นักศึกษาสาขาวิชาศิลปะการถ่ายภาพ ชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยเพาะช่าง จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่าย ในวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ที่ 18-20 และ 25-27 มีนาคม 2565 ณ ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ โดยใช้ชื่อนิทรรศการว่า “Final_32.psd” ไม่ ขอ แก้ เพิ่ม!! ซึ่งจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 18 มีนาคม 2565 เวลา 16.30 น. โดยมีการปล่อยภาพผลงานเรียกน้ำย่อยมาให้ชมกันดังต่อไปนี้
ผลงานชิ้นแรก เป็นของ นายณัฐพงษ์ กิ่งศักดิ์ (สายฟ้า) ชื่อผลงานว่า “Once upon a time” เป็นการสร้างสรรค์งานโดยได้แรงบันดาลใจจากบุคคลที่พานพบในชีวิตของเขา และได้เรียนรู้ประสบการณ์จากบุคคลเหล่านั้น ตลอด 22 ปี ในชีวิตของเขา
สายฟ้ากล่าวว่า ”ถ้าไม่ได้เจอหรือเรียนรู้ประสบการณ์จากบุคคลเหล่านั้นแม้แต่คนเดียว ชีวิตในวันนี้อาจจะไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้” จึงอยากเก็บบันทึกความทรงจําที่เคยเกิดขึ้นและเกี่ยวข้องของผู้คนเหล่านั้นออกมาเป็น"ภาพถ่ายบุคคล" เพื่อคอยย้ําเตือนตัวเองว่า "เรามีวันนี้ได้เพราะอะไรหรือเพราะใคร” โดยกระบวนการทํางานใช้เทคนิค Cyanotype ปริ้นลงบน Pallet wood ซึ่งเหตุผล ในการใช้เทคนิคนี้เพราะว่าข้าพเจ้ามองว่าการบวนการของ Cyanotype เปรียบเสมือนงาน Art craft ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งในเรื่องของโทนภาพและกระบวนการที่ทําโดยเป็นการเพิ่มคุณค่าให้ตัวงาน เพื่อสื่อถึงคุณค่าของผู้คนเหล่านั้นและคุณค่าของตัวผมเอง และเหตุผลของการปริ้นต์ลงบนไม้พาเลทนั้น ผมมีมุมมองว่าไม้พาเลทนั้นไม่ใช่ชื่อของไม้ แต่มันคือไม้หลายๆ ชิ้นเอามาประกอบรวมกันจนกลายเป็นพาเลท เปรียบดั่งตัวตนของผมที่เกิดจากประสบการณ์หลายๆ อย่างหล่อหลอมจนเป็นผมในทุกวันนี้
ผลงานต่อมาเป็นของ นางสาววรรษมน อักษรกุล หรือ สเกล เป็นผลงานเกี่ยวกับ ภาพจำของดอกไม้ (Memories of Flowers)
สเกลเล่าว่า โดยส่วนตัวมีภาพจำต่อดอกไม้ ว่ามันมีสีสัน สดใส เบ่งบานอยู่เสมอ ตั้งแต่เด็กจนโต เพราะในซอยหมู่บ้าน มีคุณป้า คุณยายเยอะ พวกเขาชื่นชอบ และรักในการปลูกต้นไม้ประดับบริเวณหน้าบ้านของพวกเขาเอง ทำให้ซอยในหมู่ เต็มไปด้วยสีสันสดใส ที่แต่งเติมด้วยดอกไม้ ทำให้เกิดภาพจำในหัว ว่าดอกไม้ มักมีสีสันสดใสอยู่เสมอ จึงหยิบยกภาพดอกไม้ขึ้นมา เพื่อนำเสนอเทคนิค การลวงตาด้วยสี ที่จะลวงตาให้สีของดอกไม้ในภาพ มีสีสันขึ้นมา ซึ่งการลวงตาด้วยสีนั้น ทำให้เรามองสีผิดพลาดไปจากสีความเป็นจริง สาเหตุก็เพราะ สีกราฟฟิกต่างๆและสีของพื้นหลัง เป็นสิ่งเร้าที่ทำให้ตาของเราเติมสีลงไปในภาพเอง โดยเกิดจากตาของเราจะมองเห็นภาพและส่งภาพไปที่สมองเพื่อให้สมองประมวลผล สมองจึงต้องใช้วิธีลัดทุกวิธีที่จะได้ผลลัพธ์ออกมาให้เร็วที่สุด จึงเกิดการประมวลผลที่ไม่ละเอียด และคาดคะเนออกมาคร่าวๆว่า ภาพๆนั้น มีสีขึ้นมา
ผลงานต่อมา เป็นของนางสาวกรรกร สิงห์ลอ หรือ เนส กับผลงานชุดภาพถ่ายชื่อ “บ้านจวง” โดยมีที่มาคือ ตัวเนสเองเป็นเด็กต่างจังหวัดและได้ก้าวเข้ามาเป็นสมาชิก บ้านจวง (บ้านเช่า) เนื่องจากเข้ามาศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร บ้านจวงเป็นบ้านที่มีเด็กที่ศึกษาศิลปะอาศัยอยู่ร่วมกัน เป็นที่พักอาศัยชั่วคราวเพื่อศึกษาเล่าเรียนและใช้ชีวิตตลอดการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย แน่นอนความผูกพันก็ตามมา ความผูกพันนั้นเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การปาร์ตี้สังสรรค์หรือทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ตามมาด้วยการเรียนรู้ประสบการณ์ทั้งดีร้ายที่เกิดขึ้นก็ล้วนมาจากคนในบ้าน จึงอยากบันทึกภาพทรงจำที่มีต่อบุคคลในบ้านที่ให้อารมณ์และความรู้สึกผูกพันและหวนคิดถึงวันวาน
และสุดท้ายที่นำมาฝาก คือผลงานของ นายรติชน เตี้ยเนตร หรือจ็อบ ชื่อผลงานคือ “สภาวะภวังค์” (REVERIE STATE) เจ้าตัวบอกว่าอยากนำเสนอประสบการณ์ของตัวเองที่มีต่อความรู้สึกในสภาวะภวังค์นี้เพื่อเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเอง โดยการถ่ายวิดีโอออกมาผ่านรูปแบบของการถ่ายการเกิดปฏิกิริยาฟองสบู่ที่มีลักษณะของสสารที่ไม่คงที่สามารถแปรผันได้ตลอดเพราะการเกิดสีของตัวฟองสบู่นั้นถ้าไม่ผ่านการแทรกสอดของแสงที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวของฟองสบู่ก็ไม่อาจเกิดภาพที่เรามองเห็นเป็นสีเหล่านี้ได้เช่นเดียวกับความคิดและจินตนาการผมจึงเปรียบได้ว่า แสง คือ ความคิด จิตใจ คือ กล้อง และจินตนาการ คือ ตัวฟองสบู่
ทั้งหมดทั้งมวลที่นำมาฝากวันนี้แค่ส่วนเล็กๆ ของงานเท่านั้น ยังมีผลงานภาพถ่าย ซึ่งประกอบไปด้วยภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวภายใต้คอนเซ็ปต์ต่างๆ ของศิลปินนักศึกษาจำนวน 44 ชีวิต โดยทุกคนสามารถไปร่วมสัมผัสงานศิลปะเหล่านี้ได้ ในช่วง วันที่ 18-20 มีนาคม 2565 และช่วงที่สองระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2565 ณ ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ เยาวราช ตามแผนที่นี้ Map : https://goo.gl/maps/55Vo4mZCpDizpJ2y7 และฝากติดตามผลงานเพิ่มเติมได้ที่ : https://web.facebook.com/32SICK
ณัฐพงษ์ กิ่งศักดิ์ (สายฟ้า)
วรรษมน อักษรกุล (สเกล)
กรรกร สิงห์ลอ (เนส)
รติชน เตี้ยเนตร (จ็อบ)
ผลงานต่อมาเป็นของ นางสาววรรษมน อักษรกุล หรือ สเกล เป็นผลงานเกี่ยวกับ ภาพจำของดอกไม้ (Memories of Flowers)
สเกลเล่าว่า โดยส่วนตัวมีภาพจำต่อดอกไม้ ว่ามันมีสีสัน สดใส เบ่งบานอยู่เสมอ ตั้งแต่เด็กจนโต เพราะในซอยหมู่บ้าน มีคุณป้า คุณยายเยอะ พวกเขาชื่นชอบ และรักในการปลูกต้นไม้ประดับบริเวณหน้าบ้านของพวกเขาเอง ทำให้ซอยในหมู่ เต็มไปด้วยสีสันสดใส ที่แต่งเติมด้วยดอกไม้ ทำให้เกิดภาพจำในหัว ว่าดอกไม้ มักมีสีสันสดใสอยู่เสมอ จึงหยิบยกภาพดอกไม้ขึ้นมา เพื่อนำเสนอเทคนิค การลวงตาด้วยสี ที่จะลวงตาให้สีของดอกไม้ในภาพ มีสีสันขึ้นมา ซึ่งการลวงตาด้วยสีนั้น ทำให้เรามองสีผิดพลาดไปจากสีความเป็นจริง สาเหตุก็เพราะ สีกราฟฟิกต่างๆและสีของพื้นหลัง เป็นสิ่งเร้าที่ทำให้ตาของเราเติมสีลงไปในภาพเอง โดยเกิดจากตาของเราจะมองเห็นภาพและส่งภาพไปที่สมองเพื่อให้สมองประมวลผล สมองจึงต้องใช้วิธีลัดทุกวิธีที่จะได้ผลลัพธ์ออกมาให้เร็วที่สุด จึงเกิดการประมวลผลที่ไม่ละเอียด และคาดคะเนออกมาคร่าวๆว่า ภาพๆนั้น มีสีขึ้นมา
ผลงานต่อมา เป็นของนางสาวกรรกร สิงห์ลอ หรือ เนส กับผลงานชุดภาพถ่ายชื่อ “บ้านจวง” โดยมีที่มาคือ ตัวเนสเองเป็นเด็กต่างจังหวัดและได้ก้าวเข้ามาเป็นสมาชิก บ้านจวง (บ้านเช่า) เนื่องจากเข้ามาศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในกรุงเทพมหานคร บ้านจวงเป็นบ้านที่มีเด็กที่ศึกษาศิลปะอาศัยอยู่ร่วมกัน เป็นที่พักอาศัยชั่วคราวเพื่อศึกษาเล่าเรียนและใช้ชีวิตตลอดการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย แน่นอนความผูกพันก็ตามมา ความผูกพันนั้นเกิดจากการใช้ชีวิตประจำวัน การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การปาร์ตี้สังสรรค์หรือทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน ตามมาด้วยการเรียนรู้ประสบการณ์ทั้งดีร้ายที่เกิดขึ้นก็ล้วนมาจากคนในบ้าน จึงอยากบันทึกภาพทรงจำที่มีต่อบุคคลในบ้านที่ให้อารมณ์และความรู้สึกผูกพันและหวนคิดถึงวันวาน
และสุดท้ายที่นำมาฝาก คือผลงานของ นายรติชน เตี้ยเนตร หรือจ็อบ ชื่อผลงานคือ “สภาวะภวังค์” (REVERIE STATE) เจ้าตัวบอกว่าอยากนำเสนอประสบการณ์ของตัวเองที่มีต่อความรู้สึกในสภาวะภวังค์นี้เพื่อเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเรื่องราวของตัวเอง โดยการถ่ายวิดีโอออกมาผ่านรูปแบบของการถ่ายการเกิดปฏิกิริยาฟองสบู่ที่มีลักษณะของสสารที่ไม่คงที่สามารถแปรผันได้ตลอดเพราะการเกิดสีของตัวฟองสบู่นั้นถ้าไม่ผ่านการแทรกสอดของแสงที่ตกกระทบลงบนพื้นผิวของฟองสบู่ก็ไม่อาจเกิดภาพที่เรามองเห็นเป็นสีเหล่านี้ได้เช่นเดียวกับความคิดและจินตนาการผมจึงเปรียบได้ว่า แสง คือ ความคิด จิตใจ คือ กล้อง และจินตนาการ คือ ตัวฟองสบู่
ทั้งหมดทั้งมวลที่นำมาฝากวันนี้แค่ส่วนเล็กๆ ของงานเท่านั้น ยังมีผลงานภาพถ่าย ซึ่งประกอบไปด้วยภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวภายใต้คอนเซ็ปต์ต่างๆ ของศิลปินนักศึกษาจำนวน 44 ชีวิต โดยทุกคนสามารถไปร่วมสัมผัสงานศิลปะเหล่านี้ได้ ในช่วง วันที่ 18-20 มีนาคม 2565 และช่วงที่สองระหว่างวันที่ 25-27 มีนาคม 2565 ณ ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ เยาวราช ตามแผนที่นี้ Map : https://goo.gl/maps/55Vo4mZCpDizpJ2y7 และฝากติดตามผลงานเพิ่มเติมได้ที่ : https://web.facebook.com/32SICK
ณัฐพงษ์ กิ่งศักดิ์ (สายฟ้า)
วรรษมน อักษรกุล (สเกล)
กรรกร สิงห์ลอ (เนส)
รติชน เตี้ยเนตร (จ็อบ)