ขณะที่ยอดป่วยอาการหนักปอดอักเสบเพิ่มขึ้นเป็น 1,464 ราย ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ 514 ราย กทม.มียอดป่วยปอดอักเสบในรพ.วันนี้เยอะสุด 193 ราย สำหรับผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้พบ 23,441 ราย มาจากต่างประเทศ 38 ราย แต่เมื่อรวมกับผู้ป่วยจากการตรวจ ส่วนผู้ป่วยเข้าข่ายจากการตรวจ ATK วันนี้ลดลงเป็น 15,77 ราย ทำให้ไทยมีผู้ติดเชื้อบวกเพิ่มเป็น 38,618 ราย ส่วนยอดเสียชีวิตจำนวน 88 ราย ป่วยติดเตียงถึง 7 ราย ทั้งนี้กลุ่มเสี่ยงเสียชีวิตส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และกลุ่มโรคเรื้อรัง และส่วนใหญ่ติดเชื้อจากคนใกล้ชิด และพบว่าจำนวน 26 ราย ไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 อีกด้วย สำหรับจังหวัดที่พบผู้ติดเชื้อรายวันสูงสุด คือ กทม. จำนวน 2,870 รายลดลงจากเมื่อวานแต่ยังสูงอยู่(2,880 ราย) และพบการเสียชีวิตกระจายในทุกภาคทั่วไทย เสียชีวิัตสูงสุดรายจังหวัดอยู่ที่ ประจวบคีรีขันธ์ 7 ราย ส่วนยอดติดเชื้อจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง มีจำนวน 103 ราย รักษาหาย 21,522 ราย กำลังรักษาอยู่ 230,603 ราย
วันที่ 21 มี.ค.2565 ศูนย์ข้อมูลCOVID-19 รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 23,441 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 23,403 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศอีก 38 ราย วันนี้มีรายงานลักลอบเข้าประเทศผิดกฎหมาย 6 ราย จากเมียนมา ติดเชื้อในประเทศ (แยกเป็นจากระบบเฝ้าระวังและบริการสุขภาพสูงถึง 23,118 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 239 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 46 ราย) รวมยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 รวม 3,377,410 ราย อย่างไรก็ตามหากรวมยอดผู้ป่วยจากการตรวจ ATK จำนวน 15,177 ราย ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะมี 38,618 ราย
วันนี้มีผู้เสียชีวิตอีก 88 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตขยับไปที่ 24,334 ราย หายป่วย 23,153 ราย รวมยอดรักษาหาย 3,112,737 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 240,339 ราย เป็นการรักษาอยู่ในรพ.67,435 ราย ในรพ.สนาม/HI-CI 172,904 ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 1,464 ราย (จากเมื่อวาน1,432 ราย) ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจถึง 514 ราย (จากเมื่อวาน 521 ราย)
สำหรับรายละเอียดผู้เสียชีวิต จำนวน 88 ราย พบเป็นคนไทย 87 ราย เมียนมา 1 ราย เพศชาย 44 ราย เพศหญิง 44 ราย อายุ 17-93 ปี พบทุกภาคทั่วไทยโดยเสียชีวิตมากสุดใน ประจวบคีรีขันธ์ 7 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรงของโรคและเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิต 88 ราย พบ 66 รายอายุ 60 ปีขึ้นไป และอายุน้อยกว่า 60 ปีแต่มีโรคเรื้อรัง 17 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 5 ราย ส่วนผู้ป่วยติดเตียงยังมีการรายงานเสียชีวิตต่อเนื่องวันนี้พบ 7 ราย
วันที่ 21 มี.ค.2565 ศูนย์ข้อมูลCOVID-19 รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า โดยล่าสุดพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 23,441 ราย โดยเป็นการติดเชื้อในประเทศ 23,403 ราย และเดินทางมาจากต่างประเทศอีก 38 ราย วันนี้มีรายงานลักลอบเข้าประเทศผิดกฎหมาย 6 ราย จากเมียนมา ติดเชื้อในประเทศ (แยกเป็นจากระบบเฝ้าระวังและบริการสุขภาพสูงถึง 23,118 ราย จากการตรวจคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 239 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 46 ราย) รวมยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 63 รวม 3,377,410 ราย อย่างไรก็ตามหากรวมยอดผู้ป่วยจากการตรวจ ATK จำนวน 15,177 ราย ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่จะมี 38,618 ราย
วันนี้มีผู้เสียชีวิตอีก 88 ราย ทำให้ยอดเสียชีวิตขยับไปที่ 24,334 ราย หายป่วย 23,153 ราย รวมยอดรักษาหาย 3,112,737 ราย ยังรักษาอยู่จำนวน 240,339 ราย เป็นการรักษาอยู่ในรพ.67,435 ราย ในรพ.สนาม/HI-CI 172,904 ราย ทั้งนี้มีผู้ป่วยอาการหนัก 1,464 ราย (จากเมื่อวาน1,432 ราย) ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจถึง 514 ราย (จากเมื่อวาน 521 ราย)
สำหรับรายละเอียดผู้เสียชีวิต จำนวน 88 ราย พบเป็นคนไทย 87 ราย เมียนมา 1 ราย เพศชาย 44 ราย เพศหญิง 44 ราย อายุ 17-93 ปี พบทุกภาคทั่วไทยโดยเสียชีวิตมากสุดใน ประจวบคีรีขันธ์ 7 ราย โดยปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดความรุนแรงของโรคและเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีโรคประจำตัว ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงให้เกิดความรุนแรงของโรคเพิ่มขึ้น ซึ่งในจำนวนผู้เสียชีวิต 88 ราย พบ 66 รายอายุ 60 ปีขึ้นไป และอายุน้อยกว่า 60 ปีแต่มีโรคเรื้อรัง 17 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 5 ราย ส่วนผู้ป่วยติดเตียงยังมีการรายงานเสียชีวิตต่อเนื่องวันนี้พบ 7 ราย