ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ของวันที่ 5 ม.ค.65 ที่ผ่านมา ที่สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้มีบรรดาแม่ค้า 6 ราย ทยอยนำหลักฐาน เอกสารสลิปการโอนเงิน รวมทั้งแค็ปหน้าจอโทรศัพท์เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับ ร.ต.อ.ธรรมวัฒน์ สุขขีวัฒน์ รองสารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี เนื่องจากถูกเจ้าหนี้แก๊งเงินกู้ดอกลอยรายใหญ่ ส่งลูกน้องซึ่งเป็นคนมีสีโทรศัพท์ข่มขู่ทวงหนี้รายวันแบบเก็บดอกลอยไม่จบไม่สิ้น โทรมาทวงหนี้ทุกวันสร้างความเดือดร้อนรำคาญ หวาดกลัว ให้แก่บรรดาลูกหนี้ที่ทำมาหากินอย่างสุดจริต เบื้องต้นจำนวน 6 ราย ส่วนรายอื่นๆ จะทยอยเดินทางมาแจ้งความในวันอื่นๆ ต่อไป เบื้องต้นตำรวจสอบถามและตรวจสอบเอกสารต่างๆ พบว่า เหตุเกิดมีอยู่หลายพื้นที่ มีอยู่รายเดียวที่เกิดขึ้นในเขตอำเภอเมืองกาญจนบุรี จึงรับแจ้งความไว้โดยนัดหมายให้มาสอบปากคำรวบรวมหลักฐานในวันต่อไป ส่วนรายอื่นๆ แนะนำให้เดินทางไปแจ้งความตำรวจโดยบอกว่า เหตุเกิดที่ใด ให้ไปแจ้งความพื้นที่นั้น จากนั้นบรรดาลูกหนี้ทั้ง 5 รายจึงเดินทางไปแจ้งความตามพื้นที่เกิดเหตุ มีทั้งที่ อ.ท่าม่วง อ.พนมทวน อ.ด่านมะขามเตี้ย และ อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ผู้สื่อข่าวได้สอบถามนางมินตา(นามสมมุติ) และหญิงสาวทั้ง 6 ราย ที่เป็นลูกหนี้ ต่างให้การว่า ที่เดินทางมาครั้งนี้ เพราะทนไม่ไหวแล้ว ที่มาแจ้งความครั้งนี้ ไม่ใช่จะเบี้ยวไม่ใช้หนี้ เป็นหนี้ก็ต้องชดใช้ แต่นี่มันเกินไป กู้เงินหมื่นนึง ได้เงินเพียงแปดพันบาท อีกสองพันต้องถูกหักออก บางคนกู้มาสามหมื่นบาท ตอนนี้ดอกเบี้ยรวมทั้งเงินต้น 3 แสนกว่า เก็บดอกทุกวัน วันละ 900 บ้าง 800 บ้าง พอไม่มีให้วันไหน ก็ถูกคนโทรศัพท์มาพูดจาข่มขู่ บอกถ้าไม่จ่าย ระวังจะถูกนำเรื่องราวไปแชร์ลงในออนไลน์ให้ได้รับความอับอายในสังคม ทุกวันนี้ไม่เป็นอันทำมาหากินแล้ว ไหนต้องใช้หนี้สินที่หมดไปแล้ว แต่ยังต้องจ่ายดอกลอยอยู่ ขายของก็ขายไม่ดี เศรษฐกิจฝืดเคือง ไหนจะโรคระบาด ไหนจะถูกคนมีสีโทรศัพท์พูดจาข่มขู่ จนเกิดความหวาดกลัว ด้านนางเอ(นามสมมุติ) กล่าวว่า ตนได้แอบสามีไปกู้เงินมา 30,000 บาทกับแก๊งเงินกู้แก๊งนี้เพื่อมาหมุนเวียนในธุรกิจ ต้องจ่ายดอกเบี้ยทางบัญชีออนไลน์เป็นประจำทุกวัน อยู่ๆ ได้เกิดทะเลาะมีปากเสียงกับสามี จึงแยกกันอยู่ชั่วคราว โดยที่สามีไม่รู้เรื่อง ต้องส่งดอกเบี้ยรายวันวัน 900-1,000 บาท นานกว่า 3 เดือน โดยส่งแต่ดอกเบี้ยไม่มีการหักเงินต้น ซึ่งเงินท่วมต้นแล้ว แต่ก็ยังต้องจ่ายค่าดอกเบี้ย วันไหนไม่มีให้ก็ถูกโทรข่มขู่ ซึ่งคนข่มขู่เชื่อว่าน่าจะเป็นตำรวจที่รับจ้างมา นางเอ กล่าวต่อว่า ตนต้องตกอยู่ในสภาพที่ทุกข์ทรมาน จึงตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการขับรถลงคลองชลประทาน เพราะต้องการเอาเงินที่ทำประกันอุบัติเหตุไว้ไปใช้หนี้แก๊งเงินกู้ดอกลอยแก๊งนี้ ดีที่สามีและญาติๆ ช่วยไว้ได้ทัน ได้พูดจาหว่านล้อมเตือนสติ และพมเข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือกับสื่อฯ และแจ้งตำรวจเพื่อขอความเป็นธรรมกับตำรวจ ให้ช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยกรณีรายไหน ที่ส่งดอกเบี้ยจนท่วมเงินต้นหมดแล้ว ก็ขอให้หยุดเก็บดอกเบี้ย ส่วนรายไหนที่ยังเก็บไม่หมด ก็ข่วยลดดอกเบี้ยลง เพราะตอนนี้ทำมาหากินฝืดเคืองมาก จนแทบจะไม่มีเงินส่งดอกเบี้ยรายวันกันอยู่แล้ว ในจำนวนลูกหนี้ที่ยังไม่ได้เดินทางมา มีสองพี่น้องซึ่งเป็นลูกหนี้ได้คิดสั้นกินยาฆ่าตัวตาย เพื่อหนีหนี้แก๊งเงินกู้ดอกลอยมาแล้ว แต่ญาติๆ ช่วยไว้ได้ทันจึงรอดตายหวุดหวิด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แก๊งเงินกู้ดอกลอยรายวันในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี มีอยู่หลายรายในจำนวนหลายแก๊งนี้เป็นแก๊งที่ใหญ่สุด มีเครือข่ายแยกสาขาไปอยู่ตามอำเภอต่างๆ 13 อำเภอ ที่คอยติดต่อหาลูกค้าที่เดือดร้อนเรื่องการเงิน โดยจะคัดเอาแต่รายที่มีอาชีพเป็นพ่อค้าแม่ค้าเท่านั้น คนไม่มีอาชีพจะไม่เอา แม้ว่าที่ผ่านมาไม่นานหัวหน้าแก๊งเงินกู้รายนี้จะถูกเจ้าตำรวจขอหมายตรวจค้นจับกุมมาแล้วเมื่อต้นเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ของกลางเป็นโพยหวย และอาวุธปืนที่คนธรรมดา ไม่สามารถขออนุญาติมีไว้ในครอบครองได้ แต่ก็ขอได้ ซึ่งเรื่องราวก็เงียบไม่เป็นข่าว เนื่องจากมีคำสั่งให้ปิดข่าวจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์หนาหูของคนในวงการสื่อมวลชน เพราะ หน.แก๊งเงินกู้ดอกลอยรายนี้มีเส้นสายใหญ่โต จึงทำให้บรรดาแก๊งปล่อยเงินกู้ดอกลอย ต่างกระทำการปล่อยเงินกู้แบบผิดกฎหมายลักษณะรีดเลือดจากปู สร้างรายได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะแก๊งที่หญิงสาวต่างทยอยเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจสอบทรัพย์สินและเงินในบัญชี มีวงเงินปล่อยกู้ถึง 40 ล้านบาท +++++++