สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID –19 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาทั้งการจัดการเรียนการสอน การเรียนรู้ การวัดและประเมินผล นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ประชาชนจากทั่วทุกประเทศมีมีรายได้น้อยลง จนส่งผลคุณภาพชีวิตที่ต่ำลงด้วย ดังนั้นเป้าหมายของการพัฒนามนุษย์ในภาพกว้าง คือ การมุ่งสร้างความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing - ness) นอกจากจะสัมพันธ์โดยตรงกับเศรษฐกิจแล้ว ยังสัมพันธ์กันกับความสามารถและประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียนอีกด้วย กล่าวคือ ความเป็นอยู่ที่ดีของแต่ละคนสามารถเกิดขึ้นได้จากการมีความรู้สึกทางจิตใจที่ดี และความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันที่ดี ซึ่งคุณครู เพื่อน โรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนต่างก็มีส่วนประกอบสร้างและเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดว่าผู้เรียนแต่ละคนจะมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางกายภาพ การใช้ชีวิต และสุขภาพจิตที่ดีหรือไม่ ระบบการศึกษาจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสภาวะความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เรียน และสอดผสานความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing-ness) ให้แก่ผู้เรียนผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ในโลกดิจิทัล
ศาสตราจารย์ สตีเฟ่น ด็อปสัน (Prof. Stephen Dobson)จากมหาวิทยาลัยวิคตอเรีย (Victoria University of Wellington) ประเทศนิวซีแลนด์ บรรยายในงาน EDUCA หัวข้อเรื่อง “Learning and Assessing Wellbeing-ness in an Age of Global Educational Change Workshop” ได้อธิบายถึงแก่นสำคัญของการสร้างความเป็นอยู่ที่ดี คือ การสร้างให้ผู้เรียนมีทักษะในการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม อันประกอบไปด้วย
• การรู้จักตนเอง (Self - awareness) คือ การรู้เท่าทันสภาวะอารมณ์ของตนเองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี และสามารถประเมินได้ว่า สิ่งใดคือจุดแข็งของตนเอง และสิ่งใดคือข้อจำกัดทางอารมณ์ของตนเอง
• การจัดการตนเอง (Self - management) คือ ความสามารถในด้านการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก ตลอดจนพฤติกรรมของตนเองเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ใดๆ ที่ต้องการให้เกิดขึ้น เพราะการไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ก็สามารถทำให้เราล้มเหลวในสิ่งที่ต้องการในทุก ๆ เรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องการเรียน
• การรู้จักสังคม (Social - awareness) คือ การที่ผู้เรียนในฐานะมนุษย์คนหนึ่งสามารถรู้สึกและแสดงออกถึงความเข้าใจและเห็นใจต่อผู้อื่นในสังคม
• การตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible decision - making skills) คือ การสร้างหลักการทางจริยธรรม หรือสร้างตัวเลือกในการตัดสินใจด้วยดุลยพินิจตนเอง ทั้งในเรื่องส่วนบุคคลและปรากฏการณ์ทางสังคม โดยคำนึงถึงผลที่ตามมา และมีความรับผิดชอบ
• ทักษะการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี (Relationship Skills) คือการรู้จัก ปรับตัว และพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่นรอบ ๆ ตัว รวมถึงมีความสามารถในการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น มีความสามัคคี และสามารถรับมือกับความขัดแย้งได้อย่างฉลาด
ศาสตราจารย์ สตีเฟ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ครูสามารถนำทักษะทางสังคมข้างต้นนี้ไปใช้สอนได้ด้วยการเริ่มจากตัวเองที่ให้ความสำคัญกับการเป็นอยู่ของผู้เรียน โดยเริ่มตั้งแต่การจดจำชื่อของนักเรียนให้ได้ หมั่นถามความรู้สึกนึกคิดของผู้เรียนเสมอ นอกจากนั้นยังสามารถใช้การตั้งคำถาม เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิด พูดแสดงความรู้สึก เหตุผล วิเคราะห์คำตอบ รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น และรู้เท่าทันความคิดความรู้สึกตัวเองในทุกๆ กิจกรรมที่ได้เรียนรู้ ส่วนการทดสอบว่าผู้เรียนมี “ความเป็นอยู่ที่ดี” หรือไม่นั้น สามารถวัดและประเมินผลได้จากทั้งสภาพแวดล้อมภายนอกและการแสดงพฤติกรรมที่ครูสามารถสังเกตได้ เช่น ปริมาณการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน (bullying) ที่ลดลง รวมถึงผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีความสุข พอใจในการดำรงชีวิต มีโภชนาการที่ดี ฯลฯ
“อย่างไรก็ตาม การวัดและประเมินผลดังกล่าวในช่วงการเรียนการสอนแบบออนไลน์เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เนื่องจากการเว้นระยะห่างทางสังคม และการเรียนผ่านเทคโนโลยีที่เป็นสื่อกลาง ดังนั้นครูอาจจะให้นักเรียนทำกิจกรรมและส่งงานสะท้อนตัวตน พร้อมอธิบายว่าตนเองเป็นใครผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่นักเรียนชอบอย่าง TikTok อีกทั้งยังต้องให้ผู้เรียนมีโอกาสพูดคุยกับครอบครัว หรือใส่ใจกับธรรมชาติรอบตัวเพิ่มขึ้น” ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำทักษะทางสังคมและอารมณ์นี้ไปใช้พัฒนาตนเอง ตลอดจนปรับเปลี่ยนสภาพความเป็นอยู่ของชีวิตตนเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทำได้ ไม่ว่าชีวิตจะเผชิญกับสถานการณ์ท้าทายอะไรก็ตาม” ศาสตราจารย์ สตีเฟ่นให้คำแนะนำ
ประเทศนิวซีแลนด์ ถือเป็นหนึ่งประเทศที่รัฐบาลให้ความสำคัญและมียุทธศาสตร์ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing - ness) ของเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจน นางสาวช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้อำนวยการ ประจำประเทศไทย หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า การศึกษามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชน การเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ บริการด้านสุขภาพและสังคม ที่อยู่อาศัยและอาหาร ตลอดจนความรู้สึกเป็นที่รัก ปลอดภัย และมั่นคงภายในครอบครัวและชุมชนของเด็ก ล้วนมีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชนทุกคน
ทั้งนี้ ประเทศนิวซีแลนด์ มียุทธศาสตร์ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing - ness) ของเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจน โดยกำหนดความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญสำหรับสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน พร้อมให้กรอบการทำงานที่เป็นหนึ่งเดียวและแนวทางในการปรับความพยายามของรัฐบาลให้สอดคล้องกัน เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานของประเทศ ได้ตั้งวิสัยทัศน์โดยมีเป้าหมายให้นิวซีแลนด์เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับเด็กและเยาวชน โดยมุ่งเน้นไปที่เด็กนิวซีแลนด์ทุกคนที่อายุต่ำกว่า 25 ปี ให้มีผลลัพธ์ความเป็นอยู่ที่ดี 6 ประการ ที่แสดงให้เห็นว่าเด็กและคนหนุ่มสาวต้องการอะไรสำหรับชีวิตที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดีมีความหมายต่อเด็กและเยาวชน อันประกอบด้วย 1. เด็กและเยาวชนได้รับการเลี้ยงดูอย่างปลอดภัย 2.เด็กและเยาวชนมีสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต 3.เด็กและเยาวชนมีความสุขและมีสุขภาพแข็งแรง 4. เด็กและเยาวชนได้รับเรียนรู้และพัฒนา 5. เด็กและเยาวชนเป็นที่ยอมรับ เคารพ และเห็นคุณค่าในบ้าน โรงเรียน และชุมชน รวมถึงชุมชนในโลกออนไลน์ และ 6. เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมที่บ้าน โรงเรียนและในชุมชนของเขา
ศาสตราจารย์ สตีเฟ่น ด็อปสัน (Prof. Stephen Dobson)จากมหาวิทยาลัยวิคตอเรีย (Victoria University of Wellington) ประเทศนิวซีแลนด์ บรรยายในงาน EDUCA หัวข้อเรื่อง “Learning and Assessing Wellbeing-ness in an Age of Global Educational Change Workshop” ได้อธิบายถึงแก่นสำคัญของการสร้างความเป็นอยู่ที่ดี คือ การสร้างให้ผู้เรียนมีทักษะในการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม อันประกอบไปด้วย
• การรู้จักตนเอง (Self - awareness) คือ การรู้เท่าทันสภาวะอารมณ์ของตนเองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี และสามารถประเมินได้ว่า สิ่งใดคือจุดแข็งของตนเอง และสิ่งใดคือข้อจำกัดทางอารมณ์ของตนเอง
• การจัดการตนเอง (Self - management) คือ ความสามารถในด้านการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก ตลอดจนพฤติกรรมของตนเองเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ใดๆ ที่ต้องการให้เกิดขึ้น เพราะการไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ก็สามารถทำให้เราล้มเหลวในสิ่งที่ต้องการในทุก ๆ เรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องการเรียน
• การรู้จักสังคม (Social - awareness) คือ การที่ผู้เรียนในฐานะมนุษย์คนหนึ่งสามารถรู้สึกและแสดงออกถึงความเข้าใจและเห็นใจต่อผู้อื่นในสังคม
• การตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible decision - making skills) คือ การสร้างหลักการทางจริยธรรม หรือสร้างตัวเลือกในการตัดสินใจด้วยดุลยพินิจตนเอง ทั้งในเรื่องส่วนบุคคลและปรากฏการณ์ทางสังคม โดยคำนึงถึงผลที่ตามมา และมีความรับผิดชอบ
• ทักษะการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี (Relationship Skills) คือการรู้จัก ปรับตัว และพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่นรอบ ๆ ตัว รวมถึงมีความสามารถในการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น มีความสามัคคี และสามารถรับมือกับความขัดแย้งได้อย่างฉลาด
ศาสตราจารย์ สตีเฟ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ครูสามารถนำทักษะทางสังคมข้างต้นนี้ไปใช้สอนได้ด้วยการเริ่มจากตัวเองที่ให้ความสำคัญกับการเป็นอยู่ของผู้เรียน โดยเริ่มตั้งแต่การจดจำชื่อของนักเรียนให้ได้ หมั่นถามความรู้สึกนึกคิดของผู้เรียนเสมอ นอกจากนั้นยังสามารถใช้การตั้งคำถาม เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิด พูดแสดงความรู้สึก เหตุผล วิเคราะห์คำตอบ รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น และรู้เท่าทันความคิดความรู้สึกตัวเองในทุกๆ กิจกรรมที่ได้เรียนรู้ ส่วนการทดสอบว่าผู้เรียนมี “ความเป็นอยู่ที่ดี” หรือไม่นั้น สามารถวัดและประเมินผลได้จากทั้งสภาพแวดล้อมภายนอกและการแสดงพฤติกรรมที่ครูสามารถสังเกตได้ เช่น ปริมาณการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน (bullying) ที่ลดลง รวมถึงผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีความสุข พอใจในการดำรงชีวิต มีโภชนาการที่ดี ฯลฯ
“อย่างไรก็ตาม การวัดและประเมินผลดังกล่าวในช่วงการเรียนการสอนแบบออนไลน์เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เนื่องจากการเว้นระยะห่างทางสังคม และการเรียนผ่านเทคโนโลยีที่เป็นสื่อกลาง ดังนั้นครูอาจจะให้นักเรียนทำกิจกรรมและส่งงานสะท้อนตัวตน พร้อมอธิบายว่าตนเองเป็นใครผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่นักเรียนชอบอย่าง TikTok อีกทั้งยังต้องให้ผู้เรียนมีโอกาสพูดคุยกับครอบครัว หรือใส่ใจกับธรรมชาติรอบตัวเพิ่มขึ้น” ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำทักษะทางสังคมและอารมณ์นี้ไปใช้พัฒนาตนเอง ตลอดจนปรับเปลี่ยนสภาพความเป็นอยู่ของชีวิตตนเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทำได้ ไม่ว่าชีวิตจะเผชิญกับสถานการณ์ท้าทายอะไรก็ตาม” ศาสตราจารย์ สตีเฟ่นให้คำแนะนำ
ประเทศนิวซีแลนด์ ถือเป็นหนึ่งประเทศที่รัฐบาลให้ความสำคัญและมียุทธศาสตร์ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing - ness) ของเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจน นางสาวช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้อำนวยการ ประจำประเทศไทย หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า การศึกษามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชน การเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ บริการด้านสุขภาพและสังคม ที่อยู่อาศัยและอาหาร ตลอดจนความรู้สึกเป็นที่รัก ปลอดภัย และมั่นคงภายในครอบครัวและชุมชนของเด็ก ล้วนมีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชนทุกคน
ทั้งนี้ ประเทศนิวซีแลนด์ มียุทธศาสตร์ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing - ness) ของเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจน โดยกำหนดความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญสำหรับสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน พร้อมให้กรอบการทำงานที่เป็นหนึ่งเดียวและแนวทางในการปรับความพยายามของรัฐบาลให้สอดคล้องกัน เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานของประเทศ ได้ตั้งวิสัยทัศน์โดยมีเป้าหมายให้นิวซีแลนด์เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับเด็กและเยาวชน โดยมุ่งเน้นไปที่เด็กนิวซีแลนด์ทุกคนที่อายุต่ำกว่า 25 ปี ให้มีผลลัพธ์ความเป็นอยู่ที่ดี 6 ประการ ที่แสดงให้เห็นว่าเด็กและคนหนุ่มสาวต้องการอะไรสำหรับชีวิตที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดีมีความหมายต่อเด็กและเยาวชน อันประกอบด้วย 1. เด็กและเยาวชนได้รับการเลี้ยงดูอย่างปลอดภัย 2.เด็กและเยาวชนมีสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต 3.เด็กและเยาวชนมีความสุขและมีสุขภาพแข็งแรง 4. เด็กและเยาวชนได้รับเรียนรู้และพัฒนา 5. เด็กและเยาวชนเป็นที่ยอมรับ เคารพ และเห็นคุณค่าในบ้าน โรงเรียน และชุมชน รวมถึงชุมชนในโลกออนไลน์ และ 6. เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมที่บ้าน โรงเรียนและในชุมชนของเขา