สำหรับ พิมาลัย รีสอร์ทแอนด์สปา ที่พักระดับ 5 ดาวบนเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ที่ครอบคลุมพื้นที่ 300 ไร่ จากภูเขาไปถึงริมชายหาด ถือเป็นหนึ่งเดียวบนเกาะลันตาใหญ่ ที่ใช้กลยุทธ์ทางการตลาด และหลักการบริหาร แตกต่างไปจากการทำธุรกิจโรงแรมแบบเดิมๆ โดยมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเป็นสำคัญ และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงไปตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในแต่วันช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 จนถึง ณ วันนี้ นางสาวชรินทิพย์ ตียาภรณ์เจ้าของ พิมาลัย รีสอร์ทแอนด์สปา รุ่นที่สอง สามารถกล่าวได้ว่า รีสอร์ทได้ผ่านช่วงที่แย่ที่สุดมาแล้ว และนับจากนี้ไป แม้ผลประกอบการจะยังไม่กลับมาเต็มร้อย แต่วิกฤติโควิดที่ผ่านมา ทำให้ค้นพบการทำงานที่สร้างความสมดุลให้กับธุรกิจที่รับผิดชอบได้อย่างไม่ยากนัก ปรับการทำงานให้ทันสถานการณ์ โดย นางสาวชรินทิพย์ ตียาภรณ์เจ้าของ พิมาลัย รีสอร์ทแอนด์สปา กล่าวว่า ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย 100% จึงต้องดำเนินแผนการทำงานระยะสั้น ทั้งการขายโปรแกรมเราเที่ยวด้วยกัน ปรับการทำงานที่รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไปแต่ละวันอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับเตรียมการขายในตลาดต่างประเทศ ในช่วงเดือนมีนาคม และเดือนเมษายน เช่นประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ อย่าง เยอรมัน อังกฤษ ซึ่งเป็นลูกค้าหลัก ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าอัตราการเข้าพักในไตรมาส 2 ประมาณ 20-30% แบ่งสัดส่วนเป็นชาวต่างชาติ 50% เป็นคนไทย 50% เนื่องจากในช่วงเดือนเมษายน จะเป็นเทศกาลวันสงกรานต์ และในเดือนพฤษภาคมที่มีโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งมีชาวไทยได้จองเข้ามาใช้บริการที่รีสอร์ทเป็นจำนวนมาก จึงทำให้อัตราการเข้าพักโดยรวมตลอดทั้งปี อยู่ที่ 35% โดยมีเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์อยู่ที่ 20% เท่านั้นเอง ส่วนเดือนมิถุนายน และเดือนกันยายน ช่วงกรีนซีซั่น อัตราการเข้าพักอาจลดลงเหลือ 10% และกลับมาเพิ่มขึ้นใหม่ในช่วงปลายปี 2565 รอดูสัญญาณจากจีนในช่วงปลายปี ซึ่ง นางสาวชรินทิพย์ กล่าวต่อว่า ช่วงปลายปี 2565 น่าจะมีนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ที่เดินทางมาได้บ้างแล้ว ซึ่งตอนนี้ทางรีสอร์ทรอดูสัญญาณจากประเทศจีนที่พยายามเปิดประเทศ โดยตั้งเป้าไว้ว่า หลังเสร็จสิ้นการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว แต่ด้วยนโยบายเซ็ตซีโร่ของประเทศจีนที่จะทำให้โควิดเป็นศูนย์นั้น ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปประเทศอื่นๆ ค่อนข้างยาก แต่ถึงกระนั้นถ้าจีนยังไม่เปิดประเทศภายในปีนี้ก็ยิ่งลำบาก ดังนั้นจึงตั้งเป้านักท่องเที่ยวจีนที่มาในไตรมาสสุดท้ายช่วงเดือนตุลาคม เป็นช่วงเดินทางของชาวจีน ประมาณ 20% ที่จะมาเป็นนักท่องเที่ยวของโรงแรม อย่างไรก็ตาม นางสาวชรินทิพย์ ยังกล่าวถึงผลประกอบการของรีสอร์ทในช่วงปี 2562 ว่า กลุ่มนักท่องเที่ยวของรีสอร์ทในช่วงไฮซีซั่นประมาณ 90% เป็นนักท่องเที่ยวที่มาจากแถบประเทศยุโรป ทั้งอังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส และอเมริกา ทั้ง 4 ประเทศนี้จะนิยมมาพักที่รีสอร์ทเป็นอย่างมาก ขณะที่ในช่วงกรีนซีซั่น จะเป็นประเทศจีนถึง 50% ส่วนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาที่มีการแพร่ระบาดของโควิด จะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยถึง 90% และที่เหลือจะชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในเมืองไทย หรือ กลุ่มเอ็กซ์แพท ขณะที่ช่วงเดือนพฤศจิกายน และเดือนธันวาคม 2564 เมื่อ เปิด Test & Go นักท่องเที่ยวที่มาจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน อังกฤษ ที่เป็นกลุ่มลูกค้า ซึ่งรู้จักเมืองไทย และเคยมาอยู่แล้ว ประมาณ 80% โดยเฉพาะอัตราการเข้าพักในช่วงเทศกาลคริสมาสต์เดือนธันวาคม 2564 และเทศกาลปีใหม่เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ทำรายได้ดีมาก มีอัตราการเข้าพักเกิน 60% พร้อมรับมือกับการตลาดวิถีใหม่ พร้อมกันนี้ นางสาวชรินทิพย์ ได้กล่าวถึงโอกาส และอุปสรรคในช่วง 2-3 ปีระหว่างที่ต้องต่อสู้กับสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด ว่า ทำให้เป็นคนที่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาเป็นแนวทางปรับเปลี่ยนการทำงานให้ทันกับสถานการณ์นักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ซึ่งภายใน 1 สัปดาห์ระยะเวลาสั้นๆ สามารถปรับได้เร็วขึ้น และทันต่อเวลา จากที่เคยปิดไป 3 เดือนช่วงโควิดรอบแรกในปี 2563 และมาเปิดวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 หลังจากนั้นโรงแรมก็ไม่ปิดอีกเลย แต่จะเลือกเป็นปิดร้านอาหาร ตามจำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแทน พร้อมๆ กับการรปรับขนาดของจำนวนบุคลากรที่มาบริการลูกค้าจากเดิม 300 กว่าคนในช่วงโควิดลดลงเหลือประมาณ 160 คน และเวลานี้ได้ขยับขึ้นมา เป็น 260 คน จากจำนวนห้องที่เปิดให้บริการประมาณ 100 กว่าห้อง รอรีโนเวทอีกประมาณ 39 ห้อง ด้วยงบประมาณทั้งหมด 30 กว่าล้าน ขณะที่ นางสาวชรินทิพย์ ยังกล่าวถึงการรับมือกับยุคสมัยวิถีใหม่ และพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงหลังโควิด-19 ว่า ทางรีสอร์ทได้เน้นเรื่องความสะอาด การฆ่าเชื้อตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในเรื่องความสะอาด และความปลอดภัยปราศจากโรคระบาด ซึ่งความสะอาดของรีสอร์ทจึงมาเป็นอันดับแรก โดยจะมีบริการเจลทำความสะอาดมือ และหน้ากากอนามัยตลอดการเข้าพัก มีบริการทางการแพทย์ประจำในรีสอร์ท เนื่องจากเป็นรีสอร์ทที่อยู่บนเกาะจึงต้องมีความพร้อมอยู่เสมอ ส่วนการทำตลาดโรงแรม ในยุคหลังโควิดนี้ จะทำในรูปแบบเดิมต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะทุกอย่างจะต้องเกี่ยวข้องกับการเว้นระยะห่าง และการมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วย จึงทำให้ต้องมาศึกษาถึงแนวทางการตลาดกันใหม่ เพื่อตั้งรับ และเปลี่ยนแปลงไปกับสถานการณ์นั้นๆ ได้อย่างทันท่วงที