สื่อจีนโต้!โครงการของสหรัฐฯ อ้าง "เขื่อนจีนทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ข้อมูลไม่ถูกต้องอย่างร้ายแรง สื่อจีนโต้!โครงการของสหรัฐฯที่อ้าง "เขื่อนของจีนทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้" ข้อมูลไม่ถูกต้องอย่างร้ายแรง ใส่ร้ายป้ายสีจีนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อเร็วๆนี้ สื่อจีน Global Times รายงานว่า ผลการศึกษาล่าสุดที่ดำเนินการโดยทีมวิจัยมหาวิทยาลัยชิงหวา (Tsinghua university) พบว่าข้อมูลที่เผยแพร่โดยโครงการ Mekong Dam Monitoring (MDM) ที่ได้รับทุนจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯนั้นห่างไกลจากความเป็นจริงมาก ซึ่งไม่สามารถสะท้อนแนวโน้มภาพรวมของปริมาณน้ำในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง เป็นที่เข้าใจกันว่าโครงการ MDM นี้มักเผยแพร่ “ข้อมูล” ที่ผิดเพี้ยนเพื่อโฆษณาชวนเชื่อ “ผลกระทบทางอุทกวิทยาเชิงลบ”ในพื้นที่ปลายน้ำ จากเขื่อนจีนที่สร้างขึ้นในพื้นที่แม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง เพื่อปลุกกนะแสข่าวในภูมิภาคให้ต่อต้านจีน รายงานข่าวกล่าวว่า ปัจจุบัน MDM ได้เผยแพร่ข้อมูลการเฝ้าระวังอุทกวิทยาและระดับน้ำของเขื่อนจีน 11 แห่งบนแม่น้ำสายหลักของแม่น้ำล้านช้างทุกสัปดาห์ และได้ออก “คำเตือนวิกฤต” อย่างต่อเนื่องไปยังประเทศปลายน้ำ เพื่อทำร้ายความร่วมมือและความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างจีนและประเทศปลายน้ำ หลังจากการวัดและวิเคราะห์อย่างละเอียด นักวิทยาศาสตร์ชาวจีนพบว่า ข้อสรุปของโครงการ MDM นั้นผิดพลาดอย่างร้ายแรง โดยทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยชิงหวาบอกกับนักข่าว Global Times เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2022 ว่า หากนำข้อมูลการติดตามระดับน้ำของอ่างเก็บน้ำเสี่ยววัน ( Xiao Wan) ในลุ่มน้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง 3 ช่วงเวลาในปี 2020 เป็นตัวอย่างมาเปรียบเทียบกัน ข้อมูลการเฝ้าติดตามของโครงการ MDM ที่ตรวจสอบโดยการสำรวจระยะไกลด้วยดาวเทียม มีข้อสรุปที่ตรงกันข้ามกับระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นและลดลงที่วัดได้ในสถานที่จริง โดยมีความคลาดเคลื่อนมากถึง 3-10 เมตร นอกจากนี้ ข้อมูลระดับน้ำของโรงไฟฟ้า Jinghong ตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 ถึงกรกฎาคม 2021 ของโครงการ MDM แทบไม่ตรงกับข้อมูลการตรวจสอบระดับน้ำในสถานที่จริงเลย ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชิงหวา กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าเป็นเพราะอ่างเก็บน้ำ Jinghong ค่อนข้างแคบ และวิธีการคำนวนระดับน้ำจากภาพถ่ายดาวเทียมและแบบจำลองระดับสูงเชิงเลขแบบดิจิทัลเป็นเรื่องยากที่จะได้ผลลัพธ์ของระดับน้ำที่มีความแม่นยำสูง จากข้อมูลของสถานีไฟฟ้าพลังน้ำ Nuo zha du ซึ่งเป็นสถานีไฟฟ้าพลังน้ำสำคัญอีกแห่งหนึ่งในแม่น้ำล้านช้าง ผลการวัดระดับน้ำของโครงการ MDM ค่อนข้างแตกต่างจากผลการวัดระดับน้ำในสถานีฯ ในปี 2016 ถึง 2021 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิงหวาบอกกับ Global Times ว่านอกเหนือจากสถานีไฟฟ้าพลังน้ำ XiaoWan, Nuo ZhaDu และ Gong guo qiao แล้ว โครงการ MDM ยังมีข้อผิดพลาดอย่างมากทั้งระดับน้ำและปริมาณสำรองของอ่างเก็บน้ำอื่นๆ โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำที่ยาวและแคบ นี่มิใช่ครั้งแรกที่ผลลัพธ์ของโครงการ MDM เกิดความผิดพลาด ในปี 2019 ถึงปี 2020 โครงการนี้เคยปั่นกระแส “ภัยคุกคามเขื่อนของจีน” โดยกล่าวหาว่าภัยแล้งในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างเป็นเพราะได้รับผลกระทบจาก “การกักเก็บน้ำช่วงต้นน้ำของจีน” ในรายงานของโครงการฯอ้างว่า อ่างเก็บน้ำของจีน “เก็บกักน้ำปริมาณมากในช่วงฤดูฝน (มิถุนายน-ธันวาคม 2019) ซึ่งนำไปสู่ความแห้งแล้งที่ปลายน้ำ” แต่ในเวลาต่อมาระบุว่าปริมาณน้ำของแม่น้ำล้านช้างในฤดูฝนมากกว่าปีก่อนๆ และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่สองแห่งบนแม่น้ำล้านช้าง คือ Nuo ZhaDu และ Xiao Wan ในช่วงปี 2019-2020มีการจัดเก็บน้ำน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนๆ จะเห็นได้ว่าคำกล่าวข้างต้นของโครงการฯมีความขัดแย้งกันอย่างชัดเจน “ตามหลักเหตุผล ปริมาณน้ำของจีนที่มากขึ้นและการเก็บกักน้ำที่น้อยลงจะสามารถช่วยบรรเทาความแห้งแล้งที่ปลายน้ำได้ จึงเห็นได้ชัดว่าข้อสรุปกับข้อมูลที่อ้างอิงขัดแย้งกันและยากที่จะเชื่อถือได้” ผู้เชี่ยวชาญรายนี้ยังกล่าวต่อว่า “อันที่จริง ประเทศจีนเองก็ประสบกับภัยแล้งอย่างรุนแรงในปีนั้นเช่นกัน แต่ยืนกรานที่จะปล่อยน้ำสู่ปลายน้ำ 17 พันล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยประเทศปลายน้ำบรรเทาความแห้งแล้ง” นอกจากนี้ Global Times ยังได้รายงานถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่เผยแพร่โดยโครงการ MDM ที่ผิดพลาดอย่างเหลือเชื่อ ยกตัวอย่างเช่น ในโพสต์ Facebook ของโครงการ MDM อ้างว่า “เขื่อน Jing Hong” ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคมถึง 6 กุมภาพันธ์ ในหนึ่งสัปดาห์ “เขื่อนมีการจำกัดปริมาณน้ำถึง 144 ลูกบาศก์กิโลเมตร” แต่ความจริง 144 ลูกบาศก์กิโลเมตรนั้นใหญ่กว่าความจุโดยรวมของเขื่อน Jing Hong หลายสิบเท่า และมากกว่าพันเท่าของปริมาณน้ำที่ปล่อยออกมาของเขื่อนทั้ง 45 แห่งในลุ่มน้ำต่อหนึ่งสัปดาห์ ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า โครงการ MDM มีเป้าหมายมุ่งไปที่จีนชัดเจนมาก ด้วยการระดมสื่อและองค์กร NGO บางกลุ่มมาปลุกระแส “ผลกระทบด้านลบของเขื่อนจีน” แต่กลับเมินเฉยต่อข้อดีของการชลประทานเหล่านี้ที่ช่วยบรรเทาความแห้งแล้งในประเทศปลายน้ำ อันที่จริงปริมาณน้ำที่ไหลบ่าของลุ่มแม่น้ำล้านช้างมีสัดส่วนเพียง 13.5% ของการไหลบ่าของลุ่มน้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขงทั้งหมด และปริมาณน้ำที่ไหลออกของแม่น้ำล้านช้างมีผลกระทบต่อปริมาณน้ำโดยรวมของแม่น้ำโขงอย่างจำกัด ตามที่รายงานผ่านสื่อสาธารณะ “โครงการติดตามเขื่อนแม่น้ำโขง MDM” เป็นโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และดำเนินการโดยศูนย์สติมสันซึ่ง(Stimson) ที่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน หน่วยงานดังกล่าวยังคงวิพากษ์วิจารณ์จีนเกี่ยวกับแม่น้ำโขงอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ผู้เชี่ยวชาญของจีนมักไม่มั่นใจเกี่ยวกับความถูกต้องของข้อมูลและแรงจูงใจของโครงการ บุคคลสำคัญสองคนที่อยู่ตรงกลาง Alan Bassist และ Brian Eller ได้กล่าวหาจีนอย่างไม่มีมูลเกี่ยวกับแม่น้ำโขงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ โครงการนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากโครงการความร่วมมือระหว่างแม่น้ำโขง-สหรัฐฯด้วย