เมื่อวันที่ 12 ม.ค.65 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท่าเทียบเรือชั่วคราว ปากน้ำขนอม ท้องที่หมู่ อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.พร้อมด้วยทีมนายตำรวจระดับสูงกองบังคับการตำรวจน้ำ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เดินทางมาเพื่อเตรียมที่จะลงเรือตำรวจน้ำ เดินทางไปยังจุดเรือปริศนาจม บริเวณน่านน้ำอ่าวนครศรีธรรมราช ห่างจากชายฝั่งอำเภอสิชล และอำเภอขนอม ประมาณ 30 ไมล์ ในระดับความลึกประมาณ 28 เมตร โดยมีทีมประดาน้ำจากกองบังคับการตำรวจน้ำ 8 นาย และเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนหนึ่ง
เมื่อเดินทางมาถึงเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่า ได้เกิดภาวะลมแรงจัดพัดเข้าหาฝั่ง มีคลื่นสูงหากเดินเรือออกไปจะไม่มีความปลอดภัยเพียงพอจึงจำเป็นต้องปรับแผนการปฏิบัติ โดยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของกองบังคับการตำรวจน้ำได้รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ทราบ
พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เรือลำนี้เป็นเรือที่อยู่ในบัญชี IUU เป็นเรือที่อยู่นอกน่านน้ำ แต่ได้ถูกพัดมาจมอยู่ในเขตทะเลไทย เจ้าหน้าที่พยายามเร่งค้นหาอุปกรณ์ที่เรียกว่า IOM เป็นอุปกรณ์สำคัญประจำเรือที่เหมือนกับกล่องดำเครื่องบิน มีข้อมูลทุกอย่างในนั้นจะรู้ว่ามาจากไหนเป็นของใครมีที่มาที่ไปอย่างไร ในวันนี้หากนักประดาน้ำดำลงไปได้จะลงไปแต่ถ้าคลื่นลมกระแสน้ำยังเป็นอุปสรรคคาดว่าจะลงได้ในวันพรุ่งนี้เช้า ซึ่งต้องเก็บร่องรอยวัตถุพยานหยานหลักฐานต่างๆเอามาตรวจสอบว่าลอยมายังไงมีที่มาที่ไปอย่างไร ใครเป็นผู้กระทำความผิด ในความเห็นของตนเองนั้นเรือลำนี้ไม่น่าจะต้องกู้ขึ้นมาแล้ว เพราะไม่น่าจะกีดขวางทางเดินเรือ
“ส่วนใครที่ทำให้จม หรือใครต้องการที่จะให้กู้ ส่วนนี้ผมมีข้อมูลในทางลึกอยู่พอสมควร แต่ต้องดูพยานหลักฐานจากเรืออีกครั้งเมื่อนำมาตรวจสอบแล้วถ้าพบว่ามีการกระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือพลเรือนจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นต่อไป” พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ระบุ
เมื่อเดินทางมาถึงเจ้าหน้าที่ได้แจ้งว่า ได้เกิดภาวะลมแรงจัดพัดเข้าหาฝั่ง มีคลื่นสูงหากเดินเรือออกไปจะไม่มีความปลอดภัยเพียงพอจึงจำเป็นต้องปรับแผนการปฏิบัติ โดยนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของกองบังคับการตำรวจน้ำได้รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ทราบ
พลตำรวจโทสุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เรือลำนี้เป็นเรือที่อยู่ในบัญชี IUU เป็นเรือที่อยู่นอกน่านน้ำ แต่ได้ถูกพัดมาจมอยู่ในเขตทะเลไทย เจ้าหน้าที่พยายามเร่งค้นหาอุปกรณ์ที่เรียกว่า IOM เป็นอุปกรณ์สำคัญประจำเรือที่เหมือนกับกล่องดำเครื่องบิน มีข้อมูลทุกอย่างในนั้นจะรู้ว่ามาจากไหนเป็นของใครมีที่มาที่ไปอย่างไร ในวันนี้หากนักประดาน้ำดำลงไปได้จะลงไปแต่ถ้าคลื่นลมกระแสน้ำยังเป็นอุปสรรคคาดว่าจะลงได้ในวันพรุ่งนี้เช้า ซึ่งต้องเก็บร่องรอยวัตถุพยานหยานหลักฐานต่างๆเอามาตรวจสอบว่าลอยมายังไงมีที่มาที่ไปอย่างไร ใครเป็นผู้กระทำความผิด ในความเห็นของตนเองนั้นเรือลำนี้ไม่น่าจะต้องกู้ขึ้นมาแล้ว เพราะไม่น่าจะกีดขวางทางเดินเรือ
“ส่วนใครที่ทำให้จม หรือใครต้องการที่จะให้กู้ ส่วนนี้ผมมีข้อมูลในทางลึกอยู่พอสมควร แต่ต้องดูพยานหลักฐานจากเรืออีกครั้งเมื่อนำมาตรวจสอบแล้วถ้าพบว่ามีการกระทำความผิดไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือพลเรือนจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นต่อไป” พลตำรวจโท สุรเชษฐ์ระบุ