จากการที่ "นารา เครปกระเทย" หรือ "นายอนิวัติ ประทุมถิ่น" อินฟลูเอนเซอร์คนดังได้ทำคลิปวิดีโอและภาพนิ่งในการโปรโมทแคมเปญลดราคาสินค้าพิเศษในแพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์ของ บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย (Lazada) ในลักษณะที่ก้าวล่วงสถาบัน บ่อนทำลาย และกระทบต่อความรู้สึกของคนไทยอย่างร้ายแรง จนเเกิดกระแสต่อต้านแพลตฟอร์มดังกล่าวจากสังคมอย่างรุนแรง โดยการติดแฮชแท็กเดือด #แบนLazada #นาราเครปกระเทย #แบนลาซาด้า ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ รวมทั้งมีการแจ้งความดำเนินคดีตาม มาตรา 112 ด้วย ต่อมา บริษัทลาซาด้า ออกแถลงการณ์ ขออภัยต่อความผิดพลาดที่เกิดจากการผลิตและเผยแพร่เนื้อหาวิดีโอโดยอินฟลูเอนเซอร์ นารา เครปกะเทย บนโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2565 เราเข้าใจดีว่าเนื้อหาดังกล่าวสร้างความกระทบกระเทือนจิตใจต่อสังคมและลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ ทันทีที่เรารับทราบถึงคลิปดังกล่าว เราได้มีคำสั่งให้ถอดคลิปดังกล่าวออกทันที เพราะเนื้อหาและข้อความเป็นสิ่งที่ขัดต่อหลักการทำงานและความเชื่อของลาซาด้าในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่ให้ความเคารพต่อกันและกันและไม่แบ่งแยก "ลาซาด้าขอแสดงความเสียใจอีกครั้งต่อความผิดพลาดและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เราได้ใช้เวลาในการตรวจสอบเรื่องนี้โดยละเอียด รวมถึงทบทวนและน้อมรับคำแนะนำและเสียงสะท้อนที่ได้รับจากทุกภาคส่วน ทีมงานของบริษัทลาซาด้าขอใช้พื้นที่นี้ในการขอโทษและแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นต่อสังคม รวมถึงลูกค้า ผู้ขาย และพาร์ตเนอร์ของเรา" ล่าสุด "พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้" ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ได้สั่งการประชุมศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกประจำวัน พร้อมสั่งให้หน่วยทหารทั่วประเทศ งดสั่งสินค้าจาก Lazada ร่วมถึงห้ามรถส่งสินค้าเข้ามาในพื้นที่หน่วยทหารแต่ไม่ห้ามกำลังพลในการสั่งซื้อสินค้า หากมีการสั่ง ก็ให้ออกไปรับนอกพื้นที่หน่วยทหาร "จากพฤติการณ์และการกระทำที่เกิดขึ้นปวงชนชาวไทยที่เทิดทูน เคารพศรัทธาในสถาบันพระมหากษัตริย์ จึงมิอาจยอมรับและให้อภัยได้ กรณีดังกล่าว เป็นความผิดทางอาญาหลายกรรมหลายวาระ อันเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาม.112 ประกอบ ม.14(3) แห่ง พรบ.ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่2พ.ศ.2560 เป็นอำนาจหน้าที่ของ กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) ที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายรวบรวมพยานหลักฐานเสนอไปยังอัยการเพื่อยื่นต่อศาลพิจารณาพิพากษาลงโทษขั้นสูงสุดต่อไป" สำหรับ "บิ๊กบี้" พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้” ผบ.ทบ. เตรียมทหาร รุ่นที่ 22 (ตท.22) นายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 33 (จปร.33) เข้ารับราชการในกรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 รอ.) จ.ปราจีนบุรี ตำแหน่งผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ร.2 พัน 2 รอ.) เป็นสายเลือด "บูรพาพยัคฆ์" เติบโตมาจาก “นายทหารหมวกแดง” กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ (รองผบ.ร.31 รอ.) กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ( พล.1 รอ.) จ.ลพบุรี ในตำแหน่ง รองผบ.ร.31 รอ.- ผบ.ร.31 รอ. เคยร่วมรบ เคียงบ่าเคียงไหล่กับ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีต ผบ.ทบ. สมัยเป็น รองผบ.ร.31 รอ. สวมเสื้อเกราะ-หมวกเหล็ก เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ในพื้นที่สีแดง สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ อ.ธารโต-เบตง จ.ยะลา ในห้วง 2547-2548 ภายใต้นามเรียกขาน หน่วยเฉพาะกิจที่ 14 (ฉก.14) ในช่วง “พล.อ.ณรงค์พันธ์” เป็น ผบ.ร.31 รอ. ยังได้ไปปฎิบัติงานรักษาสันติภาพในติมอร์ตะวันออก ผ่านการอบรมหลักสูตรชั้นนายพันที่ประเทศออสเตรเลีย-ปฏิบัติหน้าที่ในกรมยุทธศึกษาทหารบก ศึกษาต่อในหลักสูตรเสนาธิการ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก หลังจากนั้น พล.อ.ณรงค์พันธ์ เดินตามเส้นทางสายบังคับบัญชา (Commanders) ถูกวางตัวให้เป็น “ทายาทวงศ์เทวัญ” ตั้งแต่เป็นฝ่ายเสนาธิการ ประจำกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ ( พล.1 รอ.) ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการกองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (รองผบ.พล.1 รอ.) และ ผบ.พล.1 รอ. ในยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 1 ในแม่น้ำ 5 สาย และอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขยับเป็น รองแม่ทัพภาคที่ 1 โผทหารกลางปี 2561 ประกาศ ณ วันที่ 14 มีนาคม 2561 ก่อนขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ในฤดูกาลโยกย้ายประจำปี 1 ตุลาคม 2561 และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้นายทหารรับราชการสนองพระเดชพระคุณ เป็น ผช.ผบ.ทบ. – เข้าไลน์ “5 เสือทบ.” ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 นอกจากนี้ พล.อ.ณรงค์พันธ์ ยังได้รับพระราชโองการโปรดเกล้า ฯ แต่งตั้งเป็น นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ หน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 ประกาศ ณ 3 พฤศจิกายน 2561 กระทั่งได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารบก คนที่ 42 ในปี 2563