จ.ตราด/ นายวินัย ขยันยิ่ง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดตราด เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของ 3 อำเภอ ในจังหวัดตราด เมื่อช่วงสัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีพืชสวนของเกษตรกรได้รับผลกระทบ พืชจำพวก ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว สามารถทนทานน้ำท่วมขังได้มากกว่าไม้ผลจำพวก ทุเรียน เงาะ มังคุด รวมทั้งลองกอง ที่สามารถทนทานน้ำท่วมขังได้ประมาณ 3 - 5 วัน สามารถฟื้นฟูได้
นายวินัย กล่าวว่า ทุเรียนเป็นไม้ผลที่อ่อนแอ เนื่องจากมีระบบรากที่ตื้น โดยการฟื้นฟูไม้ผลหลังน้ำท่วม หลังจากเกษตรกรระบายน้ำออกจากพื้นที่แล้ว ปล่อยให้ดินแห่ง 2 -3 วัน โดยงดเว้นการเข้าไปเหยียบย้ำใต้ทรงพุ่ม เนื่องจากระบบรากที่ถูกน้ำท่วมจะมีความอ่อนแอ เชื้อไฟท็อปเทอร์ร่า ที่เป็นสาเหตุของโรครากเน่า โคนเน่า จะเข้าทำลายระบบรากได้ง่าย โดยในระหว่างน้ำท่วมอากาศในดินแทนที่ด้วยน้ำ อาจพบอาการ ใบเหลือง หลุดร่วงได้ โดยหลังจากดินบริเวณโคนพุ่มแห้งแล้ว ควรตัดแต่งกิ่งที่อยู่ต่ำ ๆ หรือกิ่งที่ถูกน้ำท่วมขัง มีคราบน้ำท่วม ส่วนการฟื้นฟูระบบราก นับว่ามีความสำคัญที่สุดสำหรับทุเรียน โดยควรมีการบำรุงต้นให้มีความแข็งแรง สามารถสร้างดอก เพื่ออกผลในฤดูการผลิตในปีนี้ต่อไป
สำหรับการใช้ปุ๋ยนั้น อาจใช้ปุ๋ยสูตร 20 -10 -10 หรือ 25 – 20 – 20 เป็นต้น ส่วนการให้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบอาจใช้สูตรน้ำตาลทางด่วน ผสมกับธาตุอาหารรอง และอาหารเสริม ที่มีแมกนิเซียมผสม และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสารป้องกันกำจัดเชื้อรา หรืออาจใช้เชื้อไตรโครเดอร์มา เนื่องจากในกรณีที่ใช้สูตรน้ำตาลทางด่วน น้ำตาลนับเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อรา ดังนั้นควรป้องกันและกำจัดเชื้อรา โดยฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น ห่างกัน 3 วัน ประมาณ 3 ครั้งติดต่อกัน เพราะการให้ปุ๋ยทางใบต้นทุเรียนสามารถดูดซึมไปใช้ได้ ทำให้ต้นทุเรียนมีความแข็งแรงมากขึ้น เร็วขึ้น ทำให้มีผลกระทบกับทุเรียนจากภาวะน้ำท่วมน้อยลง ทั้งนี้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนสมารถสังเกต ผลความสำเร็จหลังการฟื้นฟูต้นทุเรียน หลังน้ำลด คือ ใบตั้ง มีรากใหม่สีขาวเกิดขึ้น หรือมีการแตกใบอ่อนเพิ่มขึ้น
นายวินัย กล่าวว่า ทุเรียนเป็นไม้ผลที่อ่อนแอ เนื่องจากมีระบบรากที่ตื้น โดยการฟื้นฟูไม้ผลหลังน้ำท่วม หลังจากเกษตรกรระบายน้ำออกจากพื้นที่แล้ว ปล่อยให้ดินแห่ง 2 -3 วัน โดยงดเว้นการเข้าไปเหยียบย้ำใต้ทรงพุ่ม เนื่องจากระบบรากที่ถูกน้ำท่วมจะมีความอ่อนแอ เชื้อไฟท็อปเทอร์ร่า ที่เป็นสาเหตุของโรครากเน่า โคนเน่า จะเข้าทำลายระบบรากได้ง่าย โดยในระหว่างน้ำท่วมอากาศในดินแทนที่ด้วยน้ำ อาจพบอาการ ใบเหลือง หลุดร่วงได้ โดยหลังจากดินบริเวณโคนพุ่มแห้งแล้ว ควรตัดแต่งกิ่งที่อยู่ต่ำ ๆ หรือกิ่งที่ถูกน้ำท่วมขัง มีคราบน้ำท่วม ส่วนการฟื้นฟูระบบราก นับว่ามีความสำคัญที่สุดสำหรับทุเรียน โดยควรมีการบำรุงต้นให้มีความแข็งแรง สามารถสร้างดอก เพื่ออกผลในฤดูการผลิตในปีนี้ต่อไป
สำหรับการใช้ปุ๋ยนั้น อาจใช้ปุ๋ยสูตร 20 -10 -10 หรือ 25 – 20 – 20 เป็นต้น ส่วนการให้ปุ๋ยฉีดพ่นทางใบอาจใช้สูตรน้ำตาลทางด่วน ผสมกับธาตุอาหารรอง และอาหารเสริม ที่มีแมกนิเซียมผสม และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือสารป้องกันกำจัดเชื้อรา หรืออาจใช้เชื้อไตรโครเดอร์มา เนื่องจากในกรณีที่ใช้สูตรน้ำตาลทางด่วน น้ำตาลนับเป็นอาหารชั้นดีของเชื้อรา ดังนั้นควรป้องกันและกำจัดเชื้อรา โดยฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น ห่างกัน 3 วัน ประมาณ 3 ครั้งติดต่อกัน เพราะการให้ปุ๋ยทางใบต้นทุเรียนสามารถดูดซึมไปใช้ได้ ทำให้ต้นทุเรียนมีความแข็งแรงมากขึ้น เร็วขึ้น ทำให้มีผลกระทบกับทุเรียนจากภาวะน้ำท่วมน้อยลง ทั้งนี้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนสมารถสังเกต ผลความสำเร็จหลังการฟื้นฟูต้นทุเรียน หลังน้ำลด คือ ใบตั้ง มีรากใหม่สีขาวเกิดขึ้น หรือมีการแตกใบอ่อนเพิ่มขึ้น