นับตั้งแต่ต้นปี 2563 ภาพการเรียนการสอนในห้องเรียนออนไลน์เริ่มเด่นชัดขึ้น เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ซึ่ง รองศาสตราจารย์ ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ (Thammasat School of Engineering หรือ TSE) มองว่า การเรียนการสอนออนไลน์ ถือเป็นเครื่องมือสำคัญและสามารถทำให้กิจกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับการศึกษาสามารถดำเนินต่อไปโดยไม่สะดุด แม้ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาที่ผู้สอนและผู้เรียนไม่สามารถเจอกันได้ตามปกติ ซึ่งจากประสบการณ์การสอนออนไลน์ของ TSE ในช่วง 2 ปีที่ผ่านนั้น พบว่า ในช่วงแรกถือว่าเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและกระทันหัน โดย TSE ได้รับความร่วมมือจากคณาจารย์ นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ ที่คอย Support ระบบ IT และส่วนอื่นที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการดังกล่าวเป็นอย่างดี ผลลัพธ์ที่ได้สะท้อนว่า TSE มีความพร้อมสูงที่สามารถปรับมาเป็นการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ได้ภายใน 1 สัปดาห์
ภายหลังการสอนแบบออนไลน์มาเกือบ 2 ปี อาจารย์ของ TSE มีเทคนิคการสอนที่หลายหลาย มีทั้งการใช้ PowerPoint ประกอบที่มีประสิทธิ์ภาพ การเขียนผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น แทปเลต หรือ คอมพิวเตอร์ หรือมีการอัดคลิป VDO ให้นักศึกษาศึกษาก่อนเข้าห้องเรียน เพื่อชดเชยรูปแบบการสอนแบบ Onsite ให้ได้มากที่สุด และเพื่อให้นักศึกษาสามารถเข้าใจไปพร้อมกันได้มากขึ้น ซึ่งการเรียนการสอนแบบออนไลน์ มีปัญหาที่พบบ่อย คือ การสื่อสารของผู้สอนและผู้เรียน ซึ่งในขณะที่มีการเรียนแบบออนไลน์นั้น นักศึกษาส่วนใหญ่จะปิดกล้อง ทำให้อาจารย์ไม่สามารถเห็น Reaction ของผู้เรียนได้ว่าเข้าใจหรือไม่เข้าใจ การสื่อสารผ่าน Body Language หายไป
TSE มุ่งแก้ปัญหาห้องเรียนออนไลน์ เชื่อมโยงผู้สอนและผู้เรียน เติมเต็มชีวิตชีวา
TSE ตระหนักดีว่าเป็นปัญหานักศึกษาปิดกล้องจนผู้สอนไม่สามารถเห็น Reaction เกิดขึ้นได้ในทุกชั้นเรียน ซึ่งผู้สอนได้พยายามหาวิธีจูงใจให้นักศึกษาเปิดกล้องมาพบหน้ากันมาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเช็คชื่อในชั้นเรียน การทำ Quiz หรือ พิมพ์ผ่านทางแชท เพื่อให้ผู้สอนและผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันมากขึ้น ซึ่งผลที่ได้คือ ทำให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนได้เรียนในห้องเรียนที่ผู้สอนและผู้เรียนได้เจอกันนั่นเอง โดยส่วนใหญ่แล้วอาจารย์จะใช้พลังงานในการสอนออนไลน์มากกว่าการสอนในห้องเรียน เนื่องจากอาจารย์เป็นผู้บรรยายตลอดซึ่งต่างจากการเรียนการสอนในห้องเรียนจริง เพราะต้องการให้นักศึกษาได้รับการถ่ายทอดความรู้ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์
TSE มีแผนเปิด Open Source รับเทรนด์การเรียนของคนรุ่นใหม่
ในอนาคตนั้น การกลับมาเรียน On-site อย่างเต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เป็นคำถามที่ไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากสถานการณ์ของโควิด 19 นั้น เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การดำเนินนโยบายต่าง ๆ ของ TSE ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของนักศึกษาเป็นอันดับแรก แต่จากระยะเวลาสองปีที่ได้เรียนออนไลน์กันมานั้น เชื่อมั่นว่าเด็กยุคใหม่คุ้นเคยกับการเรียนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วแน่นอน ดังนั้น มีแนวโน้มเป็นอย่างมากว่าการเรียนการสอนในอนาคตจะพัฒนาเป็นแบบ Hybrid โดยผู้เรียนสามารถเรียนและหาความรู้ด้วยตัวเองนอกห้องเรียนได้ และมีอาจารย์ทำหน้าที่เป็น Consult คอยชี้แนะนักศึกษาให้มีความรู้ที่ถูกต้องตรงตามเนื้อหาของวิชานั้นๆ ในส่วนของการเรียนนั้นผู้สอนอาจประยุกต์เป็นการทำ Clip VDO เพื่อให้นักศึกษาสามารถศึกษาเองได้ ซึ่งในมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลกหลายๆแห่งก็ได้เริ่มทำกันแล้ว และเปิดเป็น Open Source อีกด้วย
“ต่อไปการเรียนที่ไม่จำกัดในห้องเรียนเราจะเห็นกันมากขึ้น ทั้งนี้ตัวผู้เรียนก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการมีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ให้ได้ดังเป้าหมายที่ตั้งไว้เนื่องจากการเรียนนอกห้องเรียนนั้นมีอิสระเต็มที่ ในอนาคตอาจเป็นไปได้ว่าชั่วโมงการเรียนในชั้นเรียนนั้นอาจน้อยลง แต่ไปเพิ่มเวลาหาความรู้นอกห้องเรียนมากขึ้น ทั้งนี้ความรับผิดชอบของผู้เรียนก็ต้องมากขึ้นเช่นเดียวกัน” รองศาสตราจารย์ ดร.ธีร กล่าวเสริม
ลดการประเมินแบบเก่า TSE ปรับการวัดผลให้สอดคล้องกับการสอนรูปแบบใหม่
บางท่านอาจมีคำถามว่าเมื่อมีการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์แล้วนั้น การวัดผลยังจำเป็นอยู่ไหม จริงๆแล้วการวัดผลนั้นจำเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นการประเมินว่าผู้เรียนมีความเข้าใจในวิชาและบทเรียนนั้น ๆ จนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้มากแค่นไหน เพียงแต่สัดส่วนในการประเมินแบบ Paper อาจจะมีสัดส่วนน้อยลง แต่ในบางวิชายังจำเป็นอยู่ เช่นวิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณ ในส่วนการประเมินผลการเข้าใจนั้นผู้สอนอาจใช้เทคนิคอื่นในการประเมินผู้เรียนได้ เช่น การให้งานกลุ่มเป็นโครงงานขนาดย่อม หรือการสอบแบบ Oral Presentation ทั้งนี้การให้งานกลุ่มผู้สอนอาจต้องมี Trick ในการ Motivate ผู้เรียนให้มีการกระจายงานกันทำทั้งกลุ่มเพื่อสร้างความเข้าใจในบทเรียนกันทั่วทุกคน
รองศาสตราจารย์ ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล
แค่ปรับวิธีการสอนยังไม่พอ TSE ยังให้ความสำคัญกับทักษะที่จำเป็นในอนาคตอีกด้วย
เมื่อมองออกจากในส่วนของห้องเรียนออกไปยังภาคส่วนของธุรกิจและอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ที่จะเป็นพื้นที่ในการประกอบอาชีพของบัณฑิตจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ต่อไปนั้น ทางคณาจารย์ของ TSE มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจ และสถานการณ์ในปัจจุบันนั้นผู้ประกอบการล้วนแต่ต้องปรับตัวในการลดต้นทุนเพื่อให้อยู่รอดมากขึ้น เนื่องจากการขึ้นราคานั้นเป็นไปได้ยาก ซึ่งสิ่งที่จะมามีบทบาทในการลดต้นทุนอย่างมากคือเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นด้าน AI Software หรือนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เข้ามามีบทบาทในการผลิตที่สามารถลดจำนวนคนลงได้ หรือทำให้ระบบการบริหารจัดการรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะถูกนำมาใช้มากยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อลดต้นทุนทางด้านบุคลากรและเวลา
ดร.ภีม เหนือคลอง
TSE มุ่งพัฒนาคนที่จะไปพัฒนาเมือง ที่ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นโจทย์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ประเด็นสำคัญที่ TSE เน้นในทุกหลักสูตร คือเรื่อง Carbon Credit ซึ่งเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต ต้นไม้ และพืชหลากหลายชนิด ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ หรือห่วงโซ่อาหาร ดังนั้นการประเมินปริมาณคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกสู่บรรยากาศจากกิจกรรม หรือกระบวนการผลิตในภาคการเกษตร หรือ อุตสาหกรรมก็จะเป็นแนวทางที่จำเป็นและสำคัญในอนาคต การประเมิน Carbon Footprint ของแต่ละผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจนถึงการได้ผลิตภัณฑ์ ก็จะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอุตสาหกรรมหลาย ๆ ประเภท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมส่งออก การตั้งกำแพงภาษี Carbon Credit ในสหภาพยุโรป หรือ ประเทศอื่น ๆ ในอนาคต ก็จะส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นด้วย
“สุดท้ายการทำ Carbon trading ภายในประเทศ โดยเป็นการซื้อขายระหว่างผู้ผลิตสินค้าหรือดำเนินกิจกรรมที่ปล่อยปริมาณคาร์บอนสูงกับผู้ที่ดำเนินกิจกรรมในการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน เช่น การใช้พลังงานสะอาด การปลูกป่า การลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า เกษตรกรรมหลาย ๆ ประเภทที่เน้นการประหยัดพลังงานหรือดูดซับปริมาณสารประกอบคาร์บอนในอากาศ เป็นต้น ดังนั้นผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการอาจจะต้องเริ่มคิด และวางแผนในเรื่องของ Carbon Credit ซึ่งจะช่วยทั้งการส่งออกและลดต้นทุนได้ในอนาคต” รองศาสตราจารย์ ดร.ธีร กล่าวเสริมในตอนท้าย
ดร.ชนะชัย ทองโฉม
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับข่าวสารของ TSE สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.engr.tu.ac.th และ Facebook Fanpage ของ TSE ที่ www.facebook.com/ENGR.THAMMASAT
ดร.เวโรนิก้า วิโนโต้
TSE มุ่งแก้ปัญหาห้องเรียนออนไลน์ เชื่อมโยงผู้สอนและผู้เรียน เติมเต็มชีวิตชีวา
TSE ตระหนักดีว่าเป็นปัญหานักศึกษาปิดกล้องจนผู้สอนไม่สามารถเห็น Reaction เกิดขึ้นได้ในทุกชั้นเรียน ซึ่งผู้สอนได้พยายามหาวิธีจูงใจให้นักศึกษาเปิดกล้องมาพบหน้ากันมาขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเช็คชื่อในชั้นเรียน การทำ Quiz หรือ พิมพ์ผ่านทางแชท เพื่อให้ผู้สอนและผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกันมากขึ้น ซึ่งผลที่ได้คือ ทำให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนได้เรียนในห้องเรียนที่ผู้สอนและผู้เรียนได้เจอกันนั่นเอง โดยส่วนใหญ่แล้วอาจารย์จะใช้พลังงานในการสอนออนไลน์มากกว่าการสอนในห้องเรียน เนื่องจากอาจารย์เป็นผู้บรรยายตลอดซึ่งต่างจากการเรียนการสอนในห้องเรียนจริง เพราะต้องการให้นักศึกษาได้รับการถ่ายทอดความรู้ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์
TSE มีแผนเปิด Open Source รับเทรนด์การเรียนของคนรุ่นใหม่
ในอนาคตนั้น การกลับมาเรียน On-site อย่างเต็มรูปแบบจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เป็นคำถามที่ไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากสถานการณ์ของโควิด 19 นั้น เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การดำเนินนโยบายต่าง ๆ ของ TSE ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและสุขภาพของนักศึกษาเป็นอันดับแรก แต่จากระยะเวลาสองปีที่ได้เรียนออนไลน์กันมานั้น เชื่อมั่นว่าเด็กยุคใหม่คุ้นเคยกับการเรียนผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์แล้วแน่นอน ดังนั้น มีแนวโน้มเป็นอย่างมากว่าการเรียนการสอนในอนาคตจะพัฒนาเป็นแบบ Hybrid โดยผู้เรียนสามารถเรียนและหาความรู้ด้วยตัวเองนอกห้องเรียนได้ และมีอาจารย์ทำหน้าที่เป็น Consult คอยชี้แนะนักศึกษาให้มีความรู้ที่ถูกต้องตรงตามเนื้อหาของวิชานั้นๆ ในส่วนของการเรียนนั้นผู้สอนอาจประยุกต์เป็นการทำ Clip VDO เพื่อให้นักศึกษาสามารถศึกษาเองได้ ซึ่งในมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลกหลายๆแห่งก็ได้เริ่มทำกันแล้ว และเปิดเป็น Open Source อีกด้วย
“ต่อไปการเรียนที่ไม่จำกัดในห้องเรียนเราจะเห็นกันมากขึ้น ทั้งนี้ตัวผู้เรียนก็มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการมีความรับผิดชอบต่อการเรียนรู้ให้ได้ดังเป้าหมายที่ตั้งไว้เนื่องจากการเรียนนอกห้องเรียนนั้นมีอิสระเต็มที่ ในอนาคตอาจเป็นไปได้ว่าชั่วโมงการเรียนในชั้นเรียนนั้นอาจน้อยลง แต่ไปเพิ่มเวลาหาความรู้นอกห้องเรียนมากขึ้น ทั้งนี้ความรับผิดชอบของผู้เรียนก็ต้องมากขึ้นเช่นเดียวกัน” รองศาสตราจารย์ ดร.ธีร กล่าวเสริม
ลดการประเมินแบบเก่า TSE ปรับการวัดผลให้สอดคล้องกับการสอนรูปแบบใหม่
บางท่านอาจมีคำถามว่าเมื่อมีการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์แล้วนั้น การวัดผลยังจำเป็นอยู่ไหม จริงๆแล้วการวัดผลนั้นจำเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นการประเมินว่าผู้เรียนมีความเข้าใจในวิชาและบทเรียนนั้น ๆ จนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้มากแค่นไหน เพียงแต่สัดส่วนในการประเมินแบบ Paper อาจจะมีสัดส่วนน้อยลง แต่ในบางวิชายังจำเป็นอยู่ เช่นวิชาที่เกี่ยวกับการคำนวณ ในส่วนการประเมินผลการเข้าใจนั้นผู้สอนอาจใช้เทคนิคอื่นในการประเมินผู้เรียนได้ เช่น การให้งานกลุ่มเป็นโครงงานขนาดย่อม หรือการสอบแบบ Oral Presentation ทั้งนี้การให้งานกลุ่มผู้สอนอาจต้องมี Trick ในการ Motivate ผู้เรียนให้มีการกระจายงานกันทำทั้งกลุ่มเพื่อสร้างความเข้าใจในบทเรียนกันทั่วทุกคน
รองศาสตราจารย์ ดร.ธีร เจียศิริพงษ์กุล
แค่ปรับวิธีการสอนยังไม่พอ TSE ยังให้ความสำคัญกับทักษะที่จำเป็นในอนาคตอีกด้วย
เมื่อมองออกจากในส่วนของห้องเรียนออกไปยังภาคส่วนของธุรกิจและอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ที่จะเป็นพื้นที่ในการประกอบอาชีพของบัณฑิตจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ต่อไปนั้น ทางคณาจารย์ของ TSE มีความเห็นไปในแนวทางเดียวกันว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจ และสถานการณ์ในปัจจุบันนั้นผู้ประกอบการล้วนแต่ต้องปรับตัวในการลดต้นทุนเพื่อให้อยู่รอดมากขึ้น เนื่องจากการขึ้นราคานั้นเป็นไปได้ยาก ซึ่งสิ่งที่จะมามีบทบาทในการลดต้นทุนอย่างมากคือเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นด้าน AI Software หรือนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เข้ามามีบทบาทในการผลิตที่สามารถลดจำนวนคนลงได้ หรือทำให้ระบบการบริหารจัดการรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะถูกนำมาใช้มากยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เพื่อลดต้นทุนทางด้านบุคลากรและเวลา
ดร.ภีม เหนือคลอง
TSE มุ่งพัฒนาคนที่จะไปพัฒนาเมือง ที่ต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นโจทย์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ประเด็นสำคัญที่ TSE เน้นในทุกหลักสูตร คือเรื่อง Carbon Credit ซึ่งเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต ต้นไม้ และพืชหลากหลายชนิด ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อความเป็นอยู่ของมนุษย์ หรือห่วงโซ่อาหาร ดังนั้นการประเมินปริมาณคาร์บอนที่ถูกปล่อยออกสู่บรรยากาศจากกิจกรรม หรือกระบวนการผลิตในภาคการเกษตร หรือ อุตสาหกรรมก็จะเป็นแนวทางที่จำเป็นและสำคัญในอนาคต การประเมิน Carbon Footprint ของแต่ละผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เริ่มต้นกระบวนการจนถึงการได้ผลิตภัณฑ์ ก็จะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในอุตสาหกรรมหลาย ๆ ประเภท โดยเฉพาะอุตสาหกรรมส่งออก การตั้งกำแพงภาษี Carbon Credit ในสหภาพยุโรป หรือ ประเทศอื่น ๆ ในอนาคต ก็จะส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้นด้วย
“สุดท้ายการทำ Carbon trading ภายในประเทศ โดยเป็นการซื้อขายระหว่างผู้ผลิตสินค้าหรือดำเนินกิจกรรมที่ปล่อยปริมาณคาร์บอนสูงกับผู้ที่ดำเนินกิจกรรมในการลดปริมาณการปล่อยคาร์บอน เช่น การใช้พลังงานสะอาด การปลูกป่า การลดปริมาณการใช้ไฟฟ้า เกษตรกรรมหลาย ๆ ประเภทที่เน้นการประหยัดพลังงานหรือดูดซับปริมาณสารประกอบคาร์บอนในอากาศ เป็นต้น ดังนั้นผู้ประกอบการหรือเจ้าของกิจการอาจจะต้องเริ่มคิด และวางแผนในเรื่องของ Carbon Credit ซึ่งจะช่วยทั้งการส่งออกและลดต้นทุนได้ในอนาคต” รองศาสตราจารย์ ดร.ธีร กล่าวเสริมในตอนท้าย
ดร.เวโรนิก้า วิโนโต้