หลายหน่วยเข้าช่วยเหลือ ครอบครัวชีวิตสุดรันทด...เก็บผักบุ้ง หาหอยโข่ง เร่ขายแลกข้าวกินประทังชีวิต ที่อ.วังน้อย เมืองกรุงเก่า วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 นายสุเทพ คำโต ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา,อาสา 904 พร้อมด้วยนายเผอิญ ไทยสม นายกสมาคมผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์โทรทัศน์พระนครศรีอยุธยา และ เพจข่าว “ ทันอยุธยา ” เข้าไปช่วยเหลือ ครอบครัว 5 ชีวิตสุดรันทด..ที่ ม.3 ต.บ่อตาโล่ อ.วังน้อยจ.พระนครศรีอยุธยาซึ่งเก็บผักบุ้ง หาหอยโข่ง เร่ขายแลกข้าวกินประทังชีวิต อีกทั้งยังประสบปัญหาเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ถูกรถชนแขนขาหัก คดีไม่คืบ ไร้ซึ่งการเยียวยาอย่างเป็นธรรม โดยได้มีการนำสิ่งของบรรเทาทุกข์ ที่ประสานงานได้จากผู้ใจบุญ เช่น กิ่งกาชาดอำเภอวังน้อย โรงไฟฟ้าวังน้อย ปตท.วังน้อย และอีกหลายหน่วยงาน เข้าไปช่วยเหลือ นางศศิธร พงษ์จินดา อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นสมาชิกครอบครัวผู้อาภัพ เปิดเผยว่า บ้านของตนเองเป็น กระท่อมปลูกง่าย ๆ ในที่ดินริมคลองชลประทาน สภาพแทบจะพัง เพราะปลูกจากวัสดุเศษไม้และสังกะสี ก่อนหน้านี้ ตนเองและสามี คือนายสมบัติ ศรีสมภาร รับจ้างทั่วไป มีลูกกัน 3 คน และมีแม่อีก 1 คน ปลูกกระท่อมอยู่คิดๆกัน รวมเป็น 5 ชีวิต บวกแม่อีก 1 คน เท่ากับ 6 คน ฐานะยากจนมาก. เมื่อ 2 เดือนก่อนถูกรถกระบะส่งของชนบนถนน จนทำให้แขนและขาซ้ายหัก ต้องผ่าตัดใส่เหล็กที่ขาซ้าย กระดูกสะโพกหรุด ตอนนี้ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ลุกยืน หรือ คลาน ขยับเคลื่อนร่างกายไปเข้าห้องน้ำไม่ได้เลย คล้ายคนพิการติดเตียง โดย นายสมบัติ ศรีสมภาร ซึ่งเป็นสามี ก็เปลี่ยนมาเก็บผัก หาหอย หาปลา มาให้ตนเองและแม่ที่แก่ชรา ช่วยมัดกำผักบุ้ง แกะหอย และลูกนำไปขายที่ตลาดนัด พอมีเงินแลกข้าวกินประทังชีวิตไปวันๆ​ ส่วนเรื่องคดีรถชน เชื่อว่าไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเป็นธรรมจากคู่กรณี ทั้งนี้ทาง ตร.สภ.วังน้อย ได้เข้ามาเยี่ยมที่บ้านพัก และให้คำปรึกษาทางคดีต่อหน้ากลุ่มผู้สื่อข่าว ผลทางคดีล่าสุด พบว่า มีการทำสำนวนการสอบสวนแต่แรกแล้ว และมีการเก็บหลักฐานและสอบปากผู้เกี่ยวข้องแล้ว โดยถึงวันนี้ พบว่า คู่กรณีได้เซ็นรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว และอยู่ระหว่างให้คู่กรณีเจรจาตกลงค่าเสียหาย สำหรับแนวทางการช่วยเหลือ ในการรักษาพยาบาล ใช้สิทธิ์ประกัน พรบ.รถยนต์ การช่วยเหลือ จากคู่กรณี จ่ายขณะรักษาพยาบาลไปแล้ว 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 9,000 บาท แยกเป็น วันที่เข้า รพ.2,000 บาท ขณะรักษาตัว 2,000 บาท และ ช่วงออกจาก รพ.5,000 บาท แต่ผู้บาดเจ็บเรียกร้องเงินเยียวยาเพียง 40,000 บาทเท่านั้น คู่กรณีไม่ยอมจ่าย ขอจ่ายรวมที่ 9,000 บาท คือจำนวนที่เคยจ่ายไป และแจ้งว่าหากอยากได้เพิ่มกว่านี้ให้ไปฟ้องร้องเอาเอง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ ครอบครัวนี้ ต้องการมากที่สุด คือ 1. อาหาร เพราะว่า แทบจะไม่มีรายได้อะไร และ ยังมีสมาชิกในบ้านที่ต้องกินถึง 6 ชีวิต คือ สองสามีภรรยา ลูกอีก 3 คน และ แม่ที่ปลูกกระท่อมติดกันอีก 1 คน รวมถึงอยากได้ แพมเพิสสำหรับคนพิการ ขาดไซด์ L เพราะเป็นของจำเป็นแต่ราคาแพง ส่วนเรื่องบ้านที่พอจะคุ้มแดดฝนได้นั้น หากได้หรือมีการปรับปรุงของเก่า ก็จะเป็นที่ปลอดภัยให้แก่ลูก ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการช่วยเหลือสามารถติดต่อสอบถาม นายอำนวยศิล ปัจฉาพิมพ์ ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.บ่อตาโล่ หรือนายสมบัติ ศรีสมภาร ผู้เป็นสามี