ผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกองค์การบริหารตำบล(นายก อบต.) และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล(ส.อบต.) ทั้ง 145 อบต. ใน 23 อำเภอ ของ จ.บุรีรัมย์ อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า ในจำนวนนี้มีอบต.ที่มีผู้สมัครสมัครนายก อบต. เพียง 1 คน จำนวน 16 อบต. ซึ่งผู้สมัครนายก อบต.ต่างก็ได้คะแนนเลือกตั้งมากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล และได้คะแนนมากกว่าคะแนนผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด หรือ โนโหวต
ซึ่งผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบต.บุรีรัมย์ ครั้งนี้ ส่วนใหญ่ มากกว่าครึ่ง เป็นผู้สมัครนายก อบต.หน้าใหม่ ที่สามารถโค่นอดีต นายก อบต.แชมป์เก่าลงได้ ส่วนหนึ่งเพราะผลงานที่ผ่านมา ไม่โดนใจชาวบ้าน อีกทั้งชาวบ้านต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในพื้นที่ และห่างการเลือกตั้งมานานถึง 8-9 ปี ก็เป็นปัจจัยหนึ่งทำให้ผู้สมัครนายก อบต.หน้าใหม่ ได้รับชัยชนะ ครั้งนี้
ขณะเดียวกัน เป็นที่น่าจับตามองการเลือกตั้งนายก อบต.ครั้งนี้ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคอนาคตใหม่ ที่เบนเข็มลงสนามการเมืองท้องถิ่น สมัครนายก อบต.ดอนกอก อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ก็ไม่ได้รับเลือกตั้ง พ่ายแพ้ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ มีประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 574,285 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ 800,302 คน คิดเป็นร้อยละ 71.76 บัตรดี 539,244 คิดเป็นร้อยละ 93.90 บัตรเสีย 23,449 คิดเป็นร้อยละ 4.08 บัตรไม่เลือกผู้ใด 10,922 คิดเป็นร้อยละ 1.90
ส่วนสมาชิกสภา อบต.บุรีรัมย์ ทั้ง 1,851 เขต ใน 23 อำเภอ มีผู้สมัคร ทั้งสิ้น จำนวน 4,097 คน ถูกตัดสิทธิการรับสมัคร 23 คน เหลือ 4,074 คน ในจำนวนนี้มีเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครสมาชิก อบต.เพียงคนเดียว 274 เขต ซึ่งผู้สมัคร ส.อบต.ต่างก็ได้คะแนนเลือกตั้งมากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งสมาชิก อบต.นั้น และได้คะแนนมากกว่าคะแนนผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด หรือ โนโหวต
โดยผู้สมัคร ส.อบต.บุรีรัมย์ ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาส่วนใหญ่ เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ มากกว่าผู้สมัครหน้าเดิม ส่วนหนึ่งเพราะในหมู่บ้านมี ส.อบต.ได้เพียงคนเดียว และ ชาวบ้านต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหมู่บ้านของตัวเองด้วย
จากผลคะแนนการเลือกตั้งนายก อบต. และ ส.อบต.ทั้ง 145 อบต.ใน 23 อำเภอ ของ จ.บุรีรัมย์ อย่างไม่เป็นทางการ พบว่า ในหลายพื้นที่ เป็นการลงแข่งขันกันเองระหว่างผู้สมัครของกลุ่มการเมืองเดียวกันในพื้นที่ พร้อมมีการตกลงกันว่าหากใครแพ้ชนะกันแล้วห้ามมีการร้องเรียนเกิดขึ้นภายหลังเด็ดขาด ทำให้มีการแข่งขันเข้มข้น และบางแห่งแพ้ชนะกันไม่ถึง 10 คะแนน ซึ่งจากการเลือกตั้ง อบต.บุรีรัมย์ ครั้งนี้ จะส่งผลถึงการเลือกตั้งระดับชาติที่จะเกิดขึ้นครั้งหน้า และไม่ต้องบอกว่าบุรีรัมย์ เป็นฐานของพรรคการเมืองใด
++++++++++++++++++++
ขณะเดียวกัน เป็นที่น่าจับตามองการเลือกตั้งนายก อบต.ครั้งนี้ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคอนาคตใหม่ ที่เบนเข็มลงสนามการเมืองท้องถิ่น สมัครนายก อบต.ดอนกอก อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ ก็ไม่ได้รับเลือกตั้ง พ่ายแพ้ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ มีประชาชนมาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 574,285 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ 800,302 คน คิดเป็นร้อยละ 71.76 บัตรดี 539,244 คิดเป็นร้อยละ 93.90 บัตรเสีย 23,449 คิดเป็นร้อยละ 4.08 บัตรไม่เลือกผู้ใด 10,922 คิดเป็นร้อยละ 1.90
ส่วนสมาชิกสภา อบต.บุรีรัมย์ ทั้ง 1,851 เขต ใน 23 อำเภอ มีผู้สมัคร ทั้งสิ้น จำนวน 4,097 คน ถูกตัดสิทธิการรับสมัคร 23 คน เหลือ 4,074 คน ในจำนวนนี้มีเขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครสมาชิก อบต.เพียงคนเดียว 274 เขต ซึ่งผู้สมัคร ส.อบต.ต่างก็ได้คะแนนเลือกตั้งมากกว่าร้อยละ 10 ของจำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งสมาชิก อบต.นั้น และได้คะแนนมากกว่าคะแนนผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด หรือ โนโหวต
โดยผู้สมัคร ส.อบต.บุรีรัมย์ ที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาส่วนใหญ่ เป็นผู้สมัครหน้าใหม่ มากกว่าผู้สมัครหน้าเดิม ส่วนหนึ่งเพราะในหมู่บ้านมี ส.อบต.ได้เพียงคนเดียว และ ชาวบ้านต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในหมู่บ้านของตัวเองด้วย
จากผลคะแนนการเลือกตั้งนายก อบต. และ ส.อบต.ทั้ง 145 อบต.ใน 23 อำเภอ ของ จ.บุรีรัมย์ อย่างไม่เป็นทางการ พบว่า ในหลายพื้นที่ เป็นการลงแข่งขันกันเองระหว่างผู้สมัครของกลุ่มการเมืองเดียวกันในพื้นที่ พร้อมมีการตกลงกันว่าหากใครแพ้ชนะกันแล้วห้ามมีการร้องเรียนเกิดขึ้นภายหลังเด็ดขาด ทำให้มีการแข่งขันเข้มข้น และบางแห่งแพ้ชนะกันไม่ถึง 10 คะแนน ซึ่งจากการเลือกตั้ง อบต.บุรีรัมย์ ครั้งนี้ จะส่งผลถึงการเลือกตั้งระดับชาติที่จะเกิดขึ้นครั้งหน้า และไม่ต้องบอกว่าบุรีรัมย์ เป็นฐานของพรรคการเมืองใด
++++++++++++++++++++