ำเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์